Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SpacenScience TH
•
ติดตาม
9 ก.ย. เวลา 09:44 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ร่องรอยเคมีบนพื้นผิวบอกถึงอดีตในระบบดาวคู่
ดาวฤกษ์มวลสูงมากกว่า 70% ก่อตัวขึ้นในระบบคู่ใกล้ชิด ที่ซึ่งแรงดึงโน้มถ่วงและการถ่ายเทมวลระหว่างดาวข้างเคียงส่งผลต่อวิวัฒนาการอย่างรุนแรง แต่เมื่อปฏิสัมพันธ์จบลง ไม่ว่าจะมีการถ่ายเทมวล, การควบรวม หรือซุปเปอร์โนวาจากดาวข้างเคียงดวงหนึ่ง ดาวที่เหลือรอดอยู่ก็มักจะปรากฏเป็นวัตถุที่โดดเดี่ยว เก็บซ่อนอดีตอันปั่นป่วนไว้
นักดาราศาสตร์อับจนหนทางที่จะตรวจจับความเป็นมาที่ซ่อนเร้นเหล่านี้ แต่ขณะนี้ การศึกษางานใหม่ได้เริ่มแกะรหัส กุญแจซ่อนอยู่ที่ปริมาณธาตุบนพื้นผิว อย่างคาร์บอน, ไนโตรเจน, ออกซิเจน และฮีเลียม
เมื่อดาวมวลสูงสะสมมวลสารจากดาวข้างเคียง มันจะได้มวลสารจากชั้นก๊าซส่วนนอกๆ และแกนกลางของดาวผู้บริจาค ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการฟิวชั่นแล้ว จะอุดมไปด้วยไนโตรเจนและฮีเลียม แต่ขาดแคลนคาร์บอนและออกซิเจน สสารนี้ผสมเข้าสู่ชั้นก๊าซส่วนนอกของดาวผู้รับ เหลือสัญญาณทางเคมีที่แปลกประหลาดทิ้งไว้ งานวิจัยเผยแพร่ใน Nature Astronomy
ดาวที่มีการถ่ายเทมวลลักษณะนี้จะมีเส้นทางอันเป็นอัตลักษณ์เส้นหนึ่งที่เรียกว่า CNO abundance diagram เป็นกราฟอัตราส่วน N/C และ N/O ในขณะที่ดาวเกือบทั้งหมดจะตกอยู่ในเส้นหนึ่ง แต่ดาวผู้รับจะมีเส้นทาง “กิ่ง” ที่แตกต่างซึ่งไม่เคยพบก่อนหน้านี้ แยกตัวออกจากดาวเดี่ยวๆ และผู้บริจาคอย่างชัดเจน
วัฏจักรคาร์บอน-ไนโตรเจน-ออกซิเจน เป็นเส้นทางการหลอมไฮโดรเจนเป็นฮีเลียมในแกนกลางของดาวฤกษ์มวลสูง โดยใช้ธาตุทั้งสามเป็นตัวเร่งปฏิกริยา(catalysts) แตกต่างจากเส้นทางที่ดวงอาทิตย์ของเราใช้ซึ่งเรียกว่าห่วงโซ๋โปรตอน-โปรตอน(proton-proton chain)
Harim Jin จากสถาบันมักซ์พลังค์เพื่อดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ผู้เขียนนำการศึกษา อธิบายว่า เราได้พบว่าองค์ประกอบเคมีที่พื้นผิวดาวมวลสูงไม่เพียงแต่เป็นผลผลิตพลอยได้จากวิวัฒนาการของพวกมัน แต่ยังเป็นบันทึกเรื่องราวด้วย เป็นครั้งแรกที่เราอ่านเรื่องราวเหล่านี้ในรายละเอียดได้ แม้ว่าดาวจะดูเหมือนอยู่เพียงลำพังบนท้องฟ้า
ร่องรอยทางเคมีนี้เป็นเครื่องมือนิติวิทยาศาสตร์ที่ทรงพลัง นักวิจัยได้พัฒนา
กรอบงานการวิเคราะห์ง่ายๆ ที่ไม่ต้องพึ่งพิงแบบจำลองซึ่งช่วยให้นักดาราศาสตร์ตรวจสอบปริมาณและองค์ประกอบของสสารที่สะสม โดยใช้เพียงการสำรวจปริมาณบนพื้นผิวเท่านั้น กรอบงานนี้ช่วยให้ได้สร้างประวัติระบบดาวคู่เริ่มต้นขึ้นมาใหม่ ทั้งมวลของดาวเมื่อเริ่มต้น และประสิทธิภาพในการถ่ายเทมวล
วิธีการนี้ช่วยให้เรามีหน้าต่างเจาะตรงสู่ชีวิตในมุมลับของดาว Jin กล่าวเสริม มันก็เหมือนกับการพบรอยนิ้วมือในที่เกิดเหตุ เมื่อคุณรู้ว่ามองหาอะไร ก็สามารถสร้างลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดขึ้นมาได้อีก แม้ว่าผู้ต้องสงสัยจะหายไปนานแล้ว วิธีการได้ให้ผลสรุปที่น่าประหลาดใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดาวฤกษ์ γ Columbae ซึ่งคิดกันมานานแล้วว่าเป็นดาว “เปลือย” ที่พบได้ยาก โดยเผยแกนกลางของมันออกมาหลังจากสูญเสียชั้นก๊าซส่วนนอกไป กลับกลายเป็นอดีตผู้ได้รับมวล
องค์ประกอบพื้นผิวของมัน ซึ่งมีอัตราส่วน N/C ที่สูง, N/O ปานกลาง และอุดมไปด้วยฮีเลียม สอดคล้องกับสัญญาณที่ทำนายไว้สำหรับดาวที่สะสมมวลสารจากดาวข้างเคียงมวลสูง การจำแนกประเภทใหม่ไม่เพียงแต่ปรับแต่งความเข้าใจของเราเกี่ยวกับ γ Columbae แต่ยังบอกว่ามีดาวอีกหลายดวงที่เคยคิดว่าเป็นดาวเปลือย แท้จริงแล้วอาจจะเป็นผู้ได้รับมวล
นัยยะนี้ยังขยายไปไกลกว่าดาวฤกษ์เดี่ยวด้วย วิธีการสามารถปรับใช้กับดาวมวลสูงได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึงดาววิ่งหนี(runaway stars), ดาวชนิดซุปเปอร์ยักษ์ และแม้แต่ดาวต้นกำเนิดซุปเปอร์โนวา มันยังให้หนทางใหม่ในการทดสอบทฤษฎีวิวัฒนาการระบบดาวคู่ โดยเฉพาะฟิสิกส์ของการถ่ายเทมวลและการสูญเสียโมเมนตัมเชิงมุมที่ไม่เป็นที่เข้าใจดีนัก
ดาวฤกษ์ γ Columbae เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวฟ้าใต้นกเขา(Columba) ดาวฤกษ์นี้มีมวลเกือบ 6 เท่าดวงอาทิตย์ Credit: go-astronomy.com
ด้วยการเปรียบเทียบร่องรอยทางเคมีที่สำรวจพบกับแบบจำลองทฤษฎี ขณะนี้นักดาราศาสตร์สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพและเสถียรภาพของการถ่ายเทมวลได้โดยตรง ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนที่มีมานานในดาราศาสตร์ฟิสิกส์ดาวฤกษ์
ยิ่งกว่านั้น เทคนิคนี้ยังขยายไปถึงการควบรวมของดาวและปรับใช้กับซุปเปอร์โนวา 1987A ที่โด่งดัง ซึ่งคิดกันมานานแล้วว่ามีกำเนิดจากดาวที่เป็นผลผลิตจากการควบรวม Norbert Langer จากมหาวิทยาลัยแห่งบอนน์ อธิบายว่า ขณะนี้เราทราบมวลของดาวทั้งสองก่อนการควบรวม และแสดงว่ามีการผลักมวลจำนวนพอสมควรออกมาในระหว่างกระบวนการควบรวม
ด้วยโครงการสำรวจขนาดใหญ่ที่กำลังทำอย่าง WEAVE และ 4MOST คาดว่าจะให้ข้อมูลดาวมวลสูงหลายพันดวงอย่างแม่นยำ วิธีการใหม่จะเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของเราเกี่ยวกับวิวัฒนาการดาว มันจะเปลี่ยนพื้นผิวดาวให้เป็นแคปซูลเวลา เผยให้เห็นไม่เพียงแค่สถานะปัจจุบันแต่ยังรวมถึงอดีตในระบบคู่ที่มักจะมีความปั่นป่วนบ่อยครั้ง
แหล่งข่าว
phys.org
: chemical fingerprints reveal hidden binary pasts of massive stars
ดาราศาสตร์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย