12 ก.ย. เวลา 04:13 • การศึกษา
ประเทศไทย

เราไม่ได้มาถึงยุค “มือถือเกือบแสน” แล้วครับ

## เรามาถึงยุค “มือถือทะลุแสน” เรียบร้อยแล้ว
เห็นราคามือถือรุ่นใหม่ช่วงนี้แล้ว Admin มีคำถามหนึ่งขึ้นมาเลยครับ
**“โทรศัพท์หนึ่งเครื่อง…ต้องทำงานกี่วัน ถึงจะได้มันมา?”**
เพราะตอนนี้ Apple ประเทศไทยเปิดราคา **iPhone 18 Pro ความจุ 2TB ที่ 100,900 บาท** ขณะที่ iPhone Duo รุ่นพับได้เริ่มต้น 79,900 บาทแล้ว
หนึ่งแสนบาทครับ
สมัยก่อนคำว่า “หนึ่งแสน”
เราอาจนึกถึงเงินดาวน์รถ
เงินฉุกเฉิน
ทุนเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ
หรือเงินเก็บก้อนแรก
วันนี้…
**มันซื้อโทรศัพท์ได้หนึ่งเครื่อง**
ตลกร้ายดีนะครับ 😆
แต่เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า Apple ผิดที่ตั้งราคาแพง
ถ้ามีคนซื้อ
บริษัทก็มีสิทธิตั้ง
คนทำงานด้านภาพ วิดีโอ คอนเทนต์ หรือใช้โทรศัพท์สร้างรายได้จริง ๆ เครื่องราคาแสนอาจเป็น **เครื่องมือทำมาหากิน** และอาจคุ้มสำหรับเขา
ปัญหาคือ
คนอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้ซื้อเพราะมันสร้างรายได้เพิ่ม
แต่ซื้อเพราะรู้สึกว่า
**“รุ่นใหม่ออกแล้ว เครื่องเราเก่าไปทันที”**
ทั้งที่เมื่อวานยังใช้ดีอยู่เลย
นี่ต่างหากที่น่าคิด
### มือถือแพงขึ้นกำลังบอกอะไรเรา?
อย่างแรก มันกำลังบอกว่า **ตลาดมือถือระดับบนไม่ได้ขายแค่เทคโนโลยีแล้ว**
มันขาย
ประสบการณ์
ความสะดวก
ภาพลักษณ์
สถานะ
และความรู้สึกว่าเราได้ถือ “ของดีที่สุด”
พอสินค้ากลายเป็น Lifestyle Product
เพดานราคาก็สูงขึ้นได้เรื่อย ๆ
เพราะเราไม่ได้ถามแค่
**“มันทำอะไรได้?”**
แต่เริ่มถามว่า
**“มันบอกอะไรเกี่ยวกับฉัน?”**
และสองคำถามนี้ทำให้คนยอมจ่ายไม่เท่ากัน
อย่างที่สอง ราคาที่สูงขึ้นไม่ได้มาจากการตลาดอย่างเดียว
Reuters รายงานว่ารอบนี้ Apple ปรับราคาในหลายตลาด ท่ามกลางต้นทุนชิปหน่วยความจำและสตอเรจที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับความต้องการมหาศาลจาก AI และ Data Center
โลก AI จึงมีเรื่องประชดอีกอย่างหนึ่ง
เราอาจไม่ได้ใช้ AI มากขึ้นอย่างเดียว
แต่กำลังแข่งกับ Data Center เพื่อซื้อชิปด้วย
สุดท้ายต้นทุนบางส่วนก็วิ่งกลับมาที่ Gadget ในมือเรา
### แล้วมันจะไปถึงไหน?
ไม่มีใครตอบได้ว่ามือถือแพงสุดจะหยุดที่เท่าไร
แต่ทิศทางที่เห็นชัดคือ
**ตลาดบนยังสามารถแพงขึ้นได้**
Apple เปิดตัว iPhone Duo ที่สหรัฐฯ เริ่ม $1,999 และรุ่นความจุสูงสุดไปถึง $3,199 ซึ่ง Reuters มองว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อาจมีลักษณะเป็นสินค้าหรูและสินค้าสำหรับ Early Adopter มากกว่าจะเป็นมือถือสำหรับคนทั่วไป
เพราะฉะนั้นวันหนึ่งเราเห็นมือถือ 120,000 หรือ 150,000 บาท
ก็อย่าเพิ่งตกใจครับ
รถยนต์มีตั้งแต่หลักแสนถึงหลายสิบล้าน
นาฬิกามีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักล้าน
มือถือกำลังเดินเข้าสู่โลกแบบเดียวกัน
**มีรุ่นสำหรับใช้งาน
และมีรุ่นสำหรับคนที่อยากได้ที่สุดของตลาด**
เรื่องสำคัญจึงไม่ใช่ว่า
“มือถือแพงเกินไปหรือเปล่า?”
แต่คือ
## **เราจำเป็นต้องซื้อรุ่นที่แพงที่สุดของตลาดหรือเปล่า?**
ถ้าโทรศัพท์ราคา 100,000 บาท
แล้วซื้อมาใช้สร้างรายได้
ทำงานเร็วขึ้น
ถ่ายงานแทนอุปกรณ์อื่น
ใช้หลายปี
อาจสมเหตุสมผลครับ
แต่ถ้าซื้อมาเพื่อ
LINE
Facebook
TikTok
ถ่ายอาหาร
แล้วตอนสิ้นเดือนต้องหมุนบัตรเครดิต
อันนี้มือถือไม่ได้แพงเกินไปครับ
**มันแค่แพงเกินชีวิตเราในตอนนี้**
และตรงนี้อยากให้ระวังคำหนึ่งมาก
**“ผ่อนได้”**
ของราคาแสน
พอแบ่ง 10 เดือน
จู่ ๆ เหลือเดือนละหมื่น
แล้วสมองจะเริ่มพูดว่า
**“เออ…ก็พอไหวนะ”**
นี่คือความมหัศจรรย์ของการแบ่งงวดครับ
มันไม่ได้ทำให้ของถูกลง
มันแค่ทำให้เราเห็น **ราคาเต็มไม่ชัดเท่าเดิม**
ก่อนซื้อมือถือเครื่องต่อไป ลองไม่ถามว่า
**“มีเงินซื้อไหม?”**
แต่ถามสี่เรื่องนี้
เครื่องเดิมยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่
เครื่องใหม่ช่วยสร้างรายได้หรือคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นแค่ไหน
ซื้อแล้วเป้าหมายอื่นต้องเลื่อนหรือเปล่า
และถ้าราคาเครื่องนี้ถูกหักออกจากบัญชีวันนี้เต็มจำนวน เรายังซื้ออยู่ไหม
คำถามสุดท้ายดีมากครับ
เพราะมันแยก
**“อยากได้”**
ออกจาก
**“พร้อมจ่าย”**
ได้ค่อนข้างชัด
เราไม่ได้ต้องต่อต้านของแพงครับ
คนมีเงิน ซื้อของที่ตัวเองรักได้เต็มที่
ชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่อออมอย่างเดียว
แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดคือ
**ทำงานหลายเดือน
เพื่อซื้อของหนึ่งชิ้น
แล้วต้องทำงานต่ออีกหลายเดือน
เพื่อแก้ผลจากการซื้อของชิ้นนั้น**
มือถือหนึ่งแสนไม่ได้น่ากลัวที่สุดครับ
สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ
วันที่ราคาของเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แล้วมาตรฐานความสุขของเราเพิ่มตามมันทุกปี
เพราะการแข่งขันแบบนั้น
ไม่มีวันชนะ
วันนี้รุ่น 18
ปีหน้าก็มีของใหม่
กล้องดีขึ้น
ชิปเร็วขึ้น
จอใหม่ขึ้น
ของใหม่ไม่มีวันหมดครับ
แต่เงินและเวลาที่เราเอาไปแลกมัน
**มีจำกัด**
ดังนั้น ถ้าซื้อแล้วมีความสุขและไม่กระทบชีวิต
ซื้อครับ
แต่ถ้าต้องฝืน
ใช้เครื่องเดิมต่อไม่ได้แปลว่าเราตามโลกไม่ทัน
บางครั้งมันแปลว่า
**เราเริ่มรู้แล้วว่า ไม่ใช่ของใหม่ทุกชิ้นต้องกลายเป็นรายจ่ายใหม่ของเรา**
มือถืออาจแพงขึ้นไปอีก
แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่จำเป็นต้องปล่อยให้แพงตามมัน
คือ
**ราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองประสบความสำเร็จ**
ThaiPFA อยากให้ทุกคนซื้อของที่ชอบได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดครับ แค่ไม่ต้องเอาราคาของใหม่มาเป็นราคาคุณค่าของตัวเอง ใช้เครื่องเดิมต่อก็ไม่ได้ทำให้เราด้อยลง และถ้าซื้อแล้วชีวิตยังสบาย นั่นก็เป็นความสุขที่เราเลือกได้อย่างมีสติครับ
— ด้วยความห่วงใยจาก **ThaiPFA**
#มือถือราคาแสน #คิดก่อนซื้อ #LifestyleInflation #วางแผนการเงิน #ThaiPFA
โฆษณา