แม้ AI จะดูใช้งานง่าย แต่การใช้ให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม เนื่องจาก AI อาจสร้างข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างน่าเชื่อถือได้
●
ทักษะสำคัญในการใช้ AI ประกอบด้วยการตั้งคำสั่งที่ชัดเจน การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งอ้างอิง การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน และการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านข้อมูล
●
ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่ได้จาก AI และควรมีกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุม โดยเฉพาะงานที่มีผลกระทบสูง ไม่ควรเชื่อคำตอบที่ได้รับมาทันทีโดยไม่มีการทวนสอบ
งานวิจัยที่ทดลองกับที่ปรึกษาของ Boston Consulting Group จำนวน 758 คน โดยใช้ GPT-4 ในปี 2566 พบว่า สำหรับงานที่อยู่ในขีดความสามารถของระบบ ผู้ใช้ AI ทำงานได้มากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และได้ผลงานคุณภาพดีขึ้น แต่ในโจทย์บริหารธุรกิจหนึ่งที่ออกแบบให้อยู่นอกขีดความสามารถของระบบ
กลุ่มที่ใช้ AI กลับตอบถูกน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ ผลนี้มีขอบเขตตามรุ่นของ AI ผู้เข้าร่วม และโจทย์ที่ศึกษา จึงไม่ควรเหมารวมกับ AI ทุกระบบหรือทุกงาน ซึ่งบทเรียนที่ผมเห็นจากงานวิจัยนี้ คือเราต้องประเมิน AI ตามงานที่จะมอบหมาย ความสำเร็จในการช่วยร่างข้อความครั้งหนึ่ง ยังใช้รับรองความแม่นยำในการวิเคราะห์อีกเรื่องหนึ่งไม่ได้
ผู้ใช้จึงควรเรียนรู้ว่าเมื่อไรจะใช้ AI ช่วยคิด เมื่อไรต้องให้ทำงานร่วมกับเครื่องคำนวณ ฐานข้อมูล หรือการค้นเอกสาร และเมื่อไรควรขอให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ ความคุ้นเคยกับแอปหนึ่งแอป ยังไม่เพียงพอสำหรับตัดสินว่าเครื่องมือนั้นเหมาะกับทุกงานของเรา
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ การเลือกข้อมูลและสิทธิที่มอบให้ AI ก่อนอัปโหลดรายชื่อลูกค้า เอกสารบุคลากร หรือแผนธุรกิจ ผู้ใช้ควรรู้ว่าข้อมูลนั้นส่งเข้าเครื่องมือใดได้ ต้องลดข้อมูลส่วนใด และบริการมีเงื่อนไขการเก็บและใช้ข้อมูลอย่างไร โดยตรวจร่วมกับนโยบายขององค์กร หากให้ AI เชื่อมต่ออีเมลหรือระบบงาน ก็ต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดว่าจะให้อ่าน ร่าง แก้ไข หรือส่งข้อมูลได้เพียงใด การให้ช่วยร่างอีเมลกับการให้ส่งอีเมลถึงลูกค้าเอง มีผลตามมาคนละระดับ
ต่อมาคือ การตรวจคำตอบอย่างมีหลักฐาน ผู้ใช้ต้องฝึกแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐาน เปิดอ่านแหล่งอ้างอิง ตรวจวันที่ และดูว่าต้นทางสนับสนุนข้อความที่ AI เขียนจริงหรือไม่ การมีลิงก์แนบอยู่ท้ายคำตอบ ยังไม่ได้ยืนยันว่าข้อสรุปทั้งหมดถูกต้อง การถามกลับว่า “แน่ใจหรือ?” อาจช่วยให้ระบบทบทวน แต่การตรวจสอบที่เราควรทำต่อ คือเทียบกับเอกสาร แหล่งข้อมูลที่มีอยู่จริง หรือวิธีคำนวณที่ตรวจได้ แม้ AI หลายตัวจะตอบตรงกัน
เราก็ควรมองหาหลักฐานต้นทางก่อนใช้กับเรื่องสำคัญ ทักษะนี้ยิ่งจำเป็นเมื่อเราใช้ AI ในเรื่องที่ไม่ถนัด เพราะความรู้ที่ขาดไปอาจเป็นความรู้ส่วนเดียวกับที่ต้อง “ใช้จับผิดคำตอบ” เราสามารถใช้ AI ช่วยอธิบายพื้นฐานและเตรียมคำถามไปคุยกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจของเราเอง