12 ก.ย. เวลา 08:54 • ข่าวรอบโลก

ประเพณีการจับปลาที่แปลกของในจีเรีย

ประเพณีการจับปลา Argungu (มักสะกดว่า Argungu Fishing Festival หรืออาจออกเสียงเรียกว่า Argungu ในภาษาท้องถิ่น) ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลทางวัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง ดั้งเดิม และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกา งานเทศกาลนี้จัดขึ้นที่เมืองอาร์กุงกู (Argungu)
ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเคบบี (Kebbi State) ทางตอนเหนือของประเทศไนจีเรีย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ การสมานฉันท์ และความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างมนุษย์กับสายน้ำของชาวฮาวซา (Hausa) และชาวฟูลานี (Fulani) ในพื้นที่แถบนี้อย่างเป็นอันดับหนึ่ง
​ประวัติความเป็นมาและจุดเริ่มต้นแห่งมิตรภาพ
​เทศกาลจับปลาอาร์กุงกูมีรากเหง้ามายาวนานหลายร้อยปี เดิมทีเป็นเพียงกิจกรรมการจับปลาประจำปีของชาวบ้านในท้องถิ่นเพื่อการดำรงชีวิตและการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดั้งเดิม ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กิจกรรมนี้กลายเป็นเทศกาลระดับชาติและระดับโลกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477)
​ในอดีต รัฐซกโต (Sokoto Caliphate) และอาณาจักรคันตาแห่งเคบบี
(Kingdom of Kebbi) มีความขัดแย้งและสงครามระหว่างกันมาอย่างยาวนาน แต่ในปี ค.ศ. 1934 ซุลต่านแห่งซกโต (Sultan Hassan Dan Mu'azu) ได้เสด็จเยือนเมืองอาร์กุงกูอย่างเป็นทางการเพื่อสร้างมิตรภาพและความสงบสุขระหว่างสองอาณาจักร ชาวเมืองอาร์กุงกูจึงได้จัดการแข่งขันจับปลาต้อนรับองค์ซุลต่านอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดความขัดแย้งและการเริ่มต้นยุคสมัยแห่งสันติภาพ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เทศกาลจับปลาอาร์กุงกูก็จุดประกายกลายเป็นงานประเพณีประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพ ความสามัคคี และการรวมตัวกันของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในไนจีเรีย
​สถานที่จัดงานและแม่น้ำแห่งชีวิต
​สถานที่หลักในการประกอบพิธีจับปลาคือ แม่น้ำมาตาน ฟาดา (Matan Fada River) ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำไนเจอร์ แม่น้ำสายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตและการเกษตรของชาวเคบบี
​สิ่งสำคัญที่ทำให้เทศกาลนี้มีความศักดิ์สิทธิ์คือ ตลอดทั้งปีแม่น้ำมาตาน ฟาดา จะถูกสั่งห้ามไม่ให้ใครลงไปจับปลาเด็ดขาด มีการอนุรักษ์เข้มงวดเพื่อปล่อยให้สัตว์น้ำและปลาธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะปลาไนล์เพิร์ช (Nile Perch) หรือปลาหมอช้างเติบโตตามธรรมชาติจนมีขนาดใหญ่โตเต็มที่ การสั่งห้ามนี้ดูแลโดยผู้นำทางจิตวิญญาณและผู้ดูแลแม่น้ำท้องถิ่นที่เรียกว่า Sarkin Ruwa (ผู้รักษาแห่งสายน้ำ)
ซึ่งจะทำหน้าที่เฝ้าระวังลำน้ำและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาดั้งเดิมเพื่อขอพรจากบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้สายน้ำมอบความอุดมสมบูรณ์และปกป้องชาวบ้านจากอันตราย
​บรรยากาศและการแข่งขันการจับปลาที่ยิ่งใหญ่
​เทศกาลอาร์กุงกูไม่ได้มีเพียงแค่วันจับปลาวันเดียว แต่เป็นเทศกาลขนาดใหญ่ที่กินเวลาหลายวัน โดยมีกิจกรรมร่วมหลากหลาย เช่น การแข่งเรือยาว การแข่งว่ายน้ำ การแข่งขันมวยสากลและมวยไทยโบราณพื้นบ้าน ตลอดจนการแสดงดนตรีและการเต้นรำพื้นเมือง อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดคือ "วันแข่งขันจับปลา"
​ในเช้าของวันแข่งขัน บรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำมาตาน ฟาดา จะคึกคักไปด้วยผู้คนนับแสนคน ทั้งชาวเมือง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ประมุขพื้นเมือง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล เสียงกลองเครื่องแต่งกายพื้นเมือง และเสียงร้องเพลงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ
​นายพรานล่าปลาหรือชาวประมงนับหมื่นคน (บางปีมีจำนวนมากกว่า 30,000 ถึง 50,000 คน) จะยืนเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ทุกคนแต่งกายด้วยชุดผ้าพื้นเมืองสั้น เหมาะแก่การลุยน้ำ และถืออุปกรณ์การจับปลาแบบดั้งเดิมเพียง 2 อย่างเท่านั้น ได้แก่:
​แหหรือฉมวกและสวิงจับปลาคู่ (Hand Net / Kalankuwa): สวิงขนาดใหญ่สองอันที่ทำจากไม้และตาข่าย ใช้สำหรับช้อนปลาในน้ำ
​น้ำเต้าตากแห้ง (Gourd / Calabash): น้ำเต้าขนาดใหญ่ที่เจาะรูด้านบน ใช้เป็นทุ่นลอยน้ำสำหรับพยุงตัว และใช้เป็นภาชนะใส่ปลาที่จับได้
​กฎเกณฑ์สำคัญของการแข่งขันคือ "ห้ามใช้อุปกรณ์ห้ามใช้เทคโนโลยีทันสมัยทุกชนิด" ห้ามใช้เรือ ห้ามใช้ตาข่ายลากขนาดใหญ่ ห้ามใช้เบ็ดตกปลาสมัยใหม่ ทุกคนต้องใช้เพียงพละกำลัง ทักษะ สายตา และสวิงคู่คู่กายเท่านั้น
​เมื่อสัญญาณเสียงปืนหรือเสียงสัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้น ภาพที่ปรากฏคือคลื่นมนุษย์นับหมื่นคนที่กระโจนลงสู่แม่น้ำพร้อมๆ กัน เสียงน้ำแตกกระจายและเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง สายน้ำที่เคยสงบนิ่งกลับกลายเป็นสายน้ำที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ชาวประมงทุกคนจะมดำผุดดำว่าย ค้นหาปลาใต้โคลนตมและกระแสน้ำด้วยความเชี่ยวชาญ
​การแข่งขันนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ชาวประมงต้องพึ่งพาความอดทน ทักษะการสัมผัส และสัญชาตญาณ บางคนต้องดำน้ำลงไปลึกเพื่อใช้มือเปล่าและสวิงตักปลาตัวมหึมาขึ้นมาจากโคลนใต้น้ำ ภาพของชาวประมงที่ยกปลาตัวใหญ่ออกจากน้ำด้วยสองมือท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ชมถือเป็นภาพจำอันน่าประทับใจของเทศกาลนี้
​ปลาไนล์เพิร์ชและการตัดสินผู้ชนะ
​จุดมุ่งหมายสูงสุดของการแข่งขันคือการจับ ปลาไนล์เพิร์ช (Nile Perch) หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า Giwan Ruwa (แปลว่า "ช้างแห่งสายน้ำ") ซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบน้ำจืดของแถบนี้
​เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน ชาวประมงทุกคนจะนำปลาที่ตนจับได้มาเข้าคิวเพื่อทำการชั่งน้ำหนักโดยคณะกรรมการ ปลาที่นำมาแข่งขันจะต้องยังมีชีวิตหรืออยู่ในสภาพสดใหม่ ปลาที่มีน้ำหนักมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะเลิศ
​ในอดีต สถิติการจับปลาที่น่าทึ่งมีให้เห็นอยู่เสมอ โดยปลาที่ชนะเลิศมักจะมีน้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม ถึง 80 กิโลกรัมขึ้นไป ผู้ที่จับปลาตัวใหญ่ที่สุดได้จะได้รับรางวัลอย่างงาม ทั้งเงินรางวัลจำนวนมาก รถยนต์ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ และที่สำคัญที่สุดคือ "ชื่อเสียงและเกียรติยศ" ซึ่งจะได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่และผู้เชี่ยวชาญแห่งสายน้ำประจำปีนั้น
​ความสำคัญทางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ
​เทศกาลจับปลาอาร์กุงกูมีความหมายและบทบาทสำคัญในหลายมิติ:
​การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม: เทศกาลนี้ได้รับการยกย่องจากองค์กร UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) ในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของประเพณีนี้ในระดับสากล
​ความสามัคคีและการเชื่อมสัมพันธ์: เทศกาลเป็นพื้นที่รวมตัวของกลุ่มคนต่างชาติพันธุ์ ต่างศาสนา และต่างชนชั้นในไนจีเรีย เป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม
​การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: ระบบการห้ามจับปลาตลอดทั้งปีและอนุญาตให้จับได้เฉพาะในวันเทศกาล ถือเป็นภูมิปัญญาโบราณในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (Sustainable Fisheries Management) ช่วยให้สัตว์น้ำมีเวลาเพาะพันธุ์และเติบโตตามธรรมชาติ
​การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: งานเทศกาลดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ทั้งธุรกิจโรงแรม การขายสินค้าหัตถกรรม อาหาร และการขนส่ง
​บทสรุป
​เทศกาลจับปลา Argungu ของประเทศไนจีเรีย มิได้เป็นเพียงการแข่งขันจับปลาเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อรางวัลเท่านั้น แต่เป็นการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ ศิลปะ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือของมนุษย์ การกระโจนลงสู่แม่น้ำพร้อมกันของชาวประมงนับหมื่นคนเป็นภาพสะท้อนแห่งพลัง ความหวัง และความเคารพที่มนุษย์มีต่อธรรมชาติ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไนจีเรียและของโลกที่ยังคงได้รับการสืบทอดและทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน
แหล่งที่มา คลังความรู้โลกกว้าง
โฆษณา