เมื่อวาน เวลา 12:40 • หนังสือ

ชีวิตที่เหลือเป็นโบนัส

คนใกล้ตัวหลายคนเปรยกับผมเป็นระยะ ๆ ว่า ผมทำงานหนักไปหรือเปล่า พักผ่อนหน่อยนะ
คงกลัวผมจะตายไว
ตั้งแต่วันแรกที่ริเป็นนักเขียนอาชีพจนถึงวันนี้ ทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด 365 วันต่อปี
หยุดไป 3-4 วันเมื่อต้นปี ตอนโดนหมอผ่า
1
หมอบอกว่านอนน้อยไม่ดีนะ
ก็รู้นะ แต่มันเหมือนขี้เหล้า รู้ว่าเหล้าไม่ดี ก็ไม่ยอมเลิก
ผมก็เป็นโรคขี้เล่าเหมือนกัน โรคขี้เล่าก็เลิกยากเหมือนกันนะ
มันกลายนิสัยไปแล้ว และคุณก็รู้ แก้นิสัยคนแก่นี่ยากกว่าแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง
1
บางวันเมื่อรู้สึกเหนื่อยมาก จึงเริ่มถามตัวเองว่า เออ! นี่เราทำงานมากไปหรือเปล่า
แต่เมื่ออ่านประวัติเอดิสันแล้ว ก็ถือว่าผมทำงานเบาไปเลย คนบ้าผู้นี้นอนน้อยกว่าผมอีก
ผมทำงานตลอดเวลาที่รู้ตัว แต่ไม่ได้คิดว่ามันเป็นงาน จึงไปได้เรื่อย ๆ ทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมงเป็นเรื่องปกติ ทำงานโดยไม่มีวันหยุดก็เป็นเรื่องปกติ
1
เล่าให้ฟังก็เพื่อบอกว่าในเรื่องการทำงาน ผมไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีซึ่งควรเอาอย่าง ผมเป็นพวกบ้างาน และเป็นสายพันธุ์ ‘No life’ มี obsession เดียวคือเขียนหนังสือ และบ้าเขียนอย่างหนัก
วัน ๆ คิดแต่เรื่องไล่ปล้ำ
หมายถึงปล้ำตัวละครน่ะ ว่าจะให้ทำอะไรบ้าง
เป็นอย่างนี้ เพราะชอบเป็นอย่างนี้ และเลือกเป็นอย่างนี้
ถ้าหัวใจวายตายขณะกำลังเขียนหนังสือ ก็ไม่ว่าอะไร
ว่าก็ว่าเถอะ ผมพ้นจากความยึดติดเรื่องว่าต้องอายุยืนมานานแล้ว ผมคิดว่าถ้าชีวิตมีความสุขกับการทำอะไรสักอย่าง ก็ทำ ถ้ายังมีไฟทำอะไร ก็ทำ ตายเร็วตายช้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ
1
เหมือนกับที่โก้วเล้งพูดเรื่องจุดเทียนพร้อมกันสองปลายน่ะ
กะว่าจะนอนยาวทีเดียวเลยตอนหยุดหายใจ ที่ว่านอนยาวก็คือยาวจริง ๆ คือห้าหมื่นล้านปี กว่าโลกจะแตกสลาย ถ้าโชคร้ายโลกพังก่อนก็ช่วยไม่ได้
ผมคิดว่าตัวเองมาถึงจุดที่ตายได้แล้ว เพราะทำมาหมดแล้ว ภารกิจต่าง ๆ ที่คนคนหนึ่งต้องทำในชีวิตหนึ่ง ก็ทำเสร็จแล้ว
1
ชีวิตที่เหลือเป็นโบนัส
1
โฆษณา