6 ก.ย. เวลา 06:18 • ปรัชญา

watthakhanun

เมื่อร่วมงานบุญวันพระเสร็จเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็ต้องขอสัตตาหะฯ เร่งเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพราะว่ารับฎีกาหลวงใช้พัดยศ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานผ้าไตรหลัก ๑ ไตร และไตรสมทบอีก ๑๖๗ ไตร ในโอกาสฉลองศาลาใหม่ของ "คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม" ที่วัด
อาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
เมื่อกระผม/อาตมภาพไปถึง หาที่จอดรถได้แล้ว ก็ถือพัดยศซึ่งเท่มาก เพราะว่าเป็นพัดพระครูสัญญาบัตรเทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ซึ่งปัจจุบันนี้ พระครูกลายเป็นของหายาก เพราะว่าเจ้าคุณมีเป็นว่าเล่น แล้วยังเป็นพัดสีขาว ซึ่งหา
ยากหาเย็นกว่าพัดพระครูปกติหลายเท่าอีกด้วย..!
"ดร.ท่านเจ้าคุณสายรุ้ง" พอเห็นก็พุ่งปราดเข้ามาหา รีบรับพัดยศมาก่อน บอกว่า "ไปพักที่กุฏิของเกล้าฯ ก่อนดีกว่าครับ" ซึ่งท่านเจ้าคุณสายรุ้งนี้ ท่านเป็นบุคคลที่ประกอบด้วยอปจายนมัย ไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นเจ้าคุณชั้นราชที่ "พระราชวินัยวชิรเมธี" เจ้าคณะแขวงบางพลัด (ธ) และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม เพราะว่าทำตัวเป็นเด็กรุ่นหลังกับกระผม/อาตมภาพอยู่เสมอ จึงได้บอกกับท่านว่า "ผมมา
ปลุกเสกครั้งแรกท่านเป็นเจ้าคุณศรีฯ มาปลุกเสกครั้งที่ ๒ ท่านเป็นเจ้าคุณราชฯ มางานนี้ต้องเป็นเจ้าคุณเทพฯ นะครับ" เล่นเอาอีกฝ่ายหัวเราะหน้าแดง บอกว่า "ถ้าหลวงพ่อเมตตาก็ยินดีรับไว้ครับ"
เมื่อเข้าไปถึงในที่พัก ก็เห็น "ครูบากฤษดา สุเมโธ - พระครูสุเมธธรรมวัฒน์" วัดสันพระเจ้าแดง กำลังโดนญาติโยมมะรุมมะตุ้มอยู่ แล้วญาติโยมก็รีบควักหน้ากากอนามัยมาถวายให้กระผม/อาตมภาพใส่ด้วย บอกว่า "เป็นช่วงที่โควิดระบาดหนัก"
กระผม/อาตมภาพจึงต้องใส่หน้ากากเอาไว้ตามใจทุกคน
จนกระทั่งได้เวลา เจ้าหน้าที่ก็มานิมนต์เพื่อไปเข้าสู่สถานที่ปลุกเสกวัตถุมงคล กระผม/อาตมภาพกราบ "พระเดชพระคุณหลวงปู่เจ้าคุณทองดี" - พระพรหมวัชรสุทธาจารย์ (ทองดี ฐิตายุโก) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธ) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม กราบ "หลวงปู่พระญานวิเศษ วิ." (หลวงปู่สุพรรณ
กนโก) เจ้าอาวาสวัดซำตาโตง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งท่านก็อายุ ๙๐ กว่าปีแล้วเช่นกัน
เมื่อนั่งเข้าที่ได้ครู่หนึ่ง "หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์" - พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามก็มาถึง ความจริงเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนเป็นเจ้าคุณชั้นราชที่ "พระราชวชิรรัตนรังษี" แต่เนื่องจากว่ายัง
ไม่ได้รับพระราชทานพัดยศ จึงต้องใช้ราชทินนามเดิมไปก่อน
สักครู่ใหญ่ "พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี" (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ. ๖) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ประธานในพิธีก็มาถึง เดินทักทายพระเกจิอาจารย์ทีละรูป เมื่อมาถึงกระผม/อาตมภาพ ก็บอกว่า "เป็นเจ้าคุณกับเขาได้แล้ว" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "อนุโมทนากับท่านเจ้าประคุณ
ครับ" แล้วก็ได้แต่นึกในใจว่า "ลับหลังไปแล้ว จำกระผมได้ก็พอ..!"
จากนั้นก็เป็นพิธีกรรมพิธีการตามปกติ ก็คือมีการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดย "หลวงปู่เจ้าคุณทองดี" ตามมาด้วยประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนหน้ารูปหล่อ "คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม" "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จหนกลาง" เจิมและจุดเทียนชัย จากนั้นก็เข้าที่ภาวนา
กระผม/อาตมภาพกำหนดจิตบอก "คุณแม่บุญเรือน" ว่า "แม่เสกรูปตัวเองแล้วกันนะครับ" ท่านบอกว่า "ช่วยเมตตาสงเคราะห์ขอบารมีพระให้อิฉันด้วยเถิด" กระผม/อาตมภาพจึงกราบขอบารมี "หลวงพ่อพุทโธคลัง" ซึ่งเป็นประธานอยู่ในพิธี เล่นเอาคุณแม่บุญเรือนยืนประนมมือทำตาปริบ ๆ เนื่องเพราะว่า "พระพุทโธคลัง" ก็คือพระที่คุณแม่บุญเรือนสร้าง และมีความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง
เพียงแต่ว่าสร้างเป็นพระพุทธรูปแล้ว เราจะนึกถึงพระพุทธเจ้าพระองค์ไหนก็อยู่ที่เราเอง "คุณแม่บุญเรือน" ยืนอยู่ที่มุมศาลา ร่างกายสว่างขาวเจิดจ้ามาก อยู่ร่วมพิธีจนกระทั่งเสร็จสรรพ กระผม/อาตมภาพทำน้ำมนต์พรมรอบพิธีเสร็จพอดีกับพระมหานาคเสร็จจากการสวดเรียบร้อย
ทางด้านพิธีกรนิมนต์ "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ" พรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชา หลายท่านที่ไม่รู้อาจจะคิดว่ากระผม/อาตมภาพไม่รู้เด็ก ไม่รู้ผู้ใหญ่ ไปพรมน้ำมนต์และโปรยดอกไม้เป็นพุทธบูชาก่อนผู้บังคับบัญชาสูงสุด หรือประธานในพิธี แต่ความจริงแล้ว กระผม/อาตมภาพถือตามแบบโบราณ ก็คือว่าถ้าผู้ใหญ่ทำอะไรแล้ว เราไม่ควรที่จะไปทับรอย เนื่องเพราะว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความไม่เคารพ จึงจำเป็นที่จะต้องทำก่อน หลังจากนั้นแล้วท่านทับลงมา ก็เป็นอันว่าเหมาะสมตรงตาม
โบราณทุกประการ
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๙
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
โฆษณา