Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
•
ติดตาม
18 ก.ย. เวลา 02:08 • นิยาย เรื่องสั้น
ตอนที่ 37: ผู้เคาะจากปลายบทจารึก
ก๊อก
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
มันไม่ได้ดังจากประตูเพียงบานเดียว
แต่มาจากทุกสิ่งที่มีช่องว่างระหว่างกัน—รอยแตกบนพื้นหินขาว รอยต่อของหน้าหนังสือ ลมหายใจระหว่างชื่อหนึ่งกับอีกชื่อหนึ่ง และความเงียบระหว่างหัวใจที่ยังไม่ทันยอมรับการจากลา
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
เหนือหอคอยกลับหัว ประตูไร้ชื่อสั่นสะเทือน
แสงจากดาวแห่งผู้จดจำที่อยู่อีกฟากหนึ่งลอดผ่านรอยแยกเข้ามาเป็นลำสีขาวใส แต่มันไม่ได้อบอุ่นเหมือนเคย แสงนั้นถูกเส้นหมึกดำบาง ๆ พันรัดไว้ ราวกับมีใครกำลังเขียนคำบางคำทับบนท้องฟ้า
เอเลียนเงยหน้าขึ้นทันที
ใบหน้าของเด็กชายซีดเผือด เสื้อคลุมดำเงินที่เพิ่งก่อตัวรอบไหล่สะบัดไหวแม้ไม่มีลม
“เขากลับมาแล้ว” เขากระซิบ
อีรินขมวดคิ้ว “ใคร?”
เอเลียนถอยหลังหนึ่งก้าว
“ผู้ที่ให้หน้าที่ข้า” เขาตอบ “ผู้ที่บอกว่าข้าไม่มีความจำเป็นต้องมีชื่อ”
เสียงเคาะดังขึ้นเป็นครั้งที่สี่
ประตูไร้ชื่อเปิดกว้างกว่าเดิม
ในรอยแยกนั้น ไม่มีภาพของอัลเธีย
ไม่มีท้องฟ้า
ไม่มีดาวแห่งผู้จดจำ
มีเพียงห้องโถงสีขาวไร้ขอบเขต
กลางห้องมีชายคนหนึ่งยืนอยู่
เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ ริมแขนเสื้อและชายผ้าถูกปักด้วยเส้นอักษรสีทองนับไม่ถ้วน ผมของเขายาวสีเงินเหมือนหิมะในคืนไร้ดาว และในมือขวาถือปากกาขนนกสีดำสนิท
แต่สิ่งที่ทำให้อีรินรู้สึกหนาวเย็นที่สุด คือใบหน้าของชายคนนั้น
มันเรียบสงบ
งดงาม
และว่างเปล่าราวกับหน้ากระดาษที่ไม่เคยมีใครกล้าเขียนอะไรลงไป
“อาจารย์...” เอเลียนพูดเบา ๆ
ชายในประตูยิ้ม
“เจ้าจำข้าได้แล้วหรือ เด็กน้อย”
“ชื่อของเขาคือเอเลียน” ลิซาพูดขึ้น
เสียงของเด็กหญิงไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะตัดผ่านความเงียบ
ชายในเสื้อคลุมขาวหันมามองนาง
“ชื่อเป็นเพียงเครื่องมือของคนอ่อนแอ” เขากล่าว “มันทำให้พวกเขาเกาะติดกับสิ่งชั่วคราว”
ลิซากอดหนังสือโบราณแน่นขึ้น
“ไม่” นางตอบ “ชื่อทำให้เรารู้ว่าใครกำลังรอให้เรากลับไปหา”
แสงสีเงินจากหนังสือสว่างวาบ
ชายคนนั้นหรี่ตาลงเป็นครั้งแรก
อาลดริกก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ข้ารู้จักตราอักษรบนเสื้อคลุมนั่น” เขากล่าว “มันอยู่ในบันทึกที่เก่าที่สุดของผู้จารึก”
เอมอนพลิกบัญชีรายชื่ออย่างรวดเร็ว
หน้ากระดาษทุกหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว
ชื่อทั้งหมดค่อย ๆ จางลงทีละบรรทัด
“เขากำลังลบชื่อออกจากบันทึก!” เอมอนตะโกน
ชายในประตูยกปากกาขนนกขึ้น
“ข้าไม่ได้ลบ” เขาพูด “ข้ากำลังแก้ไข”
ปากกาดำขีดผ่านอากาศเพียงครั้งเดียว
ทันใดนั้น ประตูที่ลอยอยู่ทั่วนครแห่งความเป็นไปได้ก็หยุดนิ่ง รอยซ่อมแสงบนกรอบประตูแตกออกอีกครั้ง กลีบดอกไม้ดำเงินที่งอกขึ้นจากเศษกระจกของเอเลียนแห้งกรอบและกลายเป็นผง
เอเลียนทรุดลงกับพื้น
“อาจารย์... โปรดหยุด” เขาพูด
ชายคนนั้นมองเขาเหมือนมองรอยหมึกเปื้อนบนเอกสาร
“เจ้าถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้าความเป็นไปได้ ไม่ใช่เพื่อปล่อยให้มันมีชีวิต”
“ข้าไม่ได้สร้างมาเพื่ออยู่คนเดียว!” เอเลียนตะโกน
เสียงของเด็กชายสะท้อนก้องไปทั่วนคร
“ข้าไม่ใช่ภาชนะ ข้าไม่ใช่ประตู ข้าไม่ใช่ความผิดพลาดของท่าน!”
ความเงียบตกลงมาอีกครั้ง
แล้วชายในเสื้อคลุมขาวก็ถอนหายใจแผ่วเบา
“น่าเสียดาย” เขากล่าว “พวกเขาทำให้เจ้าเรียนรู้ความทุกข์ได้จริง ๆ”
เซเรนยกดาบเงินขึ้น
“บอกชื่อของเจ้า” นางสั่ง
ชายคนนั้นมองนาง ก่อนยิ้มบาง ๆ
“ชื่อของข้าไม่มีความหมายแล้ว”
“ทุกคนมีชื่อ” โนอาพูด
ชายในประตูก้มมองเด็กชายผมขาว
ดวงตาสีเทาอ่อนของเขาเย็นจนเหมือนน้ำแข็ง
“ครั้งหนึ่ง พวกเขาเรียกข้าว่า ซาเวเรียล”
ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ย ประตูทุกบานในนครก็สั่นสะเทือน
เอมอนสูดลมหายใจเฮือก เขารีบก้มลงอ่านหมึกที่กำลังปรากฏขึ้นบนหน้าสมุดด้วยมือสั่นเทา
“ซาเวเรียล...” เขาพึมพำ “มหาจารึกคนแรก ผู้วางรากฐานบทบัญญัติแห่งเส้นทางเดียว”
อาลดริกสีหน้าซีดลง
“เขาคือผู้ที่ปิดโลกแห่งความเป็นไปได้”
“ไม่” ซาเวเรียลแก้ “ข้าคือผู้ที่ช่วยโลกไว้”
เขาก้าวผ่านประตูออกมา
ทันทีที่รองเท้าของเขาแตะพื้นนครสีขาว แม่น้ำเงินก็ไหลย้อนอย่างรุนแรง หอคอยกลับหัวสั่นจนเศษหินตกลงจากฟ้า และดวงจันทร์ทั้งสองเริ่มหม่นแสง
“ก่อนที่ข้าจะสร้างบทบัญญัติ โลกไม่ได้มีเพียงความเป็นไปได้” ซาเวเรียลกล่าว “โลกมีความแตกสลาย”
เขาเลื่อนปากกาดำผ่านอากาศ ภาพขนาดใหญ่ปรากฏเหนือท้องฟ้า
อีรินเห็นโลกในอดีตไกลเกินกว่าจะจินตนาการได้
เมืองนับร้อยซ้อนทับกัน
ผู้คนหลายเวอร์ชันเดินผ่านกันโดยไม่รู้ว่าใครเป็นของโลกใด
ท้องฟ้าเปิดออกเป็นรอยแยก
แม่น้ำไหลไปคนละทิศ
เด็กคนหนึ่งเกิดในบ้านหลังเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนหายไปในวินาทีถัดมา
“ทุกการลังเลสร้างโลกใหม่” ซาเวเรียลกล่าว “ทุกความเสียใจเปิดประตูอีกบาน เมื่อมนุษย์เริ่มเห็นชีวิตที่ดีกว่าของตนเอง พวกเขาก็ทอดทิ้งชีวิตที่มีอยู่”
ภาพเปลี่ยนไป
ผู้คนเดินเข้าสู่ประตู
ปล่อยเมืองของตนว่างเปล่า
เด็กนับพันยืนเรียกหาพ่อแม่ที่เลือกโลกอื่น
และเหนือทุกสิ่ง มีความมืดกำลังกินเศษเสี้ยวของโลกที่ไม่เหลือผู้ใดจดจำ
“ข้าจึงเลือกเส้นทางเดียว” ซาเวเรียลกล่าว “โลกหนึ่ง ความจริงหนึ่ง อนาคตหนึ่ง”
“แล้วคนที่สูญเสียล่ะ?” ไลราถาม นางกำเรือไม้ของมีราแน่น “คนที่ไม่มีโอกาสเลือกอะไรเลย?”
“พวกเขาเจ็บปวด” ซาเวเรียลตอบอย่างสงบ “แต่โลกยังดำเนินต่อไป”
“เจ้าพูดเหมือนพวกเขาเป็นราคาที่จ่ายได้” วาเรคกล่าว
“ทุกสิ่งมีราคา ผู้บัญชาการ”
ซาเวเรียลหันมามองวาเรค
“เจ้าเข้าใจดีไม่ใช่หรือ? เจ้าสั่งคนของเจ้าเข้าสู่สนามรบ ทั้งที่รู้ว่าบางคนจะไม่กลับมา”
วาเรคหน้าตึง
แต่เขาไม่ลดดาบลง
“ข้าแบกชื่อของพวกเขาไว้” เขาตอบ “เจ้าไม่เคยทำเช่นนั้น”
แววตาของซาเวเรียลเย็นลงเล็กน้อย
“ข้าแบกโลกทั้งใบไว้”
“ไม่” อีรินกล่าว
ทุกคนหันมองเขา
อีรินก้าวออกจากขอบรอยแยก เขายังถือปากกาผลึกไว้ในมือ แสงน้ำเงินทองรอบปลายปากกากะพริบสู้กับหมึกดำที่ลอยอยู่ในอากาศ
“เจ้าขังโลกทั้งใบไว้ต่างหาก”
ซาเวเรียลยิ้มบาง
“เจ้ายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ ความหวังคือสิ่งที่อันตรายที่สุดเมื่อไร้ขอบเขต”
“ข้าเข้าใจว่าความหวังทำร้ายคนได้” อีรินตอบ “ข้าเห็นมันในประตูเหล่านั้น ข้าเกือบยอมทิ้งทุกอย่างเพราะอยากให้พ่อแม่กลับมา”
เขาหันมองเอเลียน
“แต่การปิดทุกประตู ไม่ได้ทำให้ความเสียใจหายไป มันแค่ทำให้ผู้คนต้องอยู่กับมันคนเดียว”
ลิซาก้าวมายืนข้างเขา
“แล้วบางครั้ง คนที่อยู่คนเดียวก็กลายเป็นสัตว์ประหลาด เพราะไม่มีใครถามชื่อเขา”
เอเลียนมองนาง น้ำตาสีเงินไหลลงมาอีกครั้ง
ซาเวเรียลขยับปากกาขนนก
“น่าเสียดาย” เขาพูด “ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะเลือกเป็นส่วนหนึ่งของบทจารึกใหม่”
หมึกดำจากปลายปากกาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
มันไม่ได้พุ่งโจมตีคนใดคนหนึ่ง
แต่มุ่งตรงไปยังประตูไร้ชื่อที่เชื่อมกับดาวแห่งผู้จดจำ
อีรินเงยหน้าขึ้นทันที
“เขาจะทำอะไร?” เซเรนถาม
เอมอนมองบัญชีรายชื่อที่กำลังไหม้เป็นเถ้าสีขาว
“เขาจะเขียนกฎเก่าอีกครั้ง” ชายชรากล่าว “เขาจะใช้ดาวแห่งผู้จดจำเป็นหมึก”
ซาเวเรียลยกแขนขึ้น
บนท้องฟ้าเหนือประตูไร้ชื่อ ตัวอักษรสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัว แม้ไม่มีผู้ใดอ่านมันออก แต่ทุกคนรู้ความหมายของมัน
ให้เหลือเพียงเส้นทางเดียว
ประตูทุกบานในนครเริ่มถูกแรงดึงมหาศาลลากเข้าหากัน
ประตูแห่งบ้านของอีริน
ประตูแห่งมีรา
ประตูแห่งอารินน์
ประตูของทหารที่ไม่เคยกลับบ้าน
ประตูของเด็กที่ไม่เคยได้เกิด
ทุกบานกำลังจะถูกกลืนเข้าไปในหมึกดำ
เอเลียนลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่น
“ถ้าท่านเขียนประโยคนั้นสำเร็จ” เขาพูด “ข้าจะกลับไปเป็นสิ่งที่ท่านสร้าง”
“ใช่” ซาเวเรียลตอบ “และเจ้าจะไม่เจ็บปวดอีก”
เอเลียนมองมือของตนเอง
จากนั้นเขาหันไปมองโนอา
มองลิซา
มองดอกไม้ดำเงินเล็ก ๆ ที่ยังเหลืออยู่ข้างรอยแยก
“ข้าเจ็บปวด” เขากล่าว “แต่ข้าก็ไม่อยากลืมว่าข้าเคยมีคนถามชื่อ”
เขายกมือขึ้น
เสื้อคลุมดำเงินของเขาแผ่ออกเป็นสายหมึกสีเงิน พุ่งเข้าสู่ประตูที่กำลังถูกกลืน
“เอเลียน!” อีรินตะโกน
เด็กชายหันมายิ้มให้
“ผู้เฝ้าทางเลือกต้องเริ่มทำหน้าที่ใหม่แล้ว”
สายหมึกเงินพุ่งกระทบหมึกดำของซาเวเรียล
ท้องฟ้าระเบิดแสง
ประตูไร้ชื่อสั่นสะเทือนรุนแรงจนรอยแยกเปิดกว้างขึ้น และภาพของอัลเธียก็ปรากฏชัดในอีกฟากหนึ่ง
แต่ภาพนั้นไม่ใช่เมืองสงบใต้ดาวแห่งผู้จดจำอีกแล้ว
ท้องฟ้าของโลกจริงเต็มไปด้วยประตูสีดำ
ผู้คนบนถนนกำลังหยุดยืนและมองพวกมัน
บางคนเอื้อมมือไปหาประตู
บางคนกำลังได้ยินเสียงคนรักที่จากไปเรียกชื่อ
และเหนือดาวแห่งผู้จดจำ หมึกดำของซาเวเรียลเริ่มเขียนบรรทัดแรกลงบนผิวผลึกใส
อีรินกำปากกาขนนกแน่น
เขารู้แล้วว่า พวกเขาไม่ได้มีเวลาปกป้องนครแห่งความเป็นไปได้อีกต่อไป
พวกเขาต้องกลับไปช่วยโลกที่กำลังลืมวิธีเลือก
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทเพลงสุดท้ายแห่งผลึกดารา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย