16 ก.ย. เวลา 15:25 • ข่าว

ลมหายใจริมฝั่งสาย เมื่อกระสอบทรายไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และแววตาแห่งความหวังใน “ประตูบานแรก”

ริมแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ชีวิตของผู้คนผูกพันกับสายน้ำมานานหลายชั่วอายุคน เป็นทั้งเส้นแบ่งเขตแดนและเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจการค้า แต่ในฤดูฝน สายน้ำสายเดิมกลับกลายเป็นต้นทางของความกังวล เมื่อน้ำป่าจากต้นน้ำหลากลงมาจนเข้าใกล้แนวตลิ่ง
ภาพที่ชาวบ้านเห็นจนชินตาคือวงจรเดิมๆ การยกของหนีน้ำ การแจ้งเตือนภัย การร่วมแรงร่วมใจแบกกระสอบทราย และเมื่อน้ำลดก็ต้องทำความสะอาดซ่อมแซมเพื่อรอรับมือรอบใหม่ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้คนริมฝั่งสายไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดระแวงตลอดไป
ระหว่างวันที่ 14–16 กันยายน 2569 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มทบ.37 ร่วมกับ กองพลพัฒนาที่ 3 ได้จัดกำลังพลจิตอาสาเข้าซ่อมแซมพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร บริเวณโซน B1 ด้านข้างอาคารราชพัสดุ อ.แม่สาย โดยใช้กล่องเกเบี้ยนบรรจุหินและกระสอบทราย เพื่อเสริมแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม แนวพนังและกระสอบทรายเป็นเพียงการบรรเทาความเสียหายเฉพาะหน้า เพราะธรรมชาติไม่เคยหยุดไหลตามเส้นเขตแดน น้ำ ตะกอน และสิ่งปฏิกูลที่เกิดขึ้นบนฝั่งหนึ่งสามารถส่งผลกระทบถึงอีกฝั่งได้ทันที การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงจึงจำเป็นต้องจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน
แววตาแห่งความหวังเริ่มต้นขึ้นเมื่อ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯ เชียงราย ได้หารือกับ นายต่อ ศรลัมพ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ซึ่งระบุว่านี่คือ “ประตูบานแรก” ในการเจรจากับทางการเมียนมา เพื่อร่วมมือด้านข้อมูล การเตือนภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมข้ามแดนอย่างยั่งยืนในอนาคต
โฆษณา