4 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

เงินบาทเปิด 33.23 บาท ทรงตัว จับตา Fed–ตะวันออกกลาง กดดันค่าเงิน

เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.23 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า ขณะที่ตลาดยังจับตา Fed และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้เงินบาทมีความเสี่ยง “สองทาง” ในระยะสั้น
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.23 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.15-33.32 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะมีจังหวะอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 33.30 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย - ธนาคารกรุงไทย
ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง รวมถึงจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทว่าเงินบาทได้ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง หลังเงินดอลลาร์ได้ย่อตัวลง พร้อมกับการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูป อย่างดีเซล จากความหวังว่าสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในช่วงที่ผ่านมา อาจลดระดับความร้อนแรงและคลี่คลายลงบ้าง
บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) จากปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งความกังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และ ความกังวลต่อทิศทางการพัฒนาและลงทุนใน AI สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor อาทิ Nvidia -3.4%
ทว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคฯใหญ่ อย่าง Alphabet +3.2% และหุ้นกลุ่ม Defensive อย่าง Healthcare และสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 0.29% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด -0.48% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 0.56%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทะลุโซน 5.00% ก่อนที่จะย่อตัวลงบ้าง แต่ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับดังกล่าว โดยปัจจัยกดดันบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ ยังคงเป็นความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ Fed รวมถึงปัจจัยเดิมอย่างความกังวลต่อฐานะการคลังของสหรัฐฯ ทว่า ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมและมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์
แม้ว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นทะลุโซน 5.00% แต่เราประเมินว่าระดับบอนด์ยีลด์ล่าสุดมีจุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.30%
ซึ่งสามารถรองรับกรณีที่ Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดกำลังคาดหวัง (ราว 4 ครั้ง ภายในปีหน้า) และที่สำคัญ เรามองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ดังกล่าว จะเปิดทางให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวสามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุดตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง
อีกทั้ง Fed มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้างในปีหน้า ทำให้การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ยังมีความน่าสนใจอยู่
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้จะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้างตามภาวะปิดรับความเสี่ยง ทว่าเงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงเล็กน้อยตาม จังหวะย่อตัวลงของราคาพลังงาน กอปรกับบรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นบ้าง ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่รีบปรับสถานะถือครอง เพื่อรอรับรู้ผลการประชุม FOMC ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 99.5 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.3-99.7 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ แม้บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ทว่า ความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักยังคงกดดันให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) แกว่งตัวแถวโซน 4,310-4,360 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง
ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
ทั้งนี้ เรามองว่า บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมล่าสุด ได้ถูกจุดประเด็นโดยความกังวลต่อแนวโน้มการพัฒนาและลงทุนใน AI ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่แม้จะกระทบต่อตลาดหุ้นไทยบ้าง แต่เรามองว่า บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจรอจังหวะทยอยเข้าซื้อหุ้นไทย ที่มีความเป็น Old Economy มากกว่าได้
นอกจากนี้ เรามองว่าบอนด์ยีลด์ระยะกลาง-ยาวของไทย ได้ปรับตัวขึ้นพอสมควรและมีความน่าสนใจมากขึ้น จนอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติบางส่วนรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ไทยบ้าง ซึ่งแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้เช่นกัน
ทว่า เงินบาทจะยังไม่สามารถกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ชัดเจนจนกว่าผู้เล่นในตลาดจะลดความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งต้องเห็นพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ดีขึ้น โดยในระยะสั้นเรามองว่าเงินบาทจะยังมีโซนแนวรับแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์)
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.23 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.27 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และทำให้นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐก็ปรับเพิ่มสูงขึ้น
จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กลางสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากทิศทางเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐก็ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ให้น้ำหนักมากถึง 90% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันพุธ (16 ก.ย.) นี้
นอกจากนี้ ตลาดจับตาถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด และรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
  • USD/THB 33.00 - 33.40 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.00/ขาย 33.40
  • EUR/THB 38.20 - 38.60 แนะนำ ซื้อที่ 38.20/ขาย 38.60
  • JPY/THB 0.2130 - 0.2170 แนะนำ ซื้อที่ 0.2130/ ขาย 0.2170
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/283424
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com/wealth
และช่องทาง Social Media
โฆษณา