•
9 ก.ย. เวลา 04:02 • ข่าว

"ปฏิรูปปฏิเริบ" พูดจริง ทำ(ไม่ได้)จริง?

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือไม่ งานเสวนา ปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.69 ถัดมาเช้าวันรุ่งขึ้น เสาร์ที่ 5 ก.ย.69 รายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรกก็เป็นเรื่องปฏิรูประบบราชการ ต่อเนื่องพอดิบพอดี แต่ท่านรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ อยากให้เรียกว่า การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ มากกว่า ก็สุดแท้แต่
ต้นเหตุมาจากปัญหาด้านงบประมาณประเทศ รายจ่ายด้านบุคลากรภาครัฐสูงแตะ 40% ถือเป็นขีดสุดทางการคลัง ถ้าไม่แก้ไขบริษัทประเทศไทยพังแน่!
หมุดหมายการพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ คือ ลดข้าราชการลง 15% หรือประมาณ 30,000 อัตราภายในปี 2575 แต่ตัวเลขนี้ รศ.ดร.สุนิสา จากรัฐศาสตร์ มธ. มองว่า "น้อยเกินไป" เพราะแค่เกษียณตามวงรอบปกติก็ 10-15% แล้ว
แม้มุมมองเรื่องจำนวนตัวเลขจะไม่ตรงกัน แต่ที่เห็นตรงกันคือ การกลับไปไล่ดูหลังบ้านแต่ละหน่วยงานว่า ทำงานอะไรกันบ้าง ซ้ำซ้อนหรือไม่ เกินหรือขาด เอาตรงนี้ให้เคลียร์ก่อน
มุมมองนักวิชาการชี้ว่า "ระบบการทำงานแบบไซโล" เป็นปัญหาหนักของหน่วยงานราชการ ทำให้ขยายขอบเขตงานไม่ได้ เคลื่อนย้ายข้ามกระทรวงไม่ได้
ส่วนการนำเทคโนโลยีมาใช้นั้นนักวิชาการกับรองนายกฯ เห็นตรงกันว่า ไม่ใช่การทดแทนคน และสิ่งที่นักวิชการอยากให้คำนึงถึงคือ ต้นทุนดทคโนโลยี และการทบทวนกระบวนการทำงาน
อีกเรื่องที่ละเอียดอ่อนแต่ถูกพูดถึงมากนั่นคือ "สวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ" ประเด็นนี้รองนายกฯ ปกรณ์ยังไม่ได้พูดถึง แต่ในวงเสวนานักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ นำผลวิจัยมาเผยให้เห็นว่า การปรับสวัสดิการรักษาพยาบาลของราชการมาเป็นระบบประกันสุขภาพแบบเอกชนนั้นไม่ได้รับประกันว่าจะลดค่าใช้จ่ายของรัฐในระยะยาว แนวทางที่ควรทำคือใช้งบฯ อย่างมีประสิทธิภาพ และหยุดการรั่วไหล ลดการคอร์รัปชัน
สิ่งที่นักวิชาการให้ความสำคัญ คือ เจตจำนงทางการเมือง พูดภาษาชาวบ้าน คือ ความจริงใจทางการเมือง เพราะจากประสบการณ์ของนักวิชาการที่เคยทำงานกับภาคการเมือง และบทเรียนจากหลาย ๆ ประเทศที่ปฏิรูประบบราชการสำเร็จนั้นพบว่า ถ้าไร้เจตจำนงทางการเมืองยังไงก็ไม่สำเร็จ และระบบอุปถัมภ์ก็เป็นอุปสรรคสำคัญอีกอย่างที่ต้องฝ่าไปให้ได้
อินโฟกราฟิกใช้ Gemini ช่วยผลิต จะมีผิดพลาดที่ข้อ 7.
จะปฏิรูประบบราชการหรือปฏิรูปอะไรก็ตามมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมาย สาธยายไม่หมด แต่ถึงบรรทัดนี้ทำให้ผมนึกถึงเมื่อตอน "ปฏิรูปตำรวจ" ผ่านมา 20 ปีเห็นจะได้ หลายปีก่อนมีแต่เรื่องอื้อฉาว แล้วทุกวันนี้เป็นยังไงหละ (เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ)
เมื่อวันที่ 8 ส.ค.69 สด ๆ ร้อน ๆ เจอกับตัว ขอเอามาเล่าสู่กันฟังแทนคำตอบละกัน พนักงานสอบสวนยังต้องแบกปริ้นเตอร์ส่วนตัวมาปริ้นท์คำให้การ กระดาษยังต้องซื้อเอง แต่ไม่กล้าถามโน้ตบุ๊กที่ใช้ซื้อเองด้วยหรือไม่
 
เสียงตัดพ้อพนักงานสอบสวนคนนี้ ยังพูดแทนเพื่อนร่วมอาชีพพนักงานสอบสวนที่อยู่ตามโรงพักต่างจังหวัดด้วย ยิ่งไกลปืนเที่ยงยิ่งขาดแคลน นอกจากกระดาษแล้วยังต้องควักกระเป๋าจ่ายเองอีกหลายอย่าง
พัฒนาประสิทธิภาพข้าราชการหรือปฏิรูประบบราชการรอบนี้ ถ้าหน่วยใดทำสำเร็จ ฝากเผื่อแผ่ผลบุญไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยละกัน.
โฆษณา