ทำไม Apple มาช้า แต่ยังสร้างตลาดได้? วิเคราะห์ 5 กลยุทธ์ผ่านมุมมอง ขจร เจียรนัยพานิชย์
ถ้าย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ทุกครั้งที่มี Apple Event ความคาดหวังของหลายคนก็จะคุยกันว่า “ปีนี้ Apple จะออกอะไรใหม่?” หรือ “ข่าวลือนั้นจะจริงไหม?” ซึ่งทุกครั้งก็สร้างความตื่นเต้นให้คนดูได้อย่างมาก แต่ในวันนี้ ภาพนั้นอาจเปลี่ยนไป..
เพราะสินค้าหลายประเภทที่ Apple กำลังเข้าไปแข่งขันด้วย ไม่ได้เป็นสิ่งแรกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็น Smartwatch, Tablet, หูฟังไร้สาย หรืออย่างมือถือจอพับอย่าง iPhone Duo เองก็ตาม นอกจากเรื่องโปรดักส์แล้วก็ยังมีเรื่องของ AI ที่หลายคนก็จะพูดว่า “เธอช้ามากนะคะซิส คนอื่นเขาไปไหนต่อไหนแล้วนะคะ”
คำถามที่น่าสนใจวันนี้ก็คือ ทำไม Apple ถึงมั่นใจว่าจะสามารถเข้าไปแข่งในตลาดได้ ทั้ง ๆ ที่ออกตัวช้ากว่าแบรนด์อื่นมาก และทำไมลูกค้าหลายคนก็ยังเชื่อในโปรดักส์ของแบรนด์นี้เสมอ?
CREATIVE TALK ชวนวิเคราะห์เรื่องนี้ผ่านมุมมองของคุณเอ็ม - ขจร เจียรนัยพานิชย์ Managing Director, Executive Editor : RAiNMaker และเจ้าของเพจ Khajochi's Blog ที่มองว่าความถนัดหนึ่งของ Apple อาจไม่ใช่การเป็นคนแรกเสมอไป แต่คือการรอจนมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่ทำดีพอก่อนจะพามันเข้าสู่ตลาด
1. Apple ไม่ต้องเป็น “คนแรก” แต่ต้องทำให้ดีพอที่จะเป็น Apple
หนึ่งในภาพจำของ Apple คือบริษัทที่สร้าง Innovation ใหม่ให้ตลาด แต่ถ้ามองโปรดักส์ สำคัญหลายตัวในช่วงหลังมา Apple แทบไม่ได้เป็นผู้เล่นรายแรกใน Category นั้นเลย อย่าง Apple Watch ไม่ใช่ Smartwatch ตัวแรก หรือ iPad ก็ไม่ใช่ Tablet เครื่องแรกเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ Apple ทำได้ดี คือการเข้ามาในตลาดที่มีคนเริ่มต้นไว้แล้ว และพัฒนาโปรดักส์ให้ตอบโจทย์มากพอ จนทำให้โปรดักส์สามารถเป็นสินค้าหลักของตลาดได้ ดังนั้นการมาทีหลังของ Apple ไม่ได้แปลว่าตามหลัง แต่เป็นการเลือกว่าจะยังไม่เข้าสู่เกม จนกว่าจะมั่นใจว่าตัวเองสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้จริง
มุมมองนี้เห็นได้ชัดจากโปรดักส์อย่าง iPhone Duo คุณเอ็มมองว่า Apple น่าจะสร้างโปรดักส์ประเภทนี้ก่อนหน้านี้ได้ แต่ปัญหาหลายอย่างของเทคโนโลยีอาจจะยังไม่ผ่านมาตรฐานที่ Apple ต้องการ นี่เลยเป็นความต่างระหว่างของการ “ทำได้แล้ว” กับ “พร้อมจะขายแล้ว”
ถ้ามองผ่านวิธีคิดของ Apple การที่บริษัทใช้เวลานานกว่าจะเข้าสู่ตลาดหนึ่ง อาจไม่ได้หมายถึงคิดไม่ทัน แต่เป็นเพราะยังไม่เห็นคำตอบที่ดีพอสำหรับปัญหาบางอย่างต่างหาก ซึ่งเชื่อมกลับไปยังแนวทางของ Apple ตั้งแต่ยุค Steve Jobs ว่า Apple ที่มีแนวคิดเรื่องการทำโปรดักส์ที่ตัวเองภูมิใจ และหากมันยังไม่สมบูรณ์พอ ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบนำออกมา
ดังนั้น Strategy ของ Apple ในวันนี้ เลยเป็นการตั้งคำถามว่า “อะไรที่เราควรทำ และยังไม่ควรทำตอนนี้?”
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จากการเปิดตัวรอบนี้ คือ Apple ไม่ได้เปิดโปรดักส์ทุกกลุ่มพร้อมกันเหมือนที่เคยทำ อย่าง iPhone 18 ก็ไม่ได้ถูกพูดถึงในงาน Apple Event ที่ผ่านมา ซึ่งนี่น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ iPhone รุ่นธรรมดาไม่ได้ถูกเปิดตัวพร้อมกับรุ่นโปรในช่วงเดียวกัน
หนึ่งในเหตุผลที่เป็นไปได้ คือเรื่องของ Momentum และ Attention คุณเอ็มวิเคราะห์ว่า เมื่อมี Hero Product อย่าง iPhone Duo เข้ามา บทสนทนาหรือกระแสของตลาดก็แทบจะถูกดึงไปอยู่ที่โปรดักส์ตัวนี้ทั้งหมด ถึง ในงาน Apple จะเปิดตัวรุ่น Pro/Pro Max และโปรดักส์อื่น ๆ ด้วยก็ตาม
ในมุมนี้การเพิ่มสินค้าอีกหลายรุ่นเข้าไปพร้อมกันอาจไม่ได้ช่วยสร้าง Impact มากขึ้น แต่อาจทำให้โปรดักส์ ของ Apple แข่งขันกันเองเพื่อแย่งพื้นที่ในความสนใจของคน
การกระจาย Launch ไปคนละช่วงเวลาเลยมีข้อดีอีกด้าน คือทำให้ Apple สามารถสร้าง Moment ใหม่ให้ตลาดกลับมาพูดถึงแบรนด์อีกครั้งใน Quarter ถัดไป พร้อมกับกระจายแรงซื้อออกเป็นหลายช่วงแทนที่จะทุ่มอยู่ใน Moment เดียว