Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เม้ามอยชีวิต
•
ติดตาม
7 ก.ย. เวลา 05:02 • การเมือง
ชวนคุย: งงมากแม่! TH-AI PASSPORT คนใช้น้อยเพราะ “เน็ตเข้าไม่ถึง” จริงดิ? หรือระบบมันบ้งจนคนเทคะคุณน้า?! 🤖💸
สวัสดีค่าาา ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ ชาวพันทิปและลูกเพจ Blockdit ทุกคนเข้าสู่พื้นที่เม้ามอยสบาย ๆ สไตล์สาวสวย โสด สดใส (และยังโสดเพราะมัวแต่นั่งคุยกับ AI นี่แหละค่ะ ฮ่าๆ)!
วันนี้ขอเปิดไมค์พอดแคสต์ด้วยประเด็นร้อนที่ทำเอาคิ้วกระตุกรัว ๆ ใครตามข่าวไอทีภาครัฐช่วงนี้ น่าจะเห็นข่าวผลสรุปยอดการใช้งาน “TH-AI PASSPORT” โปรเจกต์เทคโนโลยีตัวตึงที่ทุ่มงบแบบจัดเต็ม แต่ผลลัพธ์คือ... “ยอดคนใช้น้อยกว่าเป้าหมายแบบน่าใจหาย!”
แต่ที่พีคจนต้องขอร้องกรี๊ด ไม่ใช่แค่ยอดใช้แป้กค่ะคุณพี่... แต่เป็นคำชี้แจงจากเจ้ากระทรวงต้นสังกัดที่ออกมาบอกหน้าตาเฉยว่า: “ที่คนใช้น้อย เป็นเพราะคนไทยในหลายพื้นที่ยังเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้น้อยครับ!”
อื้อหือออ... ได้ยินคำนี้เข้าไป สาวโสดสายไอทีอย่างเราถึงกับต้องวางชานมไข่มุกแล้วทาบอก! คนไทยเนี่ยนะเข้าถึงเน็ตน้อย? วันนี้เราเลยจะมาชวนกะเทาะเปลือก เม้าท์กันให้กระจ่างว่า ข้ออ้างนี้จริงหรือมั่ว แล้วสาเหตุแท้จริงมันเกิดจากอะไรกันแน่!
1. โทษเน็ตไว้ก่อน... สถิติจริงเขาว่ายังไงคะคุณน้า?
ตัดภาพมาที่ความเป็นจริงของประเทศไทยแลนด์แดนสไมล์ก่อนค่ะ จากรายงานสถิติดิจิทัลระดับโลก (We Are Social / DataReportal) และข้อมูลจาก กสทช. ล่าสุด:
คนไทยมีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทะลุ 85 - 90% ของประชากร
ยอดการเปิดใช้ซิมการ์ดและสมาร์ตโฟนพุ่งทะลุ 100% ของจำนวนประชากรไปนานแล้ว
คนไทยติดอันดับท็อปของโลกเรื่องการไถฟีด TikTok, ดูคลิป YouTube, และส่องดราม่าใน X (Twitter) วันละหลายชั่วโมง!
ยายทวดข้างบ้านยังนั่งกดส่งสติกเกอร์สวัสดีวันจันทร์ผ่าน LINE แล้วลุงป้าในสวนยางยังไลฟ์สดขายผลไม้ได้เลยค่ะ! จะมาบอกว่าคนไม่ใช้ TH-AI PASSPORT เพราะ “ไม่มีเน็ต”... แหม ฟังแล้วอยากจะส่งพิกัดเสาสัญญาณ 5G ไปให้ท่านรัฐมนตรีดูสักแมตช์จริงๆ ค่ะ!
2. ถ้าเน็ตไม่ใช่ปัญหา... แล้ว “ต้นตอความบ้ง” อยู่ตรงไหน?
ถ้าตัดเรื่องอินเทอร์เน็ตทิ้งไป สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ “ตัวระบบและประสบการณ์ผู้ใช้ (UX/UI)” ล้วน ๆ ค่ะ จากเสียงสะท้อนของประชาชนที่ได้ลองสัมผัสจริง:
ขั้นตอนสมัครที่ซับซ้อนจนหมดความพยายาม: จะเข้าไปคุยกับ AI หนึ่งคำ ต้องโหลดแอป ยืนยันตัวตน สแกนหน้า 3 รอบ ยืนยัน OTP สองชั้น ตอบคำถามประวัติส่วนตัวยาวเหยียด... ในขณะที่เขากดเปิด ChatGPT หรือ Claude แค่ 3 วินาทีก็ได้คำตอบแล้ว คนเขาก็ถอดใจสิคะ!
สร้างมาตอบโจทย์ใคร? (Lack of Product-Market Fit): จนถึงตอนนี้ ประชาชนยังงงอยู่เลยค่ะว่า TH-AI PASSPORT เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาชีวิตประจำวันตรงไหน? จะเป็นพอร์ทัลข้อมูลรัฐ? เป็นแชตบอตแนะนำสิทธิ? หรือเป็นแค่ Dashboard รวมลิงก์ที่เอาคำว่า AI มาแปะเฉย ๆ?
ความแม่นยำต่ำและความหลอน (Hallucination): เอาโมเดลมาเทรนแบบครึ่งๆ กลางๆ ข้อมูลหน่วยงานรัฐไม่อัปเดต ถามอย่าง ตอบอย่าง พอคนใช้รู้สึกว่า “พึ่งพาไม่ได้” เขาก็ไม่กลับมาใช้อีกเป็นรอบที่สอง
3. เปิดตัวอย่างความโป๊ะ: เมื่อลองคุยกับน้อง AI
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมคนถึงส่ายหัว ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์จำลองที่สะท้อนการทำงานของระบบสไตล์ราชการไทยกันค่ะ:
ผู้ใช้: "อยากทราบว่า พรุ่งนี้สำนักงานเขตเปิดทำบัตรประชาชนกี่โมงถึงกี่โมงครับ?"
TH-AI PASSPORT: "บัตรประจำตัวประชาชน คือเอกสารราชการที่ออกให้แก่ผู้มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติม..." (ร่ายยาว 8 ย่อหน้า แต่ไม่บอกสักคำว่าเปิดกี่โมง!)
ผู้ใช้: "ต้องการร้องเรียนปัญหาน้ำประปาไม่ไหลในซอย ต้องติดต่อหน่วยงานไหน?"
TH-AI PASSPORT: "ขออภัยค่ะ ระบบไม่พบคำตอบสำหรับ 'น้ำประปาไม่ไหล' กรุณาดาวน์โหลดแบบฟอร์ม ค.ร.01 เพื่อกรอกและยื่นต่อเจ้าหน้าที่ในวันและเวลาราชการค่ะ"
อ้าวววว! แล้วจะมี AI ไว้ทำไมคะคุณน้า สู้เดินไปถามพี่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยยังได้คำตอบเร็วกว่าเลยค่ะ!
4. ความคุ้มค่ากับ “ภาษีประชาชน” อยู่ตรงไหน?
โปรเจกต์ระดับกระทรวงแบบนี้ งบประมาณในการจัดจ้าง พัฒนาระบบ และค่าเซิร์ฟเวอร์ไม่ใช่หลักหมื่นหลักแสนนะคะ แต่มันคือเงินภาษีระดับสิบล้านหรืออาจจะแตะร้อยล้าน!
การที่ผู้บริหารระดับสูงมองไม่เห็นปัญหาของระบบตัวเอง แล้วโยนความผิดไปที่โครงสร้างพื้นฐานหรือประชาชน สะท้อนถึงการทำงานแบบ Top-Down (สั่งการจากหอคอยงาช้าง) ที่อยากได้ผลงานเท่ ๆ มาตัดริบบิ้นถ่ายรูป แต่ไม่เคยลงมาทำ User Research ไม่เคยทำ Beta Test กับประชาชนจริง ๆ
5. เจ้ากระทรวงควรพิจารณาตนเองอย่างไร?
ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี (และเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องปรับปรุงงานตามฟีดแบ็กคนดูทุกวัน) อยากฝากข้อคิดถึงท่านรัฐมนตรีและทีมงาน 3 ข้อสั้น ๆ ค่ะ:
หยุดแก้ตัว แล้วเปิดหูรับฟัง: เลิกโทษประชาชน เลิกบอกว่าเน็ตไม่พอ แต่ให้เปิด Dashboard ดู Drop-off rate ดูว่าผู้ใช้ติดปัญหาตรงจุดไหน ทำไมเขาถึงกดออกจากระบบ
ประเมินความคุ้มค่าอย่างโปร่งใส: ถ้ายอดใช้งานไม่ถึง 10% ของ KPI ที่ตั้งไว้ ต้องกล้าออกมารายงานความคุ้มค่า เปิดเผยค่าใช้จ่ายต่อหัว (Cost per Active User) ว่าผลาญงบไปเท่าไหร่
ถ้าไม่เวิร์ก ต้องกล้า Pivot หรือหยุด: อย่าดันทุรังเทงบประชาสัมพันธ์มาถมโปรเจกต์ที่รากฐานไม่แข็งแรง ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีคนใช้ ต่อให้ยัดเยียดให้คนโหลด เขาก็ลบทิ้งอยู่ดีค่ะ
💬 ปิดท้าย ชวนเพื่อน ๆ มาเม้ามอย (Call to Action)
เอาล่ะค่ะทุกคน! มีใครในนี้เคยได้ลองกดเข้าไปใช้งานเจ้า TH-AI PASSPORT ตัวนี้แล้วบ้างมั้ยคะ? ใช้งานแล้วรู้สึกยังไง ปังหรือพัง หรือใครคิดว่าคำตอบของท่านรัฐมนตรีฟังขึ้นมั้ย?
คอมเมนต์มาแชร์ประสบการณ์หรือระบายกันใต้โพสต์นี้ได้เลยนะคะ! รออ่านทุกเมนต์เลยน้าาา 👇👇
แนวคิด
สังคม
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย