•
14 ก.ย. เวลา 01:48 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

❓ เด็กที่โตมากับอินเทอร์เน็ต ทำไมกลับตกเป็นเหยื่อ Scam? DIGITAL NATIVE, PERFECT TARGET?

ถ้ามีข้อความเด้งขึ้นมาว่า “ยินดีด้วย คุณถูกรางวัล 10 ล้านบาท” คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยคงหัวเราะแล้วปิดทิ้ง ใครจะไปเชื่อมุกเก่าแบบนี้
แต่ถ้าเป็นงานพิเศษที่ตรงกับสิ่งที่กำลังหา รองเท้าที่เพิ่งดูเมื่อวานแล้ววันนี้ลดราคาพอดี ข้อความจากบัญชีเพื่อน DM จากคนที่ติดตามกันมาสักพัก หรือโอกาสลงทุนที่คนรู้จักส่งมาให้ดู เรื่องเริ่มต่างออกไป
เพราะ Scam วันนี้ไม่จำเป็นต้องดูเหมือน Scam มันดูเหมือนชีวิตประจำวัน
คนที่โตมากับอินเทอร์เน็ต ใช้แอปคล่อง ซื้อของออนไลน์เป็น รู้จัก phishing และรู้ว่า OTP ห้ามบอกใคร กลับยังตกเป็นเหยื่อจำนวนไม่น้อย
ข้อมูลจาก FTC หลายปีพบรูปแบบคล้ายกันว่า คนอายุน้อยมีสัดส่วนเสียเงินจริงเมื่อรายงาน fraud สูงกว่าคนสูงวัย แม้ผู้สูงวัยเมื่อถูกหลอกสำเร็จมักเสียเงินต่อครั้งหนักกว่า
นี่จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครฉลาดกว่าใคร แต่ทำให้คำถามเดิมน่าสนใจขึ้นมาก — ถ้าใช้เทคโนโลยีเก่ง แล้วทำไมยังถูกหลอก?
วันหนึ่งเราเปิดลิงก์ ตอบ DM ซื้อของ สแกน QR สมัครงาน โอนเงิน คุยกับคนแปลกหน้า หรือเข้าแอปหาคู่ ทั้งหมดเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ทุกกิจกรรมก็เพิ่มจุดที่คนอื่นสามารถเข้ามาถึงเราได้ ตรงนี้คำว่า exposure สำคัญ คนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเชื่อคนง่ายกว่า เพียงแต่ใช้ชีวิตในพื้นที่ออนไลน์มากกว่า และพบคนหรือข้อเสนอที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเป็นเรื่องธรรมดา
Deloitte เคยพบว่า Gen Z ในการสำรวจของตนรายงานการตกเป็นเหยื่อ online scam มากกว่า Boomers หลายเท่า
มิจฉาชีพไม่ต้องลากเราเข้าไปในตรอกมืดอีกแล้ว เพราะพื้นที่ที่เราใช้ซื้อของ หางาน หาเพื่อน ลงทุน หรือสร้างความสัมพันธ์ ก็คือพื้นที่เดียวกับที่เขาสามารถเข้ามาหาเราได้
หน้าเว็บดูปกติ ร้านค้าดูปกติ บัญชีดูมีตัวตน ข้อความดูเหมือนสิ่งที่ได้รับอยู่ทุกวัน
Scam จึงเปลี่ยนไปจากสิ่งที่ต้อง “หลบซ่อน” เป็นสิ่งที่สามารถยืนปะปนอยู่กับชีวิตประจำวันได้
งานศึกษากลุ่ม Digital Natives พบช่องว่างระหว่าง ความรู้ที่คนคิดว่าตัวเองมี กับ ความรู้ที่มีจริง ด้าน privacy และ security รวมถึงพบภาวะ overconfidence ในคนส่วนหนึ่ง
คนที่รู้ตัวว่าไม่รู้อาจหยุดถามว่า “นี่อะไร?” “ส่งมาจากไหน?” แต่คนที่อยู่กับโลกดิจิทัลมาทั้งชีวิตอาจไม่รู้สึกว่าต้องหยุด
บางครั้งความคล่องจึงไม่ได้ทำให้เราเชื่อมากขึ้น แต่มันอาจทำให้เรา ตรวจน้อยลง
หน้าเว็บก็ดูปกติ ข้อความไม่ผิดภาษา บัญชีดูมีตัวตน เพื่อนก็ส่งมาเอง ระบบชำระเงินก็คุ้นตา ทุกอย่างเหมือนสิ่งที่เราเคยเห็นมาแล้วเป็นพันครั้ง
มิจฉาชีพจึงต้องการเพียงสิ่งปลอมที่ คุ้นตาพอ
AI กำลังทำให้งานนี้ง่ายขึ้นอีก ข้อความเขียนได้เป็นธรรมชาติ ภาพสร้างได้ เสียงเลียนแบบได้ โปรไฟล์ประกอบขึ้นได้ ร่องรอยบางอย่างที่เราเคยใช้จับโกหกจึงค่อย ๆ ใช้งานยากขึ้น
“เหลืออีกหนึ่งที่” “ราคานี้หมดคืนนี้” “ต้องยืนยันเดี๋ยวนี้” “ถ้าไม่กดตอนนี้ คุณอาจพลาด”
ตรงนี้ FOMO — Fear of Missing Out — เข้ามาทำงาน งานวิจัยปี 2024 กับคนอายุ 16–29 พบว่า State FoMO เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อ phishing ที่สูงขึ้น โดยบริบทที่ข้อความดูเหมือนมาจากคนรู้จักก็มีความสำคัญ
เรารู้ว่าควรตรวจ URL รู้ว่าควรถามเพื่อน รู้ว่าควรเช็กบริษัท แต่ข้อเสนอจะหมดในอีกสิบนาที
ความรู้ยังอยู่ครบ เวลาใช้ความรู้นั้นต่างหากที่กำลังหายไป
ระบบโฆษณาถูกสร้างขึ้นเพื่อหาคนที่น่าจะสนใจสินค้าให้เจอ จากอายุ ความสนใจ พฤติกรรม และข้อมูลอีกหลายชนิด เครื่องมือแบบเดียวกันสามารถถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ได้
FTC เคยเตือนถึงการใช้ข้อมูลบน social media และเครื่องมือโฆษณาเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
เราไม่ได้เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา Scam เสมอไป บางครั้งระบบช่วยพา Scam ที่เหมาะกับเราเดินเข้ามาหาเรา
คนหางานเจองาน คนอยากลงทุนเจอการลงทุน คนกำลังซื้อของเจอร้านค้า คนกำลังมองหาความสัมพันธ์เจอคนที่ดูเหมือนกำลังมองหาเราเหมือนกัน
เรื่องนี้ไม่ได้บอกว่าคนรุ่นใหม่ถูกหลอกง่ายกว่าคนสูงวัย คนอายุน้อยอาจเสียเงินเมื่อเจอ Scam บ่อยกว่าในบางช่องทางและบางประเภท แต่เมื่อคนสูงวัยถูกหลอกสำเร็จ ความเสียหายต่อครั้งอาจหนักกว่ามาก
ประเภทของกับดักก็แตกต่างกัน คนหนึ่งอาจเจอร้านค้าปลอม งานปลอม การลงทุน หรือข้อความบน social media อีกคนอาจเจอ tech-support ปลอม รางวัลปลอม การโทรแอบอ้าง หรือกลโกงที่พยายามเข้าถึงเงินเก็บที่สะสมมาตลอดชีวิต
มิจฉาชีพไม่ได้เลือกเหยื่อจากปีเกิดอย่างเดียว เขาเลือกจากชีวิตที่คนนั้นกำลังใช้
Digital Native จึงไม่เคยรับประกันว่าเราจะเป็น Scam Resistant เพราะกับดักที่อันตรายอาจมาในหน้าตาของสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน
เรามองมันเพียงแวบเดียว รู้สึกคุ้น ๆ แล้วคิดว่า—
“อันนี้ฉันรู้จัก”
แล้วกดต่อไป
โฆษณา