Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BrandCase
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
เจาะกลยุทธ์ Salone ทำไนต์คลับอย่างไร ให้คนแน่นเกือบทุกคืน จากงาน The Secret Sauce Summit 2026
ในกรุงเทพฯ มีร้านนั่งดื่ม บาร์ และ Night Club ให้เลือกมากมาย แต่คำถามคือ จะทำอย่างไรให้ร้านของเรา เป็น Destination ที่คนตั้งใจมา และอยากกลับมาอีกเรื่อย ๆ
นี่คือหนึ่งในโจทย์ที่ คุณเพชร-ชวลิต ถาวรพิพัฒน์เดช นำมาใช้สร้าง Salone
Night Club ที่ไม่ได้อยากขายแค่เครื่องดื่มหรือความสนุกในช่วงกลางคืน แต่ต้องการสร้างพื้นที่ที่เป็นเหมือน Social Club ของคนรุ่นใหม่
ที่น่าสนใจคือ ก่อนจะมาทำ Salone คุณเพชรเคยทำงานด้าน Consulting ช่วยบริษัทต่าง ๆ วางกลยุทธ์มาก่อน และได้นำวิธีคิดเหล่านั้นมาปรับใช้กับธุรกิจ Nightlife
โดยคุณเพชรได้มาแชร์เบื้องหลังแนวคิดและกลยุทธ์ของ Salone ภายในงาน The Secret Sauce Summit 2026 ตั้งแต่การออกแบบ Experience ไปจนถึงการแกะ Customer Journey เพื่อทำความเข้าใจว่า คนรุ่นใหม่ต้องการอะไรจากการออกมาเที่ยวกลางคืน
แล้ว Salone มีกลยุทธ์อะไรที่น่าสนใจ ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. คิดก่อนว่า “ลูกค้าจะได้อะไรกลับไป”
หนึ่งในคำถามที่คุณเพชรใช้ในการทำ Salone คือ วันที่ลูกค้ามาร้านเรา เขาจะได้อะไรกลับไป ?
คำตอบของ Salone คือ Experience หรือประสบการณ์ เพราะคนที่ออกมาเที่ยวกลางคืน ไม่ได้ออกมาดื่มเพียงอย่างเดียว
บางคนมาฉลองวันเกิด บางคนมาเจอเพื่อน บางคนเพิ่งอกหัก หรือบางคนอาจกำลังฉลองช่วงเวลาสำคัญในชีวิต
เพราะฉะนั้น หน้าที่ของร้านจึงไม่ใช่แค่เสิร์ฟเครื่องดื่ม แต่ต้องทำให้คืนนั้นของลูกค้าออกมาดีที่สุด
ตั้งแต่บรรยากาศ เพลง การบริการ ไปจนถึงรายละเอียดต่าง ๆ ภายในร้าน
Salone จึงไม่ได้เน้นการทำ Marketing มากนัก แต่เลือกทุ่มไปกับการทำ Experience ให้ดี
เพราะมองว่า ถ้าลูกค้าประทับใจมากพอ พวกเขาจะกลับมา และนำประสบการณ์นั้นไปบอกต่อเอง
2. มอง Insight ของ Gen Z ให้ลึกกว่าแค่คำว่าดื่มน้อยลง
หลายคนอาจมองว่า ธุรกิจ Nightlife กำลังเจอโจทย์ใหญ่ เพราะคน Gen Z ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง
แต่คุณเพชรบอกว่า เขาเชื่อเรื่องนี้เพียงครึ่งเดียว
เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไป อาจไม่ใช่แค่ปริมาณการดื่ม แต่คือ จุดประสงค์ของการออกมาเที่ยว
คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการเข้าคลับเพื่อดื่มให้เมาแล้วกลับบ้านเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องการมาเจอเพื่อน พบปะผู้คน สร้าง Connection และได้ประสบการณ์บางอย่างกลับไป
1
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Salone ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียง Night Club
แต่ต้องการสร้างให้เป็น Social Club หรือพื้นที่ที่ทำให้คนอยากออกมาเจอกัน
3. Crack Customer Journey ทั้งคืน
อีกหนึ่งวิธีคิดที่คุณเพชรนำมาจากการทำ Consulting คือการไล่ดู Customer Journey ของลูกค้าทั้งหมด
ไม่ใช่แค่ว่า ลูกค้าเข้ามา Salone แล้วทำอะไร แต่เริ่มตั้งแต่..
1
ก่อนมาคลับ ลูกค้าไปไหน ?
ลูกค้ากินอะไรมาหรือยัง ?
หลังออกจากคลับแล้ว ลูกค้าจะไปไหนต่อ ?
เมื่อมอง Journey แบบนี้ Salone ก็เห็น Opportunity ใหม่ ๆ ที่อยู่รอบธุรกิจหลัก
ตัวอย่างเช่น Homerun Izakaya ร้านอิซากายะที่อยู่ในตึกเดียวกับ Salone และเปิดยาวตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงประมาณตี 5
ทำให้สามารถรองรับได้ทั้งคนที่อยากกินอาหารก่อนเข้า Salone และคนที่อยากหาอะไรกินต่อหลังเที่ยวเสร็จ
รวมถึงยังมีแนวคิดพัฒนา Community Space พื้นที่สำหรับรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ช่วงกลางวัน เช่น การมานั่งดื่มกาแฟ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการดื่ม Pre-Drinking ก่อนเข้าร้าน เพื่อเตรียมตัวสำหรับ Nightlife ในช่วงค่ำ
พูดง่าย ๆ คือ แทนที่จะถามแค่ว่า ทำอย่างไรให้ลูกค้าใช้เงินใน Salone มากขึ้น ?
Salone กำลังมองกว้างกว่านั้นว่า ตั้งแต่ลูกค้าออกจากบ้านจนกลับบ้าน มีช่วงเวลาไหนบ้างที่เราสามารถเข้าไปตอบโจทย์เขาได้ ?
และนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Salone พยายามสร้าง Ecosystem ที่กิน Customer Journey ของลูกค้าให้ได้ตั้งแต่กลางวัน ไปจนถึงตี 5
ซึ่งเป็นวิธีคิดเดียวกับธุรกิจอื่น ๆ ที่พยายามขยายตัวเองจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การครอบครองช่วงเวลา ของลูกค้าให้ได้มากขึ้นนั่นเอง..
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย