15 ก.ย. เวลา 07:56 • การศึกษา

ทำอย่างไร? ให้ราชบุรีเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้

จ.ราชบุรี กำลังจัดทำ "แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดราชบุรี (พ.ศ. 2570–2574)"
โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับจังหวัดให้เป็น "ราชบุรีเมืองแห่งการเรียนรู้" อย่างสมบูรณ์แบบ
“ราชบุรีเมืองแห่งการเรียนรู้” มีความเป็นไปได้สูง แต่มีเงื่อนไขสำคัญว่า แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาจังหวัดราชบุรี (พ.ศ. 2570–2574) ต้องไม่เป็นเพียง “แผนพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน” แต่ต้องยกระดับเป็น "ยุทธศาสตร์การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ทั้งจังหวัด (Provincial Learning Ecosystem)"
แนวคิดนี้สอดคล้องโดยตรงกับกรอบ Learning City ของ UNESCO ซึ่งไม่ได้จำกัดการเรียนรู้ไว้ในสถานศึกษา แต่ครอบคลุมครอบครัว ชุมชน สถานที่ทำงาน เทคโนโลยี และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
UNESCO ให้นิยามเมืองแห่งการเรียนรู้ว่า
เป็นเมืองที่ระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเรียนรู้ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานถึงอุดมศึกษา การเรียนรู้ในครอบครัวและชุมชน การเรียนรู้ในสถานประกอบการ การใช้เทคโนโลยี และการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
UNESCO
ผมข้อเสนอแนวคิดที่สำคัญ ดังนี้
1️⃣ ก่อนอื่น ต้องเปลี่ยนความหมายของคำว่า “การศึกษา” ผมเสนอให้แผนฉบับนี้ ตั้งต้นจากสมการง่าย ๆ ว่า
🔸การศึกษา ≠ โรงเรียน
🔸การเรียนรู้ = ทุกคน + ทุกวัย + ทุกพื้นที่ + ทุกเวลา
::
หากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดราชบุรีจัดทำแผนโดยคิดจาก “สถานศึกษา ครู นักเรียน และผลสัมฤทธิ์” เป็นหลัก แม้จะทำได้ดี ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเรียกว่า Learning City
ดังนั้นเป้าหมายที่ผมเสนอคือ
“Ratchaburi: Learning Province for All”
ราชบุรี จังหวัดแห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน ทุกวัย ทุกพื้นที่ ตลอดชีวิต
ผมใช้คำว่า Learning Province มากกว่า Learning City เพราะพื้นที่ราชบุรีมีทั้งเมือง ชนบท พื้นที่เกษตร พื้นที่ชายแดน แหล่งอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว และชุมชนที่มีบริบทแตกต่างกัน
2️⃣ ราชบุรีพร้อมหรือไม่?
ผมประเมินว่า “พร้อมในด้านทุน แต่ยังต้องสร้างระบบ” นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก
ราชบุรีไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างอาคารหรือศูนย์การเรียนรู้ใหม่จำนวนมาก แต่ควรเริ่มจากการมองว่า "จังหวัดมีอะไรที่สามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่เรียนรู้ได้บ้าง" เช่น โรงเรียน – มหาวิทยาลัย – วัด – พิพิธภัณฑ์ – ห้องสมุด – ชุมชน – ตลาด – ฟาร์ม – โรงงาน – สถานประกอบการ – แหล่งท่องเที่ยว – ป่า – แม่น้ำ – ภูเขา – พื้นที่เกษตร – ภูมิปัญญาท้องถิ่น – ศิลปิน – ปราชญ์ชาวบ้าน – ผู้ประกอบการ
ทั้งหมดนี้คือ “โครงสร้างพื้นฐานทางการเรียนรู้” ได้
จุดแข็งของราชบุรีจึงอยู่ที่ ความหลากหลายของพื้นที่และทุนทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ธรรมชาติ และชุมชน
::
แต่จุดอ่อนที่ต้องระวังคือ หน่วยงานต่าง ๆ อาจต่างคนต่างทำ
-ถ้าโรงเรียนทำเรื่องโรงเรียน
-อาชีวะทำอาชีวะ
-มหาวิทยาลัยทำมหาวิทยาลัย
-ท้องถิ่นทำท้องถิ่น
-วัฒนธรรมทำวัฒนธรรม
-ท่องเที่ยวทำท่องเที่ยว
ต่อให้แต่ละหน่วยงานมีโครงการดีมาก ก็ยังไม่เกิด Learning Ecosystem โจทย์ใหญ่ของ ศธจ.ราชบุรีจึงไม่ควรเป็น “เราจะจัดกิจกรรมอะไรเพิ่ม?” แต่ควรเป็น
เราจะเชื่อมทรัพยากรการเรียนรู้ทั้งจังหวัดให้กลายเป็นระบบเดียวกันได้อย่างไร?
ผู้เขียน
3️⃣ ต้องยอมรับปัญหาพื้นฐานของการศึกษาไทย
การจะเขียนแผนอนาคต ไม่ควรเริ่มจากภาพฝันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องยอมรับฐานปัญหา เช่น PISA 2022 ของประเทศไทยอยู่ที่ คณิตศาสตร์ 394 การอ่าน 379 วิทยาศาสตร์ 409 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งสามด้าน และมีนักเรียนไทยเพียง 32% ที่ถึงระดับพื้นฐาน Level 2 ขึ้นไปในคณิตศาสตร์
ดังนั้นผมไม่แนะนำให้ราชบุรี กระโดดไปพูดเรื่อง AI, Coding, Robotics หรือ Future Skills อย่างเดียว เพราะ Future Skills ต้องยืนอยู่บน Foundational Skills
เด็กต้อง อ่านรู้เรื่อง → คิดเป็น → ตั้งคำถามเป็น → ใช้ข้อมูลเป็น → สื่อสารเป็น → แล้วจึงใช้ AI เป็น
4️⃣ วิสัยทัศน์ พ.ศ. 2574 ที่ผมเสนอคือ
ราชบุรี จังหวัดแห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน
ผู้เขียน
ทุกคนเรียนรู้ได้ ทุกพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และการเรียนรู้สร้างคุณภาพชีวิต อาชีพ ชุมชน และอนาคตของจังหวัด
::
ภาษาอังกฤษอาจใช้
Ratchaburi Learning Province 2031 Learning Everywhere, for Everyone, throughout Life.
::
แนวคิดนี้สอดคล้องกับ UNESCO ซึ่งมองผลลัพธ์ของ Learning City ไปไกลกว่าการศึกษา คือ การสร้างพลังให้บุคคล ความเข้มแข็งทางสังคม ความเจริญทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
โฆษณา