8 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

[Vision Exclusive] QUICK ปักธงเข้า mai ปีนี้ มุ่งสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันเต็มสูบ

หุ้นวิชั่น - QUICK เดินหน้าสู่ Digital Transformation เต็มรูปแบบ ชูจุดแข็ง IT-OT-AI ต่อยอด ERP พร้อมปั้น AI และ Digital Platform เป็น New Growth Engine รับเทรนด์องค์กรเร่งใช้เทคโนโลยี แย้มเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ปลายปีนี้ สร้างการเติบโตในระยะยาว
นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า QUICK คือผู้ให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-To-End Digital Transformation Provider) ตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้ง พัฒนา และบำรุงรักษาระบบ
อีกทั้ง QUICK ยังเป็น Microsoft Solutions Partner ที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ ERP บน Microsoft Dynamics 365 ซึ่งเป็นแกนกลางด้าน IT ขององค์กร พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจาก IoT และต่อยอดด้วย AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร
อย่างไรก็ตามเดิมทีบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ Quick ERP โดยมุ่งเน้นการให้บริการระบบ ERP สำหรับบริหารจัดการองค์กร ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Quick Transformation เพื่อสะท้อนทิศทางการขยายธุรกิจไปสู่ Digital Transformation ที่ครอบคลุมทั้ง ERP, IoT และ AI
พร้อมกันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าการแข่งขันของภาคธุรกิจจะให้ความสำคัญกับ “ความเร็ว” มากขึ้น โดยเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์มีบทบาทในการรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน บทบาทของ ERP กำลังเปลี่ยนจากระบบหลังบ้านที่ใช้บริหารจัดการองค์กร ไปสู่การเป็น ฐานข้อมูลสำคัญสำหรับ AI เนื่องจาก ERP สามารถรวบรวมข้อมูลจริงจากกิจกรรมทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขาย สต็อก การจัดซื้อ การเงิน หรือการผลิต ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการประมวลผลของ AI
บริษัทจึงมองการพัฒนาไปสู่ “Digital Brain” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ ERP รวมถึงข้อมูลจากหน้างานผ่าน IoT และ OT เข้ากับ AI เพื่อให้ระบบสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และต่อยอดสู่การตัดสินใจและการทำงานอัตโนมัติ
นอกจากนี้ AI กำลังพัฒนาไปสู่ AI Agent ที่สามารถเข้ามาช่วยทำงานหรือ Automate กระบวนการที่เป็นงานซ้ำ ๆ และใช้ทรัพยากรบุคคลจำนวนมาก โดยบริษัทมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนคน แต่ทำหน้าที่เป็น Productivity Booster เปรียบเสมือน “เครื่องคิดเลข” ที่ช่วยให้บุคลากรลดเวลางานที่ไม่มีมูลค่า และหันไปทำงานที่ต้องใช้ความคิด การตัดสินใจ และการสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
*รายได้หลักมาจาก ERP
ปัจจุบัน QUICK มีรายได้จาก ERP คิดเป็นประมาณ 85% ของรายได้รวม โดยรายได้ของ QUICK สามารถแบ่งได้เป็น รายได้จากการขาย Software License และรายได้จากการให้บริการบำรุงรักษาระบบ ซึ่งเป็นรายได้ประจำ (Recurring Revenue) คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 50% และรายได้จากบริการติดตั้งและปรับแต่งซอฟต์แวร์ คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 50%
สำหรับการให้บริการแต่ละโครงการ โดยทั่วไปมีระยะเวลาประมาณ 8-12 เดือน ขณะที่รายได้จากการขาย Software License และให้บริการบำรุงรักษาระบบ เป็นรายได้ที่ลูกค้าชำระต่อเนื่องรายปี ทำให้บริษัทมีฐานรายได้ประจำรองรับ
ทั้งนี้ QUICK เน้นการนำ Best Practice และ Workflow ที่พัฒนาขึ้นแล้วไปปรับใช้กับลูกค้า มากกว่าการพัฒนาโปรแกรมใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนและความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ
*ชูกลุ่มลูกค้า B2B
QUICK ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ B2B โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า Supply Chain และมีกระบวนการดำเนินงานที่มีความซับซ้อน โดยปี 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าหลักมาจากภาคการผลิตประมาณ 52% รองลงมาเป็นธุรกิจค้าปลีกราว 20% และบริการประมาณ 19% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ
*ผลงานเติบโตต่อเนื่อง
ในปี 2568 QUICK มีรายได้รวม 301 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 3 ปีย้อนหลัง ประมาณ 14.6% ส่วนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 52 ล้านบาท คิดเป็น CAGR 3 ปีย้อนหลังประมาณ 22.8% ด้านผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 167 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 34 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้รวมและกำไรสุทธิประมาณ 27% และ 105% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตามลำดับ เป็นไปตามแนวโน้มการเติบโตของ Digital Transformation ในประเทศไทย รวมถึงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการให้บริการของ QUICK ที่มากขึ้น ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
*มุ่ง New Growth Engine
ท่ามกลางสถานการณ์การเติบโตของตลาด ERP ในประเทศไทยที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 18% ต่อปี จนถึงปี 2573 แต่ QUICK เชื่อมั่นว่าจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดีสิ่งที่จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ หรือ New Growth Engine คือ AI และ Digital Platform ที่อยู่รอบ ERP เนื่องจากเชื่อว่าใน 1 องค์กร ไม่ใช้แค่ซอฟต์แวร์ตัวเดียว เช่น กลุ่ม Retail บริษัทมองการนำเทคโนโลยีอย่าง Smart Camera, Smart Shelf และ CRM เข้ามาเชื่อมโยงข้อมูลกับ ERP ขณะที่ภาค Manufacturing
สามารถนำ IoT มาเชื่อมต่อกับเครื่องจักร เพื่อให้สามารถติดตามต้นทุนการผลิตแบบ Real-Time ส่วนธุรกิจ Logistics บริษัทพัฒนาโซลูชัน TMS หรือ Transportation Management System เพื่อช่วยบริหารจัดการงานขนส่ง
*ชูจุดแข็ง IT-OT-AI สร้างความแตกต่าง
QUICK มองว่าจุดแข็งสำคัญของบริษัทอยู่ที่การมีฐานรายได้ประจำ และนอกจากมีความสามารถในการนำข้อมูลจากระบบ ERP และข้อมูลจริงจากหน้างานมาเชื่อมต่อกัน บริษัทยังมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทั้ง IT, OT และ AI ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดที่มุ่งเน้นเฉพาะด้าน Information Technology (IT) เพียงอย่างเดียว
*ปักธงเข้าเทรดภายในปีนี้
นายไพศาล กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าของการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยปัจจุบัน QUICK ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน สำนักงาน ก.ล.ต. ให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงปลายปีนี้
สำหรับเป้าหมายในช่วง 3-5 ปีหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ QUICK ต้องการยกระดับสู่การเป็นที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ที่ครอบคลุมทั้ง IT, OT และ AI พร้อมขยายธุรกิจผ่าน Dealer และ Partner เพื่อผลักดันการนำ AI ไปใช้งานจริงในภาคธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision
โฆษณา