•
14 ก.ย. เวลา 18:03

🎬 งานที่ไม่อยากทำ แต่สุดท้ายกลับทำให้เราเก่งขึ้น

Student Life / Creative
มีงานหลายงานที่เราได้รับมาแล้วความรู้สึกแรกคือ “ไม่อยากทำเลย” ไม่ใช่เพราะงานนั้นยากมากเสมอไป แต่บางครั้งเราแค่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน หรือไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำออกมาได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะงานมหาวิทยาลัยที่บางครั้งไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่ต้องทำเป็นกลุ่ม ต้องนัดเวลา ต้องแบ่งหน้าที่ และต้องพยายามทำให้ผลงานของทุกคนออกมาเป็นเรื่องเดียวกัน
ฉันเองก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้หลายครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่ได้รับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพราะงานประเภทนี้ไม่ได้มีคำตอบตายตัวเหมือนการทำข้อสอบ เราต้องคิดเองว่าอยากนำเสนออะไร จะเล่าเรื่องแบบไหน ภาพควรออกมาเป็นอย่างไร และทำอย่างไรให้คนที่ดูผลงานของเราสนใจ
บางครั้งแค่คิดว่าจะเริ่มงานยังไงก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตได้จากการทำงานเหล่านี้คือ งานที่เราไม่อยากทำในตอนแรก อาจกลายเป็นงานที่ทำให้เราได้เรียนรู้มากที่สุด
ตอนเริ่มต้นของงานหนึ่ง เราอาจยังไม่มีไอเดียอะไรเลย นั่งมองหน้าจอแล้วคิดว่า “เอาอะไรดี?” จากนั้นก็เริ่มค้นข้อมูล คุยกับเพื่อน ลองเสนอไอเดีย แล้วก็พบว่าไอเดียแรกอาจยังไม่ดีพอ ต้องเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง บางครั้งทำไปแล้วก็ต้องแก้ เพราะภาพไม่ตรงกับที่คิด เสียงไม่พอดี เนื้อหาไม่ต่อกัน หรือมีรายละเอียดบางอย่างที่ตอนแรกเราไม่ได้คิดถึง
ถ้ามองจากตรงนั้น มันอาจดูเหมือนเป็นเรื่องวุ่นวายมาก แต่พอผ่านมันไปได้ เราจะพบว่าเราได้เรียนรู้หลายอย่างโดยไม่รู้ตัว
สิ่งแรกที่ฉันได้เรียนรู้คือ การเริ่มต้นสำคัญกว่าการรอให้พร้อม
ก่อนหน้านี้ฉันมักคิดว่าถ้ายังไม่มีไอเดียที่ดี ก็ควรรอให้คิดออกก่อนแล้วค่อยเริ่ม แต่ความจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น หลายครั้งไอเดียไม่ได้เกิดขึ้นก่อนเริ่มงาน แต่มันเกิดขึ้นระหว่างที่เรากำลังลงมือทำ พอเราเริ่มหาข้อมูล เริ่มเขียน หรือเริ่มลองทำอะไรบางอย่าง ความคิดใหม่ ๆ ก็จะค่อย ๆ ตามมา
บางครั้งงานที่ออกมาไม่ดีในครั้งแรกก็ไม่ได้แปลว่าเราทำไม่ได้ แต่อาจหมายความว่าเรายังต้องลองอีกครั้ง
เรื่องต่อมาคือ การทำงานเป็นกลุ่มสอนให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น
เวลาทำงานคนเดียว เราสามารถตัดสินใจได้ตามที่ตัวเองต้องการ แต่เมื่อทำงานกับคนอื่น ทุกคนมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน บางคนอยากทำแบบหนึ่ง บางคนคิดอีกแบบหนึ่ง และบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนคิดเหมือนกัน
ตอนแรกมันอาจทำให้รู้สึกหงุดหงิด เพราะเราต้องอธิบายความคิดของตัวเองและต้องฟังความคิดเห็นของคนอื่นไปพร้อมกัน แต่พอทำงานร่วมกันบ่อยขึ้น ฉันเริ่มเข้าใจว่าการทำงานเป็นทีมไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำให้ทุกคนคิดเหมือนเรา แต่คือการหาวิธีที่ทำให้ความคิดเห็นที่แตกต่างสามารถไปด้วยกันได้
บางครั้งเพื่อนอาจเสนอไอเดียที่เราไม่เคยนึกถึง และทำให้งานออกมาดีกว่าที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
อีกสิ่งหนึ่งที่งานมหาวิทยาลัยสอนฉันคือ อย่ากลัวการแก้งาน
เมื่อก่อนเวลาเห็นงานของตัวเองถูกแก้ ฉันอาจรู้สึกว่าผลงานของเรายังไม่ดีพอ หรือรู้สึกเสียความมั่นใจ แต่จริง ๆ แล้วการแก้งานไม่ได้หมายความว่าเราล้มเหลว การแก้คือขั้นตอนหนึ่งของการทำให้งานดีขึ้น
งานสร้างสรรค์แทบไม่มีครั้งแรกที่สมบูรณ์แบบ เราอาจต้องเปลี่ยนข้อความ เปลี่ยนภาพ ตัดบางส่วนออก เพิ่มบางส่วนเข้าไป หรือทำใหม่ทั้งหมดในบางจุด และถึงจะเหนื่อย แต่ทุกครั้งที่เราแก้ เราก็ได้เรียนรู้ว่าครั้งต่อไปควรวางแผนอย่างไรให้ดีขึ้น
ฉันยังรู้สึกว่าการทำงานเหล่านี้ทำให้ตัวเองกล้าขึ้นด้วย เพราะเมื่อก่อนเราอาจกลัวว่าความคิดของตัวเองไม่ดีพอ จึงไม่ค่อยกล้าเสนอความคิดเห็น แต่เมื่อได้ลองพูดและพบว่าบางไอเดียของเราสามารถนำไปใช้ได้จริง ความมั่นใจก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
มันทำให้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องมีไอเดียที่ดีที่สุดตั้งแต่แรก แค่กล้าที่จะเสนอและเปิดใจรับความคิดเห็นของคนอื่นก็เพียงพอแล้ว
แน่นอนว่าระหว่างทำงานก็มีวันที่รู้สึกเหนื่อย มีวันที่อยากพัก และมีวันที่คิดว่า “ทำไมงานนี้ถึงเยอะขนาดนี้?” โดยเฉพาะช่วงที่หลายวิชามีงานพร้อมกัน เราอาจรู้สึกเหมือนตัวเองจัดการอะไรไม่ทัน แต่พอค่อย ๆ แบ่งงานออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วทำทีละอย่าง เราจะพบว่างานที่ดูใหญ่มากตอนแรกก็สามารถจัดการได้
สิ่งนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้เรื่องการจัดการเวลาไปด้วย เพราะเราไม่สามารถรอให้มีอารมณ์อยากทำงานตลอดเวลา บางครั้งเราต้องทำทั้งที่ยังไม่พร้อม แล้วค่อยสร้างแรงจูงใจขึ้นมาระหว่างทาง
และที่สำคัญที่สุดคือ ฉันได้รู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องชอบทุกงานที่ทำ
บางงานอาจไม่ใช่งานที่เราชอบที่สุด แต่ก็ยังสามารถให้อะไรบางอย่างกับเราได้ งานหนึ่งอาจสอนให้เรารู้จักรับผิดชอบ อีกงานอาจสอนให้เราสื่อสารกับคนอื่น และอีกงานอาจทำให้เราค้นพบว่าจริง ๆ แล้วเราชอบงานสร้างสรรค์มากกว่าที่เคยคิด
บางทีเราอาจไม่ได้รักงานนั้นตั้งแต่แรก แต่หลังจากทำเสร็จแล้ว เรากลับได้ทักษะใหม่ติดตัวมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันรู้สึกว่างานที่เคยคิดว่า “ไม่อยากทำ” หลายงาน กลับเป็นงานที่ทำให้ตัวเองโตขึ้นมากที่สุด เพราะมันบังคับให้เราออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย ต้องคิดเอง ต้องแก้ปัญหา ต้องทำงานร่วมกับคนอื่น และต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองเลือกทำ
บางครั้งเราอาจไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองทันที แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราจะรู้ว่าเรื่องที่เคยทำให้เรากังวล วันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เราสามารถรับมือได้ง่ายขึ้น
เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้มีงานสักงานที่กำลังทำให้อยากถอนหายใจ ฉันอยากบอกว่า ไม่เป็นไรที่จะไม่ชอบมัน
เราไม่จำเป็นต้องรักทุกงานที่ได้รับ และไม่จำเป็นต้องรู้สึกสนุกกับทุกขั้นตอน แค่ลองเริ่มทำทีละนิด ทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และเรียนรู้จากระหว่างทางก็พอ
เพราะสุดท้ายแล้ว คุณค่าของงานหนึ่งงานอาจไม่ได้อยู่แค่คะแนนที่เราได้รับ แต่อาจอยู่ที่ว่า หลังจากทำงานชิ้นนั้นเสร็จแล้ว เรากลายเป็นคนที่เก่งขึ้นกว่าเดิมตรงไหนบ้าง
และบางที งานที่เราเคยบ่นว่า “ไม่อยากทำเลย” อาจเป็นงานเดียวกับที่วันหนึ่งเราหันกลับมาแล้วพูดได้ว่า
“โชคดีเหมือนกันนะ ที่วันนั้นเราเลือกทำมันจนจบ” 🎬
โฆษณา