Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนูนิ
•
ติดตาม
4 ก.ย. เวลา 05:47 • นิยาย เรื่องสั้น
รักย้อนอดีตภาค 7 ตอน 24 ราชาแห่งรัตติกาล
.
12. ศาสตราจารย์ดร.กรกฎ
.
ครอบครัวของดร.กรกฎเป็นขุนนางเก่าอยู่ในกทม.นี่เอง แม้ไม่ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ก็จัดว่ามี เขาเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล มีพี่ชายพี่สาวรวม2คน ทั้งคู่ต่างรับราชการเป็นทหาร
.
ดร.กรกฎจึงตั้งหน้าตั้งตาเรียนเพียงอย่างเดียว เขาสอบเข้าเรียนปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยดังของไทย คณะวิทยาศาสตร์ของไทยในยุคนั้น(50-60ปีก่อน)มีสาขาวิชาดังนี้คือ
.
>>>สาขาวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานคณิตศาสตร์และสถิติ เรียนรู้เรื่องตัวเลข การคำนวณ การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติประยุกต์
.
>>>ฟิสิกส์ ศึกษาเรื่องสสาร พลังงาน การเคลื่อนที่ และ ฟิสิกส์อุตสาหกรรมเคมี ศึกษาโครงสร้างของสาร ปฏิกิริยาเคมี
.
>>>เคมีอุตสาหกรรมชีววิทยา ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต รวมถึงสาขาย่อย เช่น จุล
ชีววิทยา ชีวเคมี พฤกษศาสตร์ และพันธุศาสตร์
.
>>>เทคโนโลยีการอาหาร (Food Science) นำความรู้ชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารโดยการแปรรูป การถนอมรักษาจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อให้ได้อาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่า และเก็บไว้ได้นาน
.
สาขาที่ดร.กรกฎเรียนคือ Food Science เขาจบการศึกษาได้เกียรตินิยมอันดับ1
ได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศในระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอกจนจบเป็นด็อกเตอร์
.
เรียนจบก็เข้ารับราชการในหน่วยงานวิทยาศาสตร์การอาหารเพื่อใช้ทุน ยุคนั้นใช้
ทุนเรียน3เท่าของที่รับจากหลวงเช่นใช้เงินทุนไป
1ล้านบาทก็คืน3ล้าน(กรณีจ่ายเงินสด) ถ้าใช้เวลาเรียน5ปี ก็รับราชการเป็นเวลา15
ปี ในระหว่างนั้นก็บรรจุเป็นข้าราชการรับเงินเดือนตามปกติ
.
ต่อมาเขาก็ย้ายไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยดัง มีงานวิจัยออกมามากมายจนได้เป็นศาสตราจารย์ เขายังสอนหนังสือต่อไปจนเกษียณราชการเมื่ออายุ 60 ปี
.
ดร.กรกฎไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยมีคนรัก แม้แต่จะปิ๊งใครสักคนก็ไม่เคย เขาไม่ได้ชอบชายด้วยกัน เขาเพียงแต่รักสะอาดจนรู้สึกว่าคนอื่นสกปรก ไม่มีใครสะอาด
เท่าเขา
.
หลังเกษียณดร.กรกฎไปใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ที่ดิน10ไร่ผืนนี้เขา
ซื้อไว้นานแล้ว
ระหว่างที่เขาไม่ได้มาอยู่ที่นี่ ก็ให้ลุงกายชายชราชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆช่วยดูแลโดย
ไม่มีค่าจ้าง แต่ได้อนุญาตให้ใช้เป็นที่ทำกินจนกว่าเขาต้องการใช้ดินผืนนี้
.
หลายสิบปีมานี้ลุงกายได้ปลูกพืชสมุนไพรจนเต็มพื้นที่ เพื่อเป็นแหล่งวิชาความรู้
ให้ชุมชนและบุคคลที่สนใจ จนเมื่อดร.กรกฎเกษียณแล้วมาตั้งรกรากที่นี่จึงสานต่อวิชาการด้านสมุนไพรอย่างเป็นระบบ
.
ดร.กรกฎจัดสร้างห้องปฏิบัติการทางเคมีและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับสกัด
ตัวยาที่เขามั่นใจว่าลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง
รวมทั้งต่อยอดเพิ่มมุลค่าในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพสำหรับคนทั่ว
ไป สร้างฐานะให้เขายิ่งขึ้นไปอีก
.
แล้วยังออกเอกสารทางวิชาการต่างๆทางด้านสุขภาพทำให้สินค้าขายดียิ่งขึ้น แต่ความที่ค้ากำไรเกินควร ต้นทุน500ขาย3,000บาท โปรโมชั่นพิเศษเหลือ2,500บาท
.
เมื่อมีคู่แข่งขายสินค้าแบบเดียวกันเพียงแต่ใช้วัตถุดิบคนละชนิด ราคาขายแค่พันเดียว สินค้าของดร.กรกฎจึงขายไม่ออก เหลือกองสูงเป็นภูเขาเลากา เขวจึงคิดหาสินค้าตัวใหม่ที่ใช่กว่า
.
เมื่อลุงกายได้มาขออนุญาตให้หลานชายซึ่งเป็นพระธุดงค์มาปักกลดในพื้นที่แห่ง
นี้สัก1ปี เพราะพระกำลังคิดค้นยาอายุวัฒนะ ที่นี่มีสมุนไพรทุกชนิดที่ท่านต้องการ
.
(ปักกลด คือ การกางและตั้ง กลด ซึ่งเป็นร่มขนาดใหญ่ที่มีมุ้งล้อมรอบ สำหรับให้พระภิกษุสงฆ์ใช้พักแรม หรือเจริญสมาธิภาวนาในยามเดินทางหรือเดินธุดงค์ตาม
ป่าเขา)
.
พระธุดงค์อนุชาวัย40ปี ท่านเป็นคนอีสานจบคณะเภสัชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยดังของไทยด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ1
ปัจจุบันคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศไทยใช้เวลาศึกษา 6 ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 สาขาหลัก ได้แก่
.
สาขาบริบาลทางเภสัชกรรม(เน้นดูแลผู้ป่วยและให้คำปรึกษาเรื่องยา) และ
.
สาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ(เน้นวิจัยและผลิตยา) ซึ่งท่านอนุชาศึกษาสาขานี้
.
เมื่อเรียนจบท่านเข้ารับราชการในโรงพยาบาลของรัฐทางภาคใต้ ในขณะที่แฟนสาวที่คบหากันมาตั้งแต่ปี1ไปบรรจุที่ภาคเหนือ รักแท้จึงแพ้ระยะทาง ไม่กี่ปีต่อมาเธอแต่งงานไปกับเภสัชชายที่ทำงานแห่งเดียวกัน
.
อนุชาไม่คิดมีแฟนใหม่อีกเลย เขากลายเป็นคนซึมเศร้าจนทางโรงพยาบาลต้องขอให้หยุดพักเพื่อรักษาอาการ เขาจึงกลับบ้านที่อีสานโดยไม่ทำอะไรทั้งสิ้น วัน ๆ เอาแต่นั่งเหม่อลอยน้ำตาซึม
.
บิดาของเขาเป็นครูเข้าใจความรู้สึกของลูกชายเป็นอย่างดี อนุชาเป็นคนเก็บตัวเอาแต่เรียนไม่เคยคบหาเพศตรงข้าม เขาจึงรักและทุ่มเทให้หญิงคนนั้นจนหมดสิ้นโดยไม่เผื่อใจไว้แม้แต่น้อย
.
ต่อมาบิดาจึงขอให้อนุชาบวชกับพระอาจารย์สายวิปัสสนาผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ ท่าน
เป็นพระภิกษุผู้มีความเชี่ยวชาญในการอบรมสั่งสอนแนะนำปฏิบัติทางด้านวิปัสส
นากรรมฐาน(วิปัสสนาธุระ) เพื่อฝึกอบรมจิตให้เกิดปัญญาและเห็นแจ้งในความจริง
.
อนุชาเมื่อบวชเป็นพระแล้ว ก็เปลี่ยนจากซึมเศร้าเป็นหมกมุ่นกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ ท่านบอกกับโยมพ่อว่าท่านไปสวรรค์และนรกมาแล้ว ตอนนี้ท่านมีฤทธิ์มีเดชดังนั้นจึงต้องการออกธุดงค์เพื่อโปรดสัตว์
.
โยมพ่อจึงขอร้องให้อยู่กับท่านอีกระยะ เพราะทั้งโยมพ่อและโยมแม่อายุมากแล้ว พระอนุชายอมตามที่ขอจนเมื่อสิ้นโยมพ่อ และโยมแม่ ท่านจึงออกธุดงค์ ขณะนั้นท่านมีอายุ32ปี
.
วันหนึ่งท่านเกิดนิมิตเห็นการปรุงยาอายุวัฒนะด้วยการใช้สมุนไพรพิ้นบ้านทั้งของไทยและเพื่อนบ้าน
ท่านจึงตระเวณธุดงค์ไปตามที่ต่างๆทุกภาคของไทยและประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่า
จะเป็นพม่าจนถึงตอนใต้ของอินเดีย ลาว เขมร เวียตนาม และ มาเลเซีย
.
เป็นเวลา8ปีที่ท่านเก็บรวบรวมสมุนไพรสำคัญหายากชนิดต่างๆจนครบตามความฝัน ตอนนี้ได้เวลาที่ท่านจะทำให้ฝันเป็นจริง นั่นคือการหาสถานที่ปรุงยา
.
ท่านจึงเดินทางมายังสวนสมุนไพรของดร.กรกฎ เพื่อพบกับลุงกายพี่ชายของพ่อ และ ขอให้ลุงช่วยเจรจาขอปักกลดในที่แห่งนี้เพื่อภาระกิจสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ
.
ดร.กรกฎเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ได้ยิน ยาอายุวัฒนะเป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดของเขามานานแล้ว ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงทันที แล้วยังจะเป็นธุระช่วยเป็นลูกมือให้ด้วยแต่ถูกปฏิเสธ
.
พระอนุชาเริ่มงานของท่านทันทีที่ห้องทำการวิทยาศาสตร์ ท่านเคยเรียนเภสัชกรรมจึงคุ้นเคยกับการทดสอบสารเคมีต่างๆ
โดยมีลุงกายคอยจัดหาสมุนไพรให้ตามที่ต้องการ ในเวลาไม่นานนักงานของท่านก็รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
.
ตอนนี้เองที่จู่ๆลุงกายมาตายโดยไม่ทราบสาเหตุ จะว่าผีแม่ม่ายค้องการลุงก็แก่เกิน ดร.กรกฎจึงเสนอตัวเป็นผู้ช่วยทำหน้าที่แทนลุงกาย
ทั้ง2ร่วมงานกันอย่างราบรื่น เพราะมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ไปจนถึงวิชาเคมีด้วยกัน(แต่ดร.ดรกฎจบสูงกว่าจึงรู้มากว่า)
.
ดร.กรกฎแอบจดรายละเอียดทุกอย่างของพระ พืชชนิดนี้ใช้ใบในการสกัด ชนิดนี้
ใช้หัว ชนิดนี้ใช้ดอก ชนิดนี้ใช้ได้ทั้งหมด ชนิดนี้ใช้ผล บางชนิดก็ใช้ราก บางชนิด
ใช้เปลือก
.
หลังจากผ่านไป1ปี พระอนุชาก็บอกว่าการปรุงยาสำเร็จลุล่วงไปกว่า90%แล้ว ทิ้ง
น้ำยาที่ผสมไว้3คืน
ในวันที่4นำน้ำยาทั้งหมดมาผสมรวมกันก็จะได้ยาอายุวัฒนะ โดยท่านขอเป็นผู้ดื่ม
ยานี้เองเพื่อเป็นการทดสอบว่ามีอันตรายหรือไม่
.
ในระหว่าง3วันนี้ดร.กรกฎไม่ได้นำอาหารเช้าและเพลมาประเคนดังเช่นทุกวัน เขา
ไม่ได้โผล่มาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ เมื่อไม่มีลุงกายทำให้สถานที่แห่งนี้วังเวงราวป่าช้า เพราะดร.ดรกฎไม่ยอมจ้างใครอีกเลย
.
แล้วในคืนวันที่3นั้นเองพระอนุชาก็ฝันเห็นลุงกายนั่งร้องไห้อยู่ข้างท่าน พระสะดุ้ง
ตื่นและนั่งคิดใคร่ครวญอยู่เป็นครู่ ก่อนที่ท่านจะลุกขึ้นจากกลดเดินไปที่ห้องทดลอง ท่านใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นจนสว่าง
.
เมื่อเวลาเช้ามาถึงดร.กรกฎได้จัดอาหารเช้ามาประเคน หลังจากนั้นจึงชวนท่านไป
ดูสมุนไพรตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา
เพราะต้องการให้ท่านช่วยดูว่าใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง หลังจากนั้นค่อยไปผสมน้ำยาก็ยังทัน
.
แท้จริงแล้วดร.กรกฎได้แอบซ่อนงูพิษไว่ในถุงปุ๋ยที่เขาบอกว่าเก็บสมุนไพรไว้ในนั้น ทำให้พระอนุชาถูกงูพิษกัด ท่านจึงขอให้ดร.กรกฎช่วยส่งย่ามของท่านให้ด้วย แต่เขาปฏิเสธและมองดูท่านทรมาน
.
พระอนุชา "ทำไมคุณไม่ช่วยอาตมา"
.
ดร.กรกฎแสยะยิ้ม "ท่านคงสงสัยว่าทำไมผมจึงไม่ช่วย ผมเคยรู้มาว่าพระธุดงค์จะมีว่านชนิดหนึ่งติดตัวไว้ เมื่อถูกงูพิษกัดก็นำว่านนี้มาเคี้ยวแล้วโปะที่แผล อาการก็หายเป็นปลิดทิ้ง ผมจึงไม่ต้องการให้ท่านรอดไปได้
.
พระอนุชา "เพราะยาอายุวัฒนะของอาตมาหรือ คุณจึงทำเช่นนั้"
.
ดร.กรกฎ "มิผิดดอก ท่านคงไม่รู้ดอกว่าผมมีความคิดเรื่องยาตัวนี้มานานแล้ว ต่อไป
นี้ผมจะรวยยิ่งขึ้นไปอีก"
.
พระ "ทุกวันนี้คุณก็รวยมากอยู่แล้ว คุณยังต้องการอะไรอีก"
.
ดร.กรกฎ "ท่านไม่เคยมีเงิน จึงไม่รู้ดอกว่าคนเรานั้นยิ่งมีก็ยิ่งอยากมีขึ้นไปอีก เมื่อมีแล้วก็ต้องการชื่อเสียง ผมก็หวังว่าจะได้โนเบิ้ลไพรซ์ประดับวงศ์ตระกูลเหมือนกัน"
.
พระอนุชาพูดด้วยความยากลำบาก "ลุงกายก็ถูกคุณฆ่าใช่ไหม"
.
ดร.กรกฎ "ถูกแล้ว ลุงกายก็ถูกผมฆ่าเช่นเดียวกัน เพราะอะไรน่ะหรือ หากท่านและลุงกายยังมีชีวิตอยู่ ผมก็ไม่อาจอ้างสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของการค้นคว้านี้
คนตายเท่านั้นที่เก็บความลับได้ดีที่สุด อ้อผมจะเผาย่ามใบนี้ และ เดี๋ยวนี้เพื่อทำลายหลักฐาน"
.
พระ "คุณเผาย่ามที่เต็มไปด้วยสมุนไพรสำคัญ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าอาตมาใช้สมุนไพรอะไรบ้าง"
.
ดร.กรกฎหัวเราะ "แม้ผมจะไม่ได้เริ่มต้นในการสกัดสมุนไพรกับท่านแต่แรก ผมก็สามารถใช้วิชาความรู้ทางเคมีที่ผมมี แยกแยะสารต่างๆในน้ำยาอายุวัฒนะของ
ท่านที่ปฏิกิริยาสำเร็จแล้วในวันนี้"
.
พระอนุชาลมหายใจเริ่มติดขัด แต่ท่านก็พยายามหัวเราะและพูด "คุณเข้าใจผิด
แล้ว ยาอายุวัฒนะนี้ประกอบด้วยพืช108ชนิดและอาตมาเพิ่งใช้ไป99ชนิดเท่านั้น"
.
ดร.กรกฎสะดุ้ง "ผมไม่เชื่อท่าน ท่านโกหก"
.
"อาตมาเป็นพระย่อมไม่โกหก"
.
ดร.กรกฎ "ถ้าเช่นนั้นท่านเริ่มสงสัยผมตอนไหน"
.
พระอนุชา "อาตมาไม่เคยสงสัยคุณเลย ทั้งๆที่ลุงกายตายอย่างน่าสงสัย แต่อาตมา
ก็คิดว่าเป็นเพราะลุงอายุมากแล้ว จนกระทั่งเมื่อ3วันที่แล้ว คุณไม่มาติดต่อสอบถามอาตมาเรื่องของยา
.
ทำไม อาตมาถามตัวเอง แสดงว่าคุณมีความมั่นใจมากว่าสามารถแยกแยะสารต่างๆได้ เพราะคุณจบปริญญาเอกทางด้านเคมี ซึ่งรู้มากกว่าอาตมา แต่ สิ่งที่คุณไม่รู้คือสูตรยานี้ยังไม่สมบูรณ์
.
เมื่อคืนอาตมานั่งคิดทั้งคืนว่าจะปรุงยาให้เสร็จสมบูรณ์ หรือ ทิ้งค้างไว้เท่านี้เพื่อทดสอบคุณ แต่อาตมาก็คิดไม่ถึงว่าคุณจะถึงขั้นเอาชีวิตอาตมา"
.
ดร.กรกฎ "3วันที่ผ่านมา ผมไม่ได้มาพบท่านเพราะได้ใช้เวลาในการขุดหลุมเตรียมฝังท่าน รวมทั้งของใช้ต่าง ๆ ด้วยโดยเฉพาะกลดของท่าน หลังจากฝังกลบก็เอาวัชพืชมาทับหน้าไว้
.
หากมีคนมถามหาท่าน ผมก็จะบอกว่าท่านได้ธุดงค์ไปที่อื่น เพราะท่านตั้งใจอยู่ที่นี่
ปีเดียว ผมจะทิ้งระยะไปสักพักแล้วก็กลับกรุงเทพพร้อมด้วยยาอายุวัฒนะของท่าน ว่าแต่สมุนไพรอีก9ชนิดอยู่ที่ไหน"
.
"ในย่ามที่คุณเพิ่งเผาไป"
.
ดร.กรกฎถอนใจอย่างโล่งอก "มันง่ายมากสำหรับผม เพียงแค่นำเศษเถ้าพวกนี้ไปแยกธาตุก็เพียงพอ"
.
พระ "ในย่ามนั้นอาตมาเก็บสมุนไพรมากกว่า50ชนิด บางชนิดไม่มีในประเทศเรา 100ปีจึงเกิดขึ้น อยู่ได้เพียง3วันก็ตายแล้วเกิดใหม่ในอีก100ปข้างหน้าแล้วตายอีกใน3วัน คุณต้องรอในอีก100ปีข้างหน้าซึ่งคุณอยู่ไม่ถึง
.
นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรที่เป็นพิษอีกหลายชนิดปนอยู่ ทำให้คุณแยกแยะไม่ออกว่าอีก9ชนิดใน50ชนิดต้องใช้ตัวใด
ยาอายุวัฒนะที่มีอยู่ตอนนี้จึงเป็นเพียงยาบำรุงให้เกิดความสดชื่นเท่านั้น ไม่ได้รักษาโรคภัยหรือยืดอายุตามที่คุณเข้าใจ"
.
แล้วพระอนุชาก็สิ้นใจในสภาพเลือดไหลออกจากปากและจมูก ใบหน้าและร่างกายมีสีเขียวคล้ำ ลืมตาโพลง ท่านตายตาไม่หลับ ในขณะที่ดร.กรกฎตะโกนสุดเสียงอย่างบ้าคลั่ง
.
จบตอน 12 ภาพปก จากThe Earth ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ดอกบัวหิมะกำลังบานสะพรั่งที่ระดับความสูงเกือบ 4,000 เมตร ทำให้ดูเหมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ ที่กำลังโผล่ขึ้นมาท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นหิน
.
ดอกบัวหิมะ จะออกดอกทุก 5 ปี ช่วงระหว่างเดือนกรกฏาคม ถึง สิงหาคม ดอกบัวหิมะไม่ชอบอากาศร้อน แต่ชอบอากาศหนาว
จะอยู่บนที่ราบสูงที่มีอากาศหนาว อย่างเช่นเทือกเขาเทียนซาน เขตซินเจียงของ
จีน ซึ่งพืชชนิดอื่นยากที่จะดำรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ .
.
ดอกบัวหิมะออกดอกหลังหิมะตก จะโชว์ความงามพิเศษ ชาวจีนโบราณจึงตั้งชื่อว่า ดอกบัวหิมะเทียนซาน และเล่ากันว่ามีสรรพคุณขึ้นชื่อในการรักษาอาการบาดเจ็บได้ดีที่สุด
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย