9 ก.ย. เวลา 01:13 • ข่าว

🔎 เครือข่าย “กาน ชาบาด” บริษัทยิวสัญชาติไทย ปมสุสานบางคล้า และผู้ร่วมทุนปริศนา

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่หน่วยงานความมั่นคงไทยนำโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งขุดคุ้ยตรวจสอบ หลังมีกระแสคัดค้านจากชาวบ้าน ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เกี่ยวกับการลักลอบตั้ง “สุสานชาวยิวแห่งใหม่” (New Jewish Cemetery) ที่คาดว่าจะรองรับหลุมฝังศพได้มากถึง 1,200 หลุม
---> เปิดโครงสร้างกรรมการบริษัท "กาน ชาบาด"
จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนของ บริษัท กาน ชาบาด จำกัด (จดทะเบียนปี 2551 ทุน 30 ล้านบาท) พบว่ามีชื่อกรรมการบริษัท 3 รายเด่นชัด ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างทุนยิวและผู้ถือหุ้นไทย มีดังนี้
  • 1.
    ​นายโจเซฟ (แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์) ผู้นำศาสนาชาวยิวในไทย ได้สัญชาติไทยถูกต้องในปี 2560
  • 2.
    ​นายเชม โจเซฟ บุตรชายของแรบไบโยเซฟ ซึ่งได้รับสัญชาติไทยแล้วเช่นกัน
  • 3.
    ​นายรณชัย กรรมการสัญชาติไทยที่ร่วมถือหุ้นและบริหารในบริษัทนี้ร่วมกับพ่อลูกตระกูลโจเซฟ
เนื่องจากนายโจเซฟและนายเชมแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ทางกฎหมาย บริษัท กาน ชาบาด จำกัด จึงมีสถานะเป็น "นิติบุคคลสัญชาติไทย" สามารถซื้อขายถือครองที่ดินได้ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่พวกเขาสามารถกว้านซื้อที่ดินขนาดกว่า 6 ไร่ในจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อทำโครงการนี้ได้
---> ชนวนเหตุสั่งปิด "สุสานยิวบางคล้า"
แม้บริษัทจะเป็นสัญชาติไทยตามกฎหมาย แต่ตัวกิจการสุสานกลับเผชิญกับแถลงการณ์จากกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้สั่ง "ปิดสถานบริการและไม่อนุมัติใบอนุญาต" ด้วยสาเหตุสำคัญ คือ
1. ผิดหลักเกณฑ์และกฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) โดยที่ตั้งสุสานติดทางหลวงท้องถิ่นและอยู่ใกล้ลำรางสาธารณะ แหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชุมชน รวมถึงบ่อเลี้ยงกุ้งของชาวบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องสิ่งแวดล้อม
2. ปัญหาการยื่นอุทธรณ์ล่าช้า ทำให้ คณะกรรมการมีมติไม่ต่อใบอนุญาตตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2567 ทว่าฝั่งผู้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงมหาดไทยเกินกำหนดเวลา ปัจจุบันคดีนี้จึงยังคงพิพาทอยู่ในชั้นศาลปกครองระยอง
3. การสั่งขนย้ายร่าง มีรายงานการตรวจ พบว่า เคยมีการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวยิวไว้ก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้กำชับและผลักดันให้มีการ ขนย้ายร่างออกจากพื้นที่ออกไปหมดแล้ว
---> สิ่งที่หน่วยงานรัฐกำลังจับตาและขยายผล
ความคืบหน้าล่าสุด รัฐบาลไทยไม่ได้มองแค่เรื่องสุสาน แต่กำลังขยายผลไปสู่การตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินของเครือข่ายชาบัด (Chabad) ทั้งหมด เนื่องจากมีเรื่องเกี่ยวข้องกับ
1. ปมเรื่องภาษี โดย มีการเปิดเผยงบการเงินช่วงปี 2565 - 2569 ของบริษัท กาน ชาบาด ว่ามีรายได้เติบโตขึ้นทุกปีจนทะลุหลัก 30 ล้านบาทในปีหลังๆ แต่ในรายงานกลับพบว่า ไม่มีการเสียภาษีเงินได้ ซึ่งอ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการระดมทุนและบริจาคจากชาวยิวทั่วโลก
2. ธุรกิจลูกโซ่พันล้าน ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า เครือข่ายของแรบไบโยเซฟและลูกหลาน มีการตั้งบริษัทเกี่ยวเนื่องอีกกว่า 40 บริษัท ทำธุรกิจนำเที่ยว ร้านอาหาร ที่พักแบบครบวงจร รองรับทหารอิสราเอล (IDF) ที่ปลดประจำการมาเที่ยวไทย ซึ่งรัฐกำลังเช็กว่าเข้าข่ายเป็นขบวนการนอมินีข้ามชาติในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา และสมุย ด้วยหรือไม่
บทสรุป กรณีของครอบครัวโจเซฟและนายรณชัย เป็นตัวอย่างของการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเรื่องการแปลงสัญชาติเพื่อขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์เฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งแม้ในแง่เอกสารจะถูกต้อง แต่เมื่อกระทบสิทธิชุมชนและความมั่นคงในพื้นที่ จึงกลายเป็นชนวนเหตุให้ภาครัฐต้องลงดาบสั่งระงับกิจการในที่สุด เราคงต้องรอดูกันต่อว่า ภาครัฐจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพื่อปกป้องคนไทย หรือจะปล่อยเลยตามเลยไปแบบนี้
โฆษณา