2 ชั่วโมงที่แล้ว

เมื่อก่อนหนูไม่มีบ้าน

กลางคืนหนูนอนตรงไหนก็ได้ที่พอหลบฝนได้ ใต้รถบ้าง ข้างกำแพงบ้าง บางวันหิวจนต้องเดินดมถุงขยะ เผื่อจะมีอะไรเหลือให้กิน
ตอนนั้นหนูไม่รู้หรอกว่า คำว่า “บ้าน” คืออะไร
จนวันหนึ่ง หนูได้มาอยู่กับพ่อ
หนูจึงรู้ว่า บ้านไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังใหญ่ บ้านคือที่ที่มีคนคอยเปิดประตูให้เรา มีชามข้าวที่ไม่ต้องแย่งกับใคร มีที่นอนอุ่น ๆ และที่สำคัญที่สุด…
มีคนคนหนึ่งที่รักเรา
พ่อชอบเรียกหนู
พ่อชอบลูบหัวหนู
บางครั้งพ่อก็อุ้มหนูขึ้นมา แล้วหอมแก้มดังฟอด
หนูชอบมาก
ถ้าพ่อหอมแก้มซ้าย หนูก็อยากให้หอมแก้มขวาด้วย
เพราะเมื่อก่อนตอนเป็นลูกแมวจรจัด ไม่เคยมีใครหอมแก้มหนูเลย
หนูจึงคิดมาตลอดว่า ในบ้านหลังนี้ หนูคงเป็นสิ่งที่พ่อรักที่สุด
จนกระทั่ง…
หนูพบว่า หนูมีคู่แข่ง
มันเป็นตัวประหลาดสีดำ ๆ เทา ๆ อยู่บนโต๊ะ
หนูไม่รู้ว่ามันเป็นสัตว์ประเภทไหน
ตามันก็ไม่มี
หูก็ไม่มี
จมูกก็ไม่มี
หนวดก็ไม่มี
หางก็ไม่มี
ที่สำคัญ…
แก้มก็ไม่มีให้พ่อหอม
แต่แปลกเหลือเกิน
พ่อกลับนั่งมองหน้ามันได้ตั้งนาน
บางวันมองตั้งแต่เช้า
หนูเดินผ่านไป พ่อก็ยังมองมัน
หนูกระโดดขึ้นเก้าอี้ พ่อก็ยังมองมัน
บางครั้งหนูแอบโผล่หน้าเหนือโต๊ะขึ้นมานิดเดียว แล้วมองดูว่า พ่อกำลังทำอะไร
ก็เห็นพ่อนั่งจ้องมันอีกแล้ว
หนูไม่เข้าใจจริง ๆ
มันมีอะไรดีนักหนา
หนูมีตากลม ๆ ตั้งสองข้าง
มันไม่มีสักข้าง
หนูมีหูตั้งสวย ๆ สองข้าง
มันไม่มีเลย
หนูร้องเหมียวให้พ่อฟังได้
มันก็ร้องเหมียวไม่ได้
หนูเอาหัวถูมือพ่อได้
มันก็ทำไม่ได้
แล้วพ่อไปหลงเสน่ห์มันได้อย่างไร
บางทีหนูก็เลยนั่งมองมันบ้าง
พ่อมองมัน
หนูก็มองมัน
พ่อเลิกมองเมื่อไร
หนูจะมองต่อเอง
หนูอยากรู้เหลือเกินว่า ไอ้ตัวประหลาดนี่มันมีอะไรดี ถึงแย่งเวลาของพ่อไปจากหนูได้ตั้งมากมาย
แต่คิดไปคิดมา หนูก็ยอมมันนิดหนึ่งก็ได้
เพราะทุกครั้งที่พ่อเลิกมองมัน พ่อจะหันมาหาหนู
บางครั้งพ่อเอื้อมมือมาลูบหัว
บางครั้งเกาคางให้
บางครั้งก็อุ้มขึ้นมาแนบอก
แล้วหอมแก้มหนูดังฟอด
ถึงตอนนั้นหนูจะหันกลับไปมองไอ้ตัวบนโต๊ะ แล้วคิดในใจว่า
เห็นไหม
พ่อมองหน้าแกได้ก็จริง
แต่พ่อหอมแก้มหนู
เพราะแกไม่มีแก้มให้หอมหรอก
หนูชนะ!
โฆษณา