หนึ่งในโครงการที่สะดุดตาที่สุดคือ TikTok Systems (Thailand) ซึ่ง BOI อนุมัติการลงทุน 842,350 ล้านบาท เพื่อขยายการติดตั้ง Server และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเก็บและประมวลผลข้อมูล โดยตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา (Board of Investment)
นอกจากนี้ยังมีโครงการของ Skyline Data Center and Cloud Services ในเครือ DAMAC มูลค่า 46,869 ล้านบาทในฉะเชิงเทรา และ Bridge Data Center IIO มูลค่า 24,619 ล้านบาทในชลบุรี
ก่อนหน้านั้น BOI ระบุว่าในปี 2025 เพียงปีเดียวมีโครงการ Data Center รวม 36 โครงการ มูลค่ากว่า 728,000 ล้านบาท กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปทุมธานี ระยอง และสมุทรปราการ (OSOS)
ขณะที่ Microsoft เพิ่งประกาศลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2026-2028 ในโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ AI ของไทย (Source) และ Google มีแผนลงทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 36,000 ล้านบาทใน Cloud และ Data Center ของไทย (Google Blog)
แล้วไทยได้อะไร?
ตรงนี้ต้องระวังมาก
Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ เงินลงทุนต่อโครงการสูงมาก แต่การจ้างงานต่อเงินลงทุนต่ำกว่าโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก
ดังนั้น Data Center ไม่ได้สร้างงานจำนวนมหาศาลจากจำนวนพนักงานในตัว Data Center เพียงอย่างเดียว แต่สร้าง ecosystem ของงานทักษะสูงรอบตัว
BOI เองก็เริ่มบังคับให้ Data Center ที่ต้องใช้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญมีคนไทยอย่างน้อย 50% ของตำแหน่งดังกล่าวภายใน 3 ปี เพื่อเร่งการถ่ายทอดความรู้ (Board of Investment)
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะหากไทยได้เพียงอาคาร Server แต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเป็นต่างชาติ ผลประโยชน์ระยะยาวจะต่ำกว่าที่ตัวเลขลงทุนบอกมาก
ดังนั้นทุก Data Center ที่สร้างขึ้นจะสร้าง demand ระยะยาวให้กับ
* โรงไฟฟ้า
* Renewable Energy
* Grid
* Transformer
* Substation
* Battery Storage
* Cooling
* Power Management
* Direct PPA
รัฐบาลเองเริ่มเห็นปัญหานี้ชัดขึ้น โดย BOI ตั้งกลไกพิจารณาโครงการ Data Center ที่ต้องดูพร้อมกันทั้งไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด (Board of Investment)
ดังนั้นในระยะยาว
ผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ให้บริการระบบไฟฟ้าอาจได้รายได้ต่อเนื่องจาก Data Center นานกว่าผู้รับเหมาก่อสร้างเสียอีก