6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

Apple ก้าวสู่ยุคใหม่ เปิดตัว iPhone Duo ดันราคาเป้าหมาย AAPL แตะ 346 ดอลลาร์

"APPLE" ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ของ จอห์น เทอร์นัส ส่ง iPhone Duo เข้าสู่ A New Era of Products ในมุมการลงทุน LH Securities ประเมินราคาเป้าหมาย หุ้น AAPL ที่ 346 ดอลลาร์
LH Securities มอง Apple เข้าสู่ “ยุคใหม่ของผลิตภัณฑ์” หลัง จอห์น เทอร์นัส ขึ้นเป็นซีอีโอ พร้อมเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรก คาดช่วยดันราคาขายเฉลี่ยและรายได้ในปี FY2027F พร้อมให้ราคาเป้าหมายหุ้น AAPL ที่ 346 ดอลลาร์
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple สร้างความสนใจให้กับตลาดอย่างมาก โดยเฉพาะการเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ทโฟนหน้าจอพับรุ่นแรกของบริษัท ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่ของผลิตภัณฑ์” ภายใต้การนำของ จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ที่เข้ารับตำแหน่งแทน ทิม คุก
ขณะเดียวกัน Apple ยังปรับโครงสร้างการบริหาร โดยมุ่งรวมการกำกับดูแลด้านฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีหลักเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งการทำงานร่วมกันระหว่าง ชิป อุปกรณ์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
"APPLE" ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ของ จอห์น เทอร์นัส ส่ง iPhone Duo เข้าสู่ A New Era of Products - iPhone DuoReuters/Carlos Barria
iPhone Duo หนุนราคาขายเฉลี่ย-รายได้ Apple
LH Securities ประเมินว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะ iPhone Duo รวมถึงการปรับขึ้นราคา iPhone รุ่น Pro มีโอกาสช่วยเพิ่ม ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ iPhone และสนับสนุนรายได้ของ Apple ในปี FY2027F หรือประมาณปีงบประมาณ 2027
สำหรับ iPhone Duo ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับรุ่นแรกของ Apple มีราคาเริ่มต้นที่ 1,999 ดอลลาร์ โดยบริษัทวางตำแหน่งให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับเรือธง หรือ Halo Product ที่มุ่งสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ พร้อมเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าระดับพรีเมียม
ขณะที่ไลน์อัป iPhone ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 Apple เลือกเปิดตัวเฉพาะรุ่นพรีเมียม ได้แก่ iPhone 18 Pro ราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์ และ iPhone 18 Pro Max ราคาเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์
ส่วนรุ่นมาตรฐาน ได้แก่ iPhone 18, iPhone 18e และ iPhone Air 2 ถูกเลื่อนไปเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
LH Securities มองว่า ราคาของ iPhone รุ่นใหม่โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อรุ่น หรือราว 9.1% และ 8.3% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของรุ่นก่อนหน้าในสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น
การปรับราคาและการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ระดับบน จึงมีแนวโน้มเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของ Apple ใน FY2027F ผ่านราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
ธุรกิจบริการช่วยพยุงมาร์จิ้น
แม้ต้นทุนที่สูงขึ้นจะสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไร แต่ LH Securities มองว่าผลกระทบยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจาก Apple มีความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ธุรกิจบริการ (Services) ซึ่งมีอัตรากำไรสูง มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและช่วยชดเชยแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากธุรกิจฮาร์ดแวร์ได้บางส่วน
ดังนั้น การปรับขึ้นราคาสินค้าและการเพิ่มสัดส่วน iPhone รุ่นพรีเมียมจึงมีโอกาสช่วยเพิ่มทั้งรายได้และกำไรต่อเครื่อง ขณะที่การขยายรายได้จากบริการบนฐานผู้ใช้งานเดิมจะช่วยสร้างความต่อเนื่องของกำไรในระยะยาว
เปลี่ยนโครงสร้างบริหาร มุ่งสู่ยุค Engineering-Led
อีกประเด็นสำคัญคือ Apple ประกาศปรับโครงสร้างผู้นำครั้งใหญ่ โดยแต่งตั้ง จอห์น เทอร์นัส เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 ขณะที่ ทิม คุก ย้ายไปรับตำแหน่ง Executive Chairman
พร้อมกันนี้ Apple ได้จัดตั้งตำแหน่ง Chief Hardware Officer และแต่งตั้ง โจห์นนี สรูจี ให้เข้ามากำกับดูแลงานด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีชิป หน้าจอ กล้อง แบตเตอรี่ และโมเด็มในภาพรวม
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนการปรับทิศทางของ Apple จากรูปแบบการบริหารในยุคทิม คุก ซึ่งให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทาน การขยายธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไปสู่แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิศวกรรม หรือ Engineering-Led
เป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมโยง ชิป ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI บนอุปกรณ์ (On-device AI) ให้ทำงานร่วมกันมากขึ้น เพื่อสร้างนวัตกรรมและรองรับการเติบโตในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า
LH Securities ให้ราคาเป้าหมาย AAPL ที่ 346 ดอลลาร์
ในมุมมองด้านการลงทุน LH Securities ประเมินราคาเป้าหมายหุ้น Apple (AAPL) ที่ 346 ดอลลาร์ โดยอิงประมาณการปี FY2027F และคาดกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 9.60 ดอลลาร์
ราคาเป้าหมายดังกล่าวอิง Forward P/E ที่ 36 เท่า หรืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้นในอนาคต โดยเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปีประมาณ 1.5 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: SD)
การให้ค่า P/E ในระดับพรีเมียมสะท้อนมุมมองว่า Apple ยังมีโอกาสต่อยอดการเติบโตจากทั้ง ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะ iPhone Duo และธุรกิจบริการ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากฐานผู้ใช้งานเดิม
โดยสรุป LH Securities มองว่า การเข้าสู่ยุคใหม่ของผลิตภัณฑ์ การเพิ่มสัดส่วนสินค้าในกลุ่มพรีเมียม การปรับราคาขาย รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรของ Apple ในระยะถัดไป จึงกำหนดตัวคูณมูลค่า (Valuation Multiple) สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อสะท้อนโอกาสการเติบโตของทั้งธุรกิจอุปกรณ์และบริการ
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/283370
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com/wealth
และช่องทาง Social Media
โฆษณา