ต่อมา Boeing ลดต้นทุนและการเก็บสต๊อก โดยการ Outsource ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไปยังซัพพลายเออร์ทั่วโลก ถึง 70% และนำระบบ Just In Time มาใช้ ซึ่งในระบบ JIT นี้ Boeing ต้องเชื่อมั่นการควบคุมคุณภาพของซัพพลายเออร์เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อชิ้นส่วนมาถึง Boeing จะไม่มีเวลาตรวจสอบชิ้นส่วนอย่างเข้มงวดอีกแล้ว
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ซัพพลายเออร์ทุกรายจะส่งสินค้าที่ตรงสเปกมากที่สุดมาให้ทันเวลา กลับกลายเป็นว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าคุณภาพ Boeing ต้องประสบปัญหาของชิ้นส่วนที่ไม่ได้สเปกประกอบเข้ากันไม่ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้เสียเวลาแก้ไขมากขึ้นไปอีก บางครั้งชิ้นส่วนที่ไม่ได้สเปกติดไปกับเครื่องที่เสร็จสมบูรณ์แล้วก็มี
หลังจากเสียเงินไปเป็นจำนวนมากแต่สิ่งที่ได้มามีแต่บทเรียนราคาแพง ถึงกระนั้น Boeing ก็ไม่ได้หมดหวังกับ Lean ไปเสียทีเดียว เพียงแต่ปรับการใช้ Lean เพื่อลดต้นทุนมาเป็น Lean เพื่อคุณภาพ และได้มีการประกาศใช้ Boeing Production System (BPS) ที่ได้รับอิทธิพลจาก Lean และ TPS โดยเฉพาะการหยุดไลน์การประกอบทันทีที่พบว่ามีชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดรอดเข้าไปในไลน์ประกอบ ทำให้ลดการประกอบผิดสเปกได้เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ Boeing ยังแก้ปัญหาคุณภาพของซัพพลายเออร์รายใหญ่บางรายด้วยการเข้าซื้อกิจการเสียเลย เช่นการเข้าซื้อกิจการของบริษัท Spirit AeroSystems ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนตัวเครื่องหลักกลับเข้ามาเป็นของตัวเองอีกครั้ง เพื่อการควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น