6 ก.ย. เวลา 12:15 • หุ้น & เศรษฐกิจ

[Vision Exclusive] MRDIYT สาขาหนุนโต ชูสินค้าคุ้มค่าดันมาร์จิ้น

หุ้นวิชั่น – MRDIYT เดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง รุกขยายเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมมุ่งรักษาพื้นฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยปี 2569 ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 210 แห่ง ชูสินค้าคุ้มค่า-เข้าถึงง่าย มุ่งรักษามารจิ้นแกร่ง ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ยังเติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไร
นายอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT เปิดเผยกับ ”ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่าภายในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 210 สาขา โดยในช่วงครึ่งแรกของปี บริษัทสามารถดำเนินการได้แล้ว 60% ของเป้าหมาย และ ณ สิ้นไตรมาส 2 มีสาขารวม 1,248 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ
แม้ว่าตลาดค้าปลีกยังมีการแข่งขันสูงและผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบกับจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับ Value for Money มากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับจุดยืนของ MRDIYT ภายใต้แนวคิด “Always Low Prices” ที่มุ่งนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ในราคาที่เข้าถึงได้
อีกทั้งจุดแข็งสำคัญของ MRDIYT คือ 3 Core Values ที่เป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจคือ
1.ความหลากหลายของสินค้า – มีสินค้าประมาณ 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา ของเล่น และหมวดหมู่อื่นๆ อีกมากมาย พร้อมสินค้าแบรนด์ MRDIYT และสินค้าลิขสิทธิ์อื่นๆ เพื่อสร้างความหลากหลาย และพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน
2.ความคุ้มค่า – ภายใต้คำมั่นสัญญา “Always Low Prices  ราคาถูกคุ้มเสมอ” เพื่อมอบสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
และ3. ความสะดวกในการเข้าถึง – ด้วยเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าและการคัดเลือกสัดส่วนสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งประสบการณ์ของลูกค้าและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัท
อย่างไรก้ดีจากสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของสินค้าและราคามากขึ้น บริษัทจึงมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อช่วยตอบโจทย์ผู้บริโภคในสภาวะที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ซึ่งบริษัทได้นำพฤติกรรมเหล่านี้มาปรับการบริหารสินค้าและโปรโมชันให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น พร้อมพัฒนาประสบการณ์การซื้อสินค้าให้สะดวกและเข้าถึงง่าย ทั้งผ่านสาขาที่ครอบคลุมและช่องทางออนไลน์
เพื่อต่อยอดอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ให้มีความแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2 ปี 2569 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.0% เพิ่มขึ้น 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีจำนวนธุรกรรมถึง 34.9 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 18.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าและการคัดเลือกสัดส่วนสินค้าได้อย่างเหมาะสม บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารสินค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2569 บริษัทมีงบลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยเน้นการขยายสาขาใหม่ตามแผน รวมถึงการเดินหน้าโครงการศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกรบริหารจัดการสินค้าและรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาทและต้นทุนนำเข้ายังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์และสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า
“บริษัทมองว่าการเติบโตในอนาคตจะให้ความสำคัญกับ 3 ด้านควบคู่กัน ได้แก่ การเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการ การสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้า และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน”
รายงานโดย : กษมน พงษ์ธานี รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision
โฆษณา