4 ก.ย. เวลา 00:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทำไมโลกถึงให้ความสำคัญกับ "ทองคำ" และ "พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ"?

​การจะเป็น Safe Haven ได้นั้น สินทรัพย์นั้นต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่สินทรัพย์ทั่วไปไม่มี ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ตอบโจทย์ในมุมที่แตกต่างแต่ทรงพลัง
​1. ทองคำ สินทรัพย์แท้จริงที่ไร้ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ
• ​ไม่มีใครออกกฎพิมพ์เพิ่มตามใจชอบได้ ทองคำเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดในธรรมชาติ ต่างจากเงินสดที่ธนาคารกลางสามารถพิมพ์เพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่ก็ได้เมื่อเกิดวิกฤต
• ​มูลค่าในตัวเอง (Intrinsic Value) ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา ทองคำไม่เคยมีมูลค่าลดลงจนเป็นศูนย์ มันรักษากลไกอำนาจซื้อ (Purchasing Power) เอาไว้ได้เสมอ แม้ว่าเงินเฟ้อจะพุ่งสูงหรือเงินกระดาษในมือจะไร้ค่า
​2. พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตราสารหนี้ที่ทรงพลังที่สุดในโลก
• ​ความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด ออกโดยรัฐบาลที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก และค้ำประกันโดยความสามารถในการจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่า "จะไม่เบี้ยวหนี้" แน่นอน
• ​สภาพคล่องสูงลิ่ว ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซื้อขายเปลี่ยนมือเป็นเงินสดได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดในยามฉุกเฉิน
​สถานการณ์ปัจจุบัน นักลงทุนมองและปฏิบัติต่อ Safe Haven ทั้งสองอย่างไร?
​บริบทโลกในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และทิศทางอัตราดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนมีมุมมองต่อสองสินทรัพย์นี้ที่น่าสนใจ ดังนี้
• ​ทองคำกำลังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารทั่วโลก และความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะของประเทศมหาอำนาจ ธนาคารกลางทั่วโลก (โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่) จึงพากันแห่ซื้อทองคำเข้าทุนสำรองอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง
• ​พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายแต่ยังคงความสำคัญ: ในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พันธบัตรระยะสั้นเคยเผชิญกับราคาที่ปรับตัวลดลง (เพราะอัตราดอกเบี้ยสวนทางกับราคาพันธบัตรเดิม) ทำให้นักลงทุนบางส่วนตั้งคำถามว่ามันยังปลอดภัยจริงไหม แต่นักลงทุนมืออาชีพยังคงมองว่า เมื่อดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ขาลง พันธบัตรยังคงเป็นเครื่องมือชั้นยอดในการล็อกผลตอบแทนและป้องกันความเสี่ยงหากเศรษฐกิจถดถอย
​นักลงทุนควรถือครองตอนไหน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและเป็นหลุมหลบภัย?
​การถือ Safe Haven ให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การถือไว้ตลอดเวลาแบบหลับหูหลับตา แต่ต้องเข้าใจจังหวะเวลา (Timing) ของวัฏจักรเศรษฐกิจ ดังนี้
​1. ช่วงเวลาที่ควร "เน้นถือทองคำ"
• ​ช่วงเงินเฟ้อสูง เมื่อข้าวของราคาแพงขึ้น ทองคำจะทำหน้าที่ปกป้องอำนาจซื้อได้ดีที่สุด
• ​ช่วงวิกฤตความเชื่อมั่นและสงคราม เมื่อเกิดสงคราม ความขัดแย้งระดับโลก หรือวิกฤตสถาบันการเงิน นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้ววิ่งเข้าหาทองคำทันที
• ​ช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากราคาทองคำทั่วโลกผูกกับดอลลาร์ หากดอลลาร์อ่อน ทองคำมักจะมีราคาแพงขึ้นในมุมมองของนักลงทุนทั่วโลก
​2. ช่วงเวลาที่ควร "เน้นถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ"
• ​ช่วงเศรษฐกิจกำลังจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ธนาคารกลางมักจะลดดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ ราคาพันธบัตรเดิมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้นอกจากจะได้ความปลอดภัยแล้ว นักลงทุนยังได้กำไรส่วนต่างจากราคาพันธบัตร (Capital Gain) อีกด้วย
• ​ช่วงที่ต้องการกระแสเงินสดที่แน่นอน หากต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในรูปของดอกเบี้ย (Coupon) โดยมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระต่ำมาก พันธบัตรคือคำตอบ
​การผสมผสานการถือครองระหว่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ (เช่น ถือทองคำเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อและความเสี่ยงเชิงระบบ และถือพันธบัตรเพื่อรอรับจังหวะดอกเบี้ยขาลงและพยุงพอร์ตยามเศรษฐกิจสะดุด) จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณมีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความผันผวนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง
​
#SafeHaven #ทองคำ #พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ #ลงทุน #การเงินการลงทุน #จัดพอร์ตการลงทุน #เศรษฐกิจโลก #ความรู้การลงทุน #คนเรือหัวหมอ #SeamanInvestor
โฆษณา