กรุงเทพมหานครเตรียมทบทวนและปรับปรุงผังเมือง เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่มีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การ เปลี่ยนสีผังเมือง เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง ตามนโยบายรัฐบาลและนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
■
คาดคนกรุงยื่นคำร้องแก้ไขตั้ง Data Center
ที่กำหนดให้ทบทวน ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ฉบับปรับปรุงครั้งที่4) ซึ่งอยู่ระหว่างปิด90วันรับฟังความเห็นของประชาชน ทั้งนี้ประเมินว่าจะมีกลุ่มประชาชนยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของ Data Center กันมาก
■
ไม่มีกฎหมายผังเมืองรองรับ
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครยอมรับยังไม่มีการปรับผังเมืองทั้งประเทศในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Data Center เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ในทางปฎิบัติ ต้องปรับแก้ที่นิยมทั้งของกฎหมายควบคุมอาคารและผังเมืองซึ่งต้องกำหนดประเภทและเงื่อนไขของธุรกิจ Data Center ให้ชัดเจนลงไป
อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร ได้รับคำร้องและข้อเสนอให้พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ โดยแนวทางสำคัญคือควรส่งเสริมให้ Data Center ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น พื้นที่สีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม) โซนอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่มีศักยภาพรองรับกิจกรรมประเภทดังกล่าว ขณะที่ Data Center ขนาดเล็ก หากมีผลกระทบต่อชุมชนไม่มาก อาจพิจารณาให้สามารถอยู่ร่วมกับพื้นที่ชุมชนได้ ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
■
2 นิคมอุตสาหกรรม พื้นที่มีศักยภาพรองรับ
สำหรับกรุงเทพฯ มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอยู่ 2 แห่งเช่นเขตนิคมฯลาดกระบัง และมีนบุรี นอกจากนี้ยังมีเขตนิคมฯในกรุงเทพมหานครอีกหลายแห่ง ที่กำหนดเป็นพื้นที่สีม่วง (ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม) ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สามารถพิจารณารองรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ได้ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องมีระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
■
Data Centerขนาดเล็กไม่กระทบชุมชน
อย่างไรก็ตาม Data Center มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน จากการที่ประเทศมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นโดยล่าสุด ได้ให้ความสำคัญทางด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ปัจจุบันหลายองค์กรมีความจำเป็นต้องใช้ เช่นสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชนขนาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่สำนักงานทั่วไป ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบในระดับเดียวกับโครงการขนาดใหญ่
นอกจากนี้ การพัฒนา Data Center ควรมีเงื่อนไขด้านพื้นที่โดยรอบ เช่น การกำหนดแนวกันชนหรือระยะร่นจากแปลงที่ดินข้างเคียง รวมถึงการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวและการปลูกต้นไม้ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่โดยรอบ
อย่างไรก็ตามมีการพูดถึงกันมากในพื้นที่ย่านพระราม9 มองว่ามีการก่อสร้างมานาน ซึ่งมีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่ ซึ่งอยู่ระดับกลางๆ รวมถึง Data Center ในย่านอื่นๆในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ใช้งานแล้ว กฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง แต่อาจมีมาตรการป้องปรามไม่ให้เกิดอันตรายต่อชุมชน รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เท่านั้น ส่วนรายใหม่จะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารที่จะกำหนดนิยามประเภทธุรกิจ และขนาด ข้อปฎิบัติที่ชัดเจนขึ้น
■
แก้ข้อกำหนดผังเมือง คุมเข้มData Center
ประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจคือ Data Center ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องการกำหนดสีผังเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน และนิยามของกิจการแต่ละประเภทตามกฎหมาย หากพื้นที่ใดมีสีผังที่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้ แต่ข้อกำหนดมีข้อจำกัดไม่ได้รองรับกิจกรรมบางประเภท ก็ไม่สามารถดำเนินการได้
อย่างไรก็ตามลักษณะการยื่นขออนุญาต และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ของธุรกิจ Data Center ที่ผ่านมาในรูปแบบของ อาทิ สำนักงาน คลังสินค้า อาคารพาณิชย์ กิจกรรมแบบมิกซ์ยูส รวมถึงบริการอื่น ๆ เช่น ธนาคารและธุรกิจบริการขนาดเล็ก ทั้งนี้สามารถทราบได้ว่าเป็น Data Center จะสังเกตได้จากการมีพื้นที่จัดเก็บน้ำมัน ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า กิจกรรมประเภทใดเข้าข่าย Data Center ตามนิยาม ของกฎหมาย และกิจกรรมดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ภายใต้ข้อกำหนดของพื้นที่นั้นหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาไม่ควรมองว่ากิจกรรมทุกประเภทเป็น Data Center ทั้งหมด เนื่องจากในพื้นที่เดียวกันอาจมีทั้งสำนักงาน คลังสินค้า และกิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่น ๆ ตัวอย่างเช่น หากมีพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ ระบบสำรองข้อมูล หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการดิจิทัล จะต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายนิยาม Data Center ตามกฎหมายหรือไม่
ขณะที่ธุรกิจในอาคารขนาดเล็ก เช่น ธนาคารหรือผู้ให้บริการบางประเภท อาจมีระบบ Data Center หรือระบบประมวลผลข้อมูลอยู่ภายใน แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้ประโยชน์ทั้งอาคารจะต้องถูกจัดประเภทเป็น Data Center
ดังนั้น การแก้ไขข้อกำหนดจึงจำเป็นต้องมีนิยามที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง “ขนาด” และ “ลักษณะกิจกรรม” เพื่อให้สามารถแยก Data Center ขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า น้ำ การจราจร ความร้อน และชุมชน ออกจาก Data Center หรือระบบประมวลผลข้อมูลขนาดเล็กที่สามารถอยู่ร่วมกับกิจกรรมประเภทอื่นได้
■
เปิดทางลงทุน แต่ต้องคุมผลกระทบ
แนวทางของกรุงเทพมหานครจึงควรเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเปิดรับการลงทุนรูปแบบใหม่กับการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่มีความต้องการใช้พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง หลักเกณฑ์ใหม่ควรพิจารณาเป็นรายขนาดและรายพื้นที่ โดย Data Center ขนาดใหญ่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและมีระบบสาธารณูปโภครองรับ
ขณะที่ Data Center ขนาดเล็กซึ่งมีผลกระทบต่ำ อาจพิจารณาให้สามารถอยู่ร่วมกับพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่มิกซ์ยูสได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ต้องมีมาตรการเรื่องพื้นที่สีเขียว แนวกันชน ระยะถอยร่น ที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การลงทุนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่กระทบต่อชุมชนโดยรอบดังกล่าว
ท้ายที่สุด ประเด็น Data Center จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของการ เปลี่ยนสีผังเมือง จะพิจารณาแก้ไข ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน และนิยามกิจกรรมให้ชัดเจน เพื่อให้ผังเมืองสามารถรองรับเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ได้ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเมือง พื้นที่สีเขียว และคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจาก ขั้นตอนของการพิจารณาผังเมือง อยู่ระหว่างปิดประกาศ90วัน ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การผังเมือง พ.ศ.2562 ไม่สามารถปรับเปลี่ยนสีผังได้แล้วแต่สามารถเปิดให้แก้ไขข้อกำหนดได้เท่านั้น