6 ก.ย. เวลา 21:43 • ปรัชญา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

“หยุดความอยากได้อย่างถาวร”
ใจที่สงบนี้ก็จะหยุดผลบุญผลบาปทั้งหมดด้วย ใจจะไม่ต้องไปรับผลบุญผลบาปต่อไป พราะใจจะอยู่ที่สงบเพียงอย่างเดียว ที่ที่สงบเพียงอย่างเดียวนี้เราเรียกว่านิพพาน ใจที่สงบตลอดเวลา ปราศจากอะไรทั้งสิ้นทั้งปวง เรียกว่า “นิพพาน” ใจที่ว่าง
“นิพพานัง ปรมัง สุญญัง นิพพานัง ปรมัง สุขัง” อันนี้เกิดขึ้นจากการที่เราปฏิบัติสมาธิ เพื่อทำใจให้สงบนิ่ง แล้วก็เจริญปัญญาเพื่อรักษาความสงบให้สงบอย่างถาวร เพราะถ้าสงบด้วยสมาธิเพียงอย่างเดียว เวลาออกจากสมาธิมา ใจก็จะถูกตัณหาความอยากมาสร้างความไม่สงบให้กับใจได้
จึงจำเป็นที่จะต้องมีปัญญามาสอนใจ ให้เห็นโทษของการทำตามความอยาก ให้เห็นว่าสิ่งที่อยากได้นั้นมันไม่ใช่เป็นความสุขเพียงอย่างเดียว มันเป็นความสุขที่มีความทุกข์ตามมาด้วย เพราะทุกอย่างไม่เที่ยง ทุกอย่างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของใจ ใจไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ให้ความสุขกับใจได้เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งต่างๆ ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องพลิกไปเปลี่ยนไป จำเป็นที่จะต้องเจริญปัญญา คือเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ใจอยากได้ว่าเป็นไตรลักษณ์ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
พอเห็นว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็จะหยุดความอยากได้อย่างถาวร แล้วความอยากก็จะไม่โผล่ โผล่ขึ้นมาทีไรก็นึกถึงไตรลักษณ์เหมือนกัน พอนึกว่าต้องไปเจอกับความทุกข์ ถ้าได้สิ่งนี้แล้วเดี๋ยวไม่ช้าก็เร็วก็ต้องทุกข์ เพราะสิ่งนี้ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมีการสิ้นสุดลง งานเลี้ยงย่อมมีการสิ้นสุดลง คนเราจัดงานเลี้ยง ไม่คิดถึงตอนที่งานเลี้ยงจบ พองานเลี้ยงจบก็หายเฮหายฮากัน พอมีงานเลี้ยงก็เฮฮากันสนุกสนาน พองานเลี้ยงจบก็เศร้าเหมือนเดิม
อันนี้ก็เหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นแบบนี้ มันมีเจริญแล้วก็มีเสื่อม มีเกิดแล้วก็มีดับตามมา ถ้าเราเห็นความไม่เที่ยง เราก็จะเห็นความทุกข์ที่จะตามมา เราก็จะไม่อยากจะมีอะไร ไม่อยากจะหาความสุขจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ความอยากที่เคยหลอก ฉุดให้เราไปหาความสุขต่างๆ เหล่านี้ก็จะหมดไป เมื่อไม่มีความอยากหลงเหลืออยู่ในจิตใจแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะมาผลักดันให้จิตใจเราไปเกิดอีกต่อไป ไปรับผลบุญผลบาปอีกต่อไป เพราะจิตของเราจะอยู่ในความว่าง อยู่ปราศจากเหตุการณ์
ต่างๆ.
ธรรมะหน้ากุฎิ
วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๔
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
โฆษณา