•
12 ก.ย. เวลา 23:30 • ความคิดเห็น
เงินเดือนจะขึ้น-ไม่ขึ้น อ่านเพิ่มเติมด้านล่างค่ะ
ข้าวของปรับขึ้นราคาถี่กว่าการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าแรง เพราะโครงสร้างของราคาสินค้ากับโครงสร้างของค่าจ้างค่าแรง ต่างกันค่ะ
โครงสร้างราคาสินค้า (ได้แก่ ต้นทุนคงที่ ต้นทุนแปรผัน ค่าโสหุ้ยต่างๆ) ต้นทุนแปรผันนี่แหละที่ทำให้ผู้ประกอบการมักปรับขึ้นราคาสินค้าถี่ๆรัวๆจนรายได้ของมานุดเงินเดือนปรับตามไม่ทัน
ผู้ประกอบการ&เจ้าของสินค้า ย่อมต้องคำนวณต้นทุนต่างๆมากกว่ามานั่งคำนึงถึงรายได้ของลูกค้าอยู่แล้วหนา เพราะค่าแรงคือต้นทุนหลักของสินค้าและบริการ กำลังซื้อของผู้บริโภคแทบไม่ใช่ปัจจัยแรกๆที่ผู้ประกอบคำนึงถึงค่ะ
การปรับเงินเดือนของพนง.ออฟฟิส หลักๆขึ้นกับ..
  • 1.
    ผลประกอบการของบริษัท
  • 2.
    ผลการปฏิบัติงานของตัวพนง.เอง (performance-based) รวมถึง KPI's ต่างๆที่นายจ้างกำหนดไว้
  • 3.
    โครงสร้างเงินเดือนในบริษัท (compa-ratio)
  • 4.
    อัตราเงินเดือนของตำแหน่งงานนั้นๆเทียบกับในตลาดแรงงาน (market rate)
จากข้อ 1.
ถ้าผลประกอบการดี มีกำไร แต่เงินเดือนเราไม่ขึ้น รีบกลับมาพิ'ณาตัวเองด่วน!! แต่ถ้าเงินเดือนไม่ขึ้นทั้งบริษัท เหตุผลคลาสสิคคือศก.ไม่ดี บ.ไม่มีกำไร
จากข้อ 2.
ภายใต้ scope งานเท่าเดิม แม้ประเมินผลงานออกมาอย่างเริดส์ แต่ถ้างานเท่าเดิม-เงินก็ไม่เพิ่มค่ะ
จากข้อ 3.
พนง.ทั่วไป งานแอดมิน งานสนับสนุนต่างๆที่ไม่ได้เป็น core ของบริษัท ไม่ได้ generate รายได้ให้บริษัท เป็นแค่งานสนับสนุนทั่วๆไป เนื้องานซ้ำๆเดิมๆแถมไม่ค่อยมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มอะไรให้ตัวเอง บ.เค้าปรับขึ้นให้นิดๆหน่อยๆตามอัตราเงินเฟ้อก็บุญแล้วมั้ย!!
จากข้อ 4.
ตำแหน่งงานอะไร บ.จ่ายในเรทเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มักไม่ต่างกันมาก ลองไปส่องที่อื่นดูค่ะ ถ้าที่ไหนจ่ายงามกว่าก็ควรพาตัวเองไปอยู่ที่นั่นให้ได้ค่ะ ถ้ายังจะอยู่ที่เก่า ก็ต้องหาทางเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองค่ะ
เงินเดือนของพนง.ออฟฟิส คือสิ่งที่นายจ้างตีมูลค่าจากคุณค่าของเรา ออกมาเป็นตัวเงิน
ถ้ามั่นใจว่า "คุณค่าของเราสูงกว่ามูลค่าที่ได้รับ" ก็ต้องแสดงคุณค่าให้เขาเห็นค่ะ ให้เกินความคาดหวังไปเลย ใช้คุณค่าในตัวเราเป็นสิ่งต่อรอง ไม่ใช่เอาการขึ้นราคาสินค้ามาเป็นประเด็นค่ะ
โฆษณา