7 ก.ย. เวลา 23:06 • ข่าวรอบโลก
ตอนสึนามิ ปี'47 ที่เกิดแผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย คลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่ง 14 ประเทศ ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 2.3 แสนราย
ยอดบริจาคตามที่มีบันทึกคือราว 4.5 แสนล้านบาทในขณะนั้น (ประมาณเกือบ 1.4 พันล้าน USD) เป็นเงินจากภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป มูลนิธิองค์กรการกุศล และรัฐบาลของประเทศต่างๆทั่วโลก
เหตุการณ์ในครั้งนั้นยังครองสถิติโนหนึ่งของโลก ถ้าวัดความรุนแรงโดยใช้เกณฑ์ตัวเลขที่จับต้องได้ อาทิ ขอบเขตพื้นที่ ยอดผู้เสียชีวิต มูลค่าความเสียทางเศรษฐกิจ
แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถตีมูลค่าออกมาเป็นตัวเลขเป๊ะๆอย่างเช่น ชีวิตคน ผลกระทบด้านจิตใจ หายนะทางสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
❓อะไรเป็นเหตุ
จริงๆไม่ค่อยเข้าใจคำถาม ขอตอบตามที่อยากตอบละกันนะ
ไม่ว่าจะเป็นยอดบริจาคหรือความช่วยเหลือใดๆที่ระดมกันเข้าไป สิ่งนี้เรียกว่า prosocial behavior ค่ะ กล่าวคือ..
ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติ
มนุษย์มักจะแสดงออก
ในด้านที่ร่วมมือและช่วยเหลือกัน
มากกว่าด้านที่เห็นแก่ตัว
นักสังคมวิทยาเรียกพฤติกรรมการแสดงออกในลักษณะนี้ว่า "จิตวิญญาณแห่งภัยพิบัติ" ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับความตื่นตระหนก
สิ่งที่มนุษยชาติทุกชาติพันธุ์มีร่วมกันคือ "การร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด" (altruism & cooperation) แต่ด้านมืดก็มีเหมือนกัน อย่างเช่นการเอาตัวรอดในภาวะวิกฤต ความเห็นแก่ตัว
แรงขับจากด้านดี มีหลายระดับตั้งแต่การบริจาคเงิน แบ่งปันอาหาร ไปตั้งโรงครัว ฯลฯ หรือแบบที่เข้มขึ้นมาอีกขั้นก็พวกอาสากู้ภัย ที่เข้าพื้นที่อันตรายเพื่อช่วยชีวิตคน แต่ถ้าภัยพิบัติยืดเยื้อ ความช่วยเหลือมาช้า กลไกการช่วยเหลือของรัฐล้มเหลว กินเวลายาวนานจนเกิดความอดอยากรุนแรง ก็จะกระตุ้นให้ด้านมืดโผล่ออกมา
และเชื่อไหมว่า ขณะกำลังเผชิญภัยพิบัติ คนเราสามารถวางอคติลงได้เฉย!! ถึงแม้ว่าความคิดเห็นไม่ตรงกัน ความเชื่อทางการเมืองต่างกันสุดขั้ว อะไรใดๆปล่อยเบลอไปก่อน ลดกำแพงทางชนชั้น สีผิว ศาสนา ก้าวข้าม barrier ด้านภาษา ฯลฯ เพื่อช่วยชีวิตคนแปลกหน้า
สิ่งนี้จะนับว่าเป็นแง่งามของภัยพิบัติก็พอได้นะ
โฆษณา