16 ก.ย. เวลา 14:17 • การศึกษา
สาระ หรือ สาหร่าย By Charifkub

openDesk คืออะไร ปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรด้วยระบบคลาวด์ส่วนตัวที่บริหารจัดการได้เอง

โดย
ในยุคที่องค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐต่างพึ่งพาบริการคลาวด์จากยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Microsoft 365 หรือ Google Workspace หลายแห่งเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลสำคัญอาจถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ หรือบริการอาจถูกตัดขาดได้ทุกเมื่อตามนโยบายของผู้ให้บริการ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรายปีก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
openDesk คือคำตอบสำหรับองค์กรที่ต้องการทางเลือก openDesk คือชุดโปรแกรมสำนักงานและเครื่องมือทำงานร่วมกันแบบโอเพนซอร์สที่รวมแอปพลิเคชันชั้นนำไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ผ่านการเข้าสู่ระบบครั้งเดียว พัฒนาโดยศูนย์อธิปไตยดิจิทัล (ZenDiS) ภายใต้กระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานไอทีของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ openDesk อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย การทำงาน ฟีเจอร์เด่น ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับ Microsoft 365 และตัวอย่างการใช้งานจริง
- Opendesk Logo -
  • ​openDesk คืออะไร?
openDesk คือชุดซอฟต์แวร์สำนักงานและทำงานร่วมกันแบบโอเพนซอร์ส (Open-source Office & Collaboration Suite) ที่ออกแบบมาสำหรับภาครัฐโดยเฉพาะ แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรอื่นๆ ได้
ความหมายที่แท้จริง ของ openDesk คือการเป็นทางเลือกอธิปไตย (Sovereign Alternative) ที่ให้องค์กรเป็นเจ้าของข้อมูลและควบคุมโครงสร้างพื้นฐานไอทีได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่อาจถูกควบคุมโดยกฎหมายอย่าง CLOUD Act ของสหรัฐฯ
openDesk ทำงานบนแนวคิด Digital Sovereignty (อธิปไตยดิจิทัล) ซึ่งหมายถึงการที่องค์กรสามารถควบคุมข้อมูลของตนได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บ การประมวลผล หรือการเข้าถึง มันไม่ใช่การสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำเอาเครื่องมือโอเพนซอร์สที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากหลากหลายค่ายมารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
  • ​openDesk ทำงานอย่างไร?
openDesk ทำงานบนสถาปัตยกรรมแบบ เว็บเบส (Web-based) ที่รวมแอปพลิเคชันโอเพนซอร์สหลายตัวไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว โดยมีองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้:
1) การรวมแอปพลิเคชันชั้นนำ
openDesk รวมเอาเครื่องมือที่ผ่านการใช้งานจริงในองค์กรขนาดใหญ่มาไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย:
⚪ การจัดการไฟล์: Nextcloud สำหรับจัดเก็บ แชร์ และจัดการไฟล์บนคลาวด์ส่วนตัว พร้อมซิงค์กับเดสก์ท็อปและมือถือ
⚪ การประมวลผลเอกสาร: Collabora Online สำหรับสร้างและแก้ไขเอกสาร สเปรดชีต และงานนำเสนอแบบเรียลไทม์ พร้อมรองรับไฟล์ Microsoft Office
⚪ อีเมลและปฏิทิน: Open-Xchange สำหรับอีเมล ปฏิทิน รายชื่อผู้ติดต่อ และการจัดการงาน
⚪ แชทและวิดีโอคอล: Element บนโปรโตคอล Matrix สำหรับการสื่อสารที่เข้ารหัสแบบ End-to-End
⚪ การจัดการโปรเจกต์: OpenProject สำหรับวางแผนและติดตามความคืบหน้าของงาน
⚪ ระบบ Wiki: XWiki สำหรับสร้างคลังความรู้ขององค์กร
2) การจัดการตัวตนและการเข้าถึง
openDesk ใช้ Nubus จาก Univention ในการจัดการผู้ใช้และสิทธิ์การเข้าถึง รองรับ Single Sign-On (SSO) ที่ให้ผู้ใช้เข้าสู่ระบบครั้งเดียวและเข้าถึงทุกแอปพลิเคชันได้ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Active Directory (AD) หรือ LDAP ที่มีอยู่แล้วได้อีกด้วย
3) การทำงานแบบเรียลไทม์
ผู้ใช้หลายคนสามารถแก้ไขเอกสาร สเปรดชีต และงานนำเสนอพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ ไฟล์สามารถแชร์ได้ทั้งภายในองค์กรและกับพันธมิตรภายนอก
4) การทำงานผ่านเบราว์เซอร์
openDesk ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ทั้งหมด ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์บนเครื่อง ทำให้สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ทุกระบบปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม มีแอปพลิเคชันแยกสำหรับฟังก์ชันหลักอย่างแชท (Element), การจัดการไฟล์ (Nextcloud) และการแก้ไขเอกสาร (Collabora)
  • ​ประเภทของ openDesk
openDesk มีให้เลือก 2 รุ่นหลัก โดยมีรายละเอียดการใช้งานและความแตกต่างดังนี้:
👥 Community Edition (CE)
⚪ ราคาและการเข้าถึง: ใช้งานฟรี สามารถดาวน์โหลดได้โดยตรงจาก openCode.de
⚪ การสนับสนุน: พึ่งพาการสนับสนุนจากชุมชนผู้ใช้งาน (Community Support)
⚪ การติดตั้ง: ดำเนินการติดตั้งและดูแลระบบเองบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กร (Self-hosting)
⚪ ความพร้อมใช้งานสูง (High Availability): ไม่มีระบบตั้งค่าอัตโนมัติ ต้องดำเนินการปรับแต่งเอง
⚪ การอัปเดตความปลอดภัย: รอรับการอัปเดตจากชุมชน ซึ่งอาจมีความล่าช้าได้
⚪ คุณสมบัติเพิ่มเติม: มีฟังก์ชันการทำงานหลักครบถ้วน
⚪ ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับองค์กรขนาดเล็ก ทีมที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอที หรือการทำโครงการนำร่อง
🧑‍💼 Enterprise Edition (EE)
⚪ ราคาและการเข้าถึง: มีค่าบริการโดยต้องติดต่อฝ่ายขาย (มีส่วนลดพิเศษสำหรับสถาบันการศึกษาและองค์กรขนาดใหญ่)
⚪ การสนับสนุน: ได้รับการดูแลและสนับสนุนโดยตรงจากทีมงานมืออาชีพของ ZenDiS
⚪ การติดตั้ง: เลือกติดตั้งได้ทั้งแบบ Self-hosting หรือใช้งานผ่าน SaaS จากพาร์ทเนอร์ที่ผ่านการรับรอง
⚪ ความพร้อมใช้งานสูง (High Availability): รวมการตั้งค่าความพร้อมใช้งานสูงไว้ในแพ็กเกจ
⚪ การอัปเดตความปลอดภัย: ได้รับการสนับสนุนและแก้ไขช่องโหว่แบบเร่งด่วน
⚪ คุณสมบัติเพิ่มเติม: เพิ่มเครื่องมือจัดการขั้นสูง เช่น AdminBot, GroupSync และ Admin Console
⚪ ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ (รองรับ 500 ผู้ใช้ขึ้นไป) และหน่วยงานภาครัฐ
  • ​ประโยชน์ของ openDesk
✅ อธิปไตยดิจิทัล (Digital Sovereignty): openDesk ช่วยให้องค์กรควบคุมข้อมูลของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ต้องพึ่งพาบริษัทจากต่างประเทศที่อาจถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลตามกฎหมายอย่าง CLOUD Act รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เลือกใช้ openDesk แทน Microsoft 365 สำหรับงานที่มีความละเอียดอ่อนสูงในหน่วยงาน Cyber Command เป็นเพราะไม่ต้องการให้ข้อมูลถูกเข้าถึงโดยรัฐบาลสหรัฐฯ
✅ ไม่มี Vendor Lock-in: ด้วยการเป็นโอเพนซอร์ส openDesk ช่วยให้องค์กรไม่ถูกผูกมัดกับผู้ให้บริการรายเดียว สามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการหรือดูแลระบบเองได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
✅ ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว: แม้ Enterprise Edition อาจมีค่าใช้จ่าย แต่ Community Edition ให้ใช้งานฟรีโดยไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน องค์กรที่มีทีมไอทีสามารถประหยัดค่าไลเซนส์รายปีจำนวนมากได้ในระยะยาว
✅ ความปลอดภัยที่ควบคุมได้: openDesk ใช้การเข้ารหัสแบบ End-to-End สำหรับการแชท (Element) และรองรับ OpenPGP สำหรับอีเมล การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงทำได้จากส่วนกลาง และในเวอร์ชัน SaaS ไฟล์ที่อัปโหลดจะถูกสแกนหามัลแวร์โดยอัตโนมัติ
✅ การทำงานร่วมกันที่ครอบคลุม: openDesk ให้เครื่องมือที่ครบครันสำหรับการทำงานยุคใหม่ ตั้งแต่การประมวลผลเอกสาร การจัดการโปรเจกต์ ไปจนถึงการประชุมทางวิดีโอ
  • ​openDesk VS Microsoft 365
เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง openDesk และ Microsoft 365 มีรายละเอียดในด้านต่างๆ ดังนี้:
🗃️ การควบคุมข้อมูลและอธิปไตยดิจิทัล: openDesk ให้การควบคุมข้อมูลระดับสูงสุดเพราะข้อมูลจัดเก็บอยู่ภายในองค์กรเอง และมีอธิปไตยดิจิทัลสูงโดยไม่ต้องขึ้นกับบริษัทต่างชาติ ส่วน Microsoft 365 ถูกควบคุมโดย Microsoft ภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ ทำให้มีอธิปไตยดิจิทัลต่ำกว่า
💸 ราคาและค่าใช้จ่าย: openDesk มีรุ่น Community Edition ให้ใช้งานได้ฟรี และรุ่น Enterprise มีค่าใช้จ่ายตามแพ็กเกจ ส่วน Microsoft 365 คิดค่าไลเซนส์รายปีต่อผู้ใช้ (ประมาณ €45/ผู้ใช้/ปีสำหรับรุ่นการศึกษา)
🧑‍💻 แพลตฟอร์มการใช้งาน: openDesk เน้นการทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์เป็นหลัก ในขณะที่ Microsoft 365 มีแอปพลิเคชันให้เลือกใช้งานครบทั้งบนเว็บ เดสก์ท็อป และมือถือ
📞 ฟีเจอร์และการโทรภายนอก: openDesk มีฟังก์ชันหลักครอบคลุมแต่ยังขาดฟีเจอร์ขั้นสูงและการระบบโทรภายนอกที่สมบูรณ์ ในขณะที่ Microsoft 365 มีฟีเจอร์ครบถ้วนกว่า เช่น Teams และ Power Automate รวมถึงระบบโทรภายนอกที่สมบูรณ์
👥 แอปพลิเคชัน Native และการทำงานร่วมกับภายนอก: openDesk ต้องใช้แอปพลิเคชันแยกของแต่ละคอมโพเนนต์และต้องตั้งค่าการทำงานร่วมกับภายนอกเอง ส่วน Microsoft 365 มีแอปพลิเคชัน Native ครบทั้งชุด และรองรับการทำงานร่วมกับภายนอกได้อย่างราบรื่นกว่า
🧑‍🦱 ความพร้อมใช้งานสูง (High Availability): openDesk รุ่นฟรีต้องตั้งค่าเอง (รวมมาให้ในรุ่น Enterprise) ในขณะที่ Microsoft 365 มาพร้อม Service Level Agreement (SLA) รับประกันความพร้อมใช้งานตั้งแต่แรก
  • ​ตัวอย่างการใช้งาน
1) รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์: ปกป้องข้อมูลจากสายลับต่างชาติ
⚪ สถานการณ์: หน่วยงาน Cyber Command ของกองทัพสวิตเซอร์แลนด์ต้องการทดแทน Microsoft 365 สำหรับงานที่มีความละเอียดอ่อนสูง
⚪ การใช้งาน openDesk: หน่วยงาน Cyber Command และ Cyber and Electromagnetic Actions ได้เปลี่ยนมาใช้ openDesk สำหรับพนักงานทุกคนภายในปี 2026 เหตุผลหลักคือความกังวลว่า Microsoft 365 ซึ่งเป็นบริการบนคลาวด์ของบริษัทสหรัฐฯ อาจถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลตาม CLOUD Act
⚪ ผลลัพธ์: สวิตเซอร์แลนด์ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ และมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนจะไม่ถูกเข้าถึงโดยหน่วยงานต่างชาติ
2) เทศบาลเมือง: ติดตั้งใน Data Center ของตนเอง
⚪ สถานการณ์: เทศบาลขนาดกลางต้องการทดแทน Microsoft 365 แต่ต้องการควบคุมข้อมูลเองทั้งหมด
⚪ การใช้งาน openDesk (Community Edition): เทศบาลนำ openDesk Community Edition ไปติดตั้งบน Kubernetes Cluster ใน Data Center ของตนเอง ทีมไอทีของเทศบาลดูแลระบบเองทั้งหมด และใช้ฟีเจอร์ครบถ้วนสำหรับการทำงานประจำวัน
⚪ ผลลัพธ์: เทศบาลประหยัดค่าไลเซนส์รายปี และมั่นใจได้ว่าข้อมูลของประชาชนจะไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทต่างชาติ
3. องค์กรที่ต้องการทดลองใช้ก่อนตัดสินใจ
⚪ สถานการณ์: องค์กรขนาดกลาง (100-200 ผู้ใช้) ต้องการทดลองใช้ openDesk ก่อนตัดสินใจลงทุนใน Enterprise Edition
⚪ การใช้งาน openDesk (Community Edition): องค์กรดาวน์โหลด Community Edition จาก openCode.de และติดตั้งในสภาพแวดล้อมทดสอบ ทีมไอทีประเมินว่าฟีเจอร์ที่มีอยู่เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ และตัดสินใจว่าจะอัปเกรดเป็น Enterprise Edition เพื่อรับการสนับสนุนหรือไม่
⚪ ผลลัพธ์: องค์กรได้ทดลองใช้จริงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น
  • ​[Charifkub] LibreOffice คืออะไร คืนอำนาจการจัดการไฟล์ให้ตัวเองด้วยชุดโปรแกรม Open Source ระดับโลก 👇
  • ​[Charifkub] LocalSend คืออะไร ส่งไฟล์วิดีโอ 4K และรูปภาพนับร้อยได้โดยไม่ต้องง้อสาย USB หรือ Cloud 👇
  • ​[Charifkub] LibreWolf คืออะไร? เบราว์เซอร์โอเพนซอร์สที่เน้นความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุดตั้งแต่แกะกล่อง 👇
Credit :
👇
  • ​https://interoperable-europe.ec.europa.eu/collection/open-source-observatory-osor/opendesk
  • ​https://www.blockdit.com/posts/6aa00c50bf7bc6f22f19a7bc
  • ​https://www.opendesk.eu/en/product
  • ​https://opendeskgroup.com/pricing
  • ​https://www.arvato-systems.com/blog/open-desk-vs-microsoft-365-for-public-administration
โฆษณา