4 ก.ย. เวลา 12:00 • ธุรกิจ

เปิดธุรกิจเสริมความงาม ต้องตรวจสอบอะไรบ้างภายใต้กฎหมายควบคุมสัญญาฉบับปัจจุบัน

การประกอบธุรกิจเสริมความงามไม่ได้มีเพียงเรื่องใบอนุญาตหรือมาตรฐานการให้บริการเท่านั้น แต่ “สัญญาที่ใช้กับผู้บริโภค” ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ
ปัจจุบัน ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามบางประเภทถูกกำหนดให้เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ซึ่งต่อมาได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
1. การขายคอร์สหรือแพ็กเกจผ่านช่องทางออนไลน์ก็อยู่ในขอบเขตที่ต้องพิจารณา
หากมีข้อตกลงให้ผู้บริโภคเข้ารับบริการตามจำนวนครั้งหรือภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น คอร์สหรือแพ็กเกจเสริมความงาม ธุรกิจดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ นิยามของธุรกิจการให้บริการเสริมความงามยังครอบคลุมถึงการให้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ตามประกาศฉบับปี พ.ศ. 2568 นี้
2. ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการเสริมความงามเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 ได้ปรับขอบเขตประเภทบริการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยในประกาศฉบับที่ 2 นี้ ได้ปรับปรุงนิยามของ “ธุรกิจการให้บริการเสริมความงาม” ให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยครอบคลุมการให้บริการ เช่น การนวด การสปา การดูดไขมัน การศัลยกรรม การหัตถการ และการฟื้นฟูสุขภาพ ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับความสะอาด ความสวยงาม การดูแลผิว การควบคุมน้ำหนัก หรือการดูแลสัดส่วนของร่างกาย
แต่ไม่รวมถึง การบำบัดรักษาโรคตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การบริการตัดแต่งทำผม แต่งหน้า แต่งเล็บ แต่งขนตา นวดไทย สักผิวหนัง หรือการให้บริการอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบลักษณะของบริการที่ตนให้บริการเป็นรายกรณีว่าอยู่ภายใต้ขอบเขตของธุรกิจที่ควบคุมสัญญาหรือไม่
3. สัญญาที่ทำไว้ก่อนประกาศฉบับที่ 2มีผลใช้บังคับยังคงสามารถใช้ต่อไปได้
สำหรับสัญญาที่ได้ทำกับผู้บริโภคตามประกาศ พ.ศ. 2568 ก่อนที่ประกาศฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569 จะมีผลใช้บังคับ กฎหมายกำหนดให้สัญญาดังกล่าวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม สำหรับสัญญาที่จัดทำขึ้นภายหลังจากประกาศฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบและปรับปรุงแบบสัญญาที่ใช้อยู่ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดปัจจุบัน
4. การจัดทำและส่งมอบสัญญาเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม
ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญามีหน้าที่จัดทำสัญญาให้มีข้อความและรูปแบบตามที่กฎหมายกำหนด และส่งมอบสัญญาให้แก่ผู้บริโภคในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ส่งมอบสัญญาที่มีข้อสัญญาหรือรูปแบบถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจมีโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562 มาตรา 57
โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ก่อนเปิดขายคอร์สหรือแพ็กเกจเสริมความงาม ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอย่างน้อยในประเด็นต่อไปนี้ ได้แก่ บริการของธุรกิจอยู่ในขอบเขตของธุรกิจที่ควบคุมสัญญาหรือไม่ แบบสัญญาที่ใช้อยู่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับปัจจุบันหรือไม่ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ให้บริการถูกระบุไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่กระบวนการจัดทำและส่งมอบสัญญาให้แก่ผู้บริโภคเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่
การจัดทำสัญญาให้ถูกต้องไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเข้าใจสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขในการรับบริการได้อย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น
Principle Law & Advisory
Get in Touch :(+66)82–856–3644
.
FB : principlelawandadvisory
.
#PrincipleLawAndAdvisory #LegalExcellence #YourLegalPartners #BusinessLaw
#RealEstateLaw #HotelLaw #TechLaw #StartupLaw #ClientSuccess #MedicalLaw
#EnvironmentalLaw
โฆษณา