ชาวท่าเรือรวมพลังติดธงเขียว ค้านโรงงานปุ๋ย-ขยายท่าเรือ หวั่นกระทบชุมชนและแม่น้ำป่าสัก

นายอัศม์ไชย ตั้งใจรักษ์ (เสื้อสีดำ ) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอท่าเรือ พร้อมด้วยผู้ช่วย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาลอย สมาชิกสภา อบต.ศาลาลอย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันแสดงจุดยืนด้วยการจัดทำธงและริบบิ้นสีเขียว นำไปติดบริเวณหน้าบ้าน รวมถึงผูกติดกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมติดตั้งป้ายไวนิลแสดงข้อความคัดค้านการจัดตั้งโรงงานปุ๋ยและการขยายท่าเทียบเรือในพื้นที่ตำบลศาลาลอย อำเภอท่าเรือ
ทั้งนี้ สีเขียวถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของการรักษาพื้นที่สีเขียวและสิ่งแวดล้อมของชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการเดินรณรงค์ภายในชุมชน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงจุดยืน และสร้างความตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากมีการดำเนินกิจการดังกล่าวในพื้นที่
นายอัศม์ไชย ตั้งใจรักษ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอท่าเรือ เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา เดิมเคยเป็นโรงสีข้าวและโกดังเก็บข้าว ก่อนจะเลิกกิจการไป โดยผู้ประกอบการรายใหม่มีแผนปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นกิจการเกี่ยวกับปุ๋ย ทั้งการผลิตหรือจัดเก็บ รวมถึงการนำปุ๋ยเคมีขนส่งทางเรือมาขึ้นเทียบท่า ก่อนขนถ่ายลงรถบรรทุกเพื่อกระจายสินค้า
นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าได้มากขึ้น โดยมีการขออนุญาตเปิดเป็นโรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่ 3 รวมถึงขอขยายท่าเทียบเรือต่อกรมเจ้าท่า
จากการทำประชาคมและการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลถึงผลกระทบที่อาจตามมา โดยเฉพาะเรื่องกลิ่น ฝุ่นละออง และความเสี่ยงจากสารเคมี รวมถึงการขนส่งสินค้าทางเรือ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ซึ่งปัจจุบันมีการเดินเรือและขนถ่ายสินค้าอยู่แล้ว
ชาวบ้านยังเกรงว่า หากมีการเพิ่มขนาดหรือจำนวนเรือที่เข้ามาขนถ่ายสินค้า อาจส่งผลกระทบต่อสภาพตลิ่งและพื้นที่ริมแม่น้ำ ขณะที่การขนส่งปุ๋ยด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ อาจทำให้ปริมาณการจราจรบนถนนภายในชุมชนเพิ่มขึ้น และสร้างความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ด้านนายวิศรุทธ์ ปานแสง ( เสื้อสีเขียว ) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาลอย เปิดเผยว่า ชาวบ้านมีความกังวลอย่างมากต่อการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับปุ๋ยเคมี เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งปัญหากลิ่น ฝุ่นละออง รวมถึงการปนเปื้อนของสารเคมีที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตหรือการจัดเก็บ
นอกจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ชาวบ้านยังเป็นห่วงเรื่องการจราจรและอุบัติเหตุ โดยระบุว่า พื้นที่ภายในโรงงานอาจไม่เพียงพอสำหรับรองรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ หากมีรถบรรทุกเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก อาจต้องจอดรอริมถนน ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ขณะเดียวกันภายในชุมชนยังมีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งชาวบ้านเกรงว่า หากเกิดฝุ่น กลิ่น หรือมลพิษจากการประกอบกิจการขึ้น คนกลุ่มดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบโดยตรง
นายวิศรุทธ์ กล่าวอีกว่า ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นโรงสีข้าว ซึ่งชุมชนเคยได้รับผลกระทบจากรถบรรทุกที่เข้าออกเป็นจำนวนมาก รวมถึงปัญหาเสียงดังและแมลงรบกวน จึงไม่ต้องการให้เกิดปัญหาซ้ำอีก โดยเฉพาะหากกิจการใหม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบมากกว่าเดิม
ตัวแทนชาวบ้านกล่าวย้ำว่าพื้นที่ของเราเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นชุมชนชนบทและเกษตรกรรมที่ยังมีอากาศสดชื่น เราไม่ต้องการให้มีอุตสาหกรรมเข้ามาทำลาย พร้อมยืนยันว่า ผู้นำชุมชนและประชาชนมีจุดยืนร่วมกันในการคัดค้านการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานปุ๋ยเคมีในพื้นที่
ทั้งนี้ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดทำหนังสือคัดค้านการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่งถึงหน่วยงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอให้พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การจราจร และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรอบอย่างรอบด้าน ก่อนมีการพิจารณาอนุญาตให้ดำเนินกิจการ
ชาวบ้านยืนยันว่า การติดธงและริบบิ้นสีเขียวตามบ้านเรือนและยานพาหนะ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงจุดยืนของชุมชนที่ต้องการรักษาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิต พร้อมยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และเดินหน้าคัดค้านต่อไป
หากโครงการได้รับอนุญาตและเปิดดำเนินการ ชาวบ้านกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตำบลศาลาลอย ตำบลโพธิ์เอน และตำบลวังแดง อำเภอท่าเรือ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงในเขตติดต่ออำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ที่มา/ภาพข่าว.อริสา จ.พระนครศรีอยุธยา
#สมาคมผู้สื่อข่าวดิจิตอลและออนไลน์
#dojathailand24 #Thailandreportonline
โฆษณา