18 ก.ย. เวลา 02:09 • ธุรกิจ

2 เคล็ดลับ ควรรู้! How to หาสินค้าและบริการ!!

คนจะรวยทำอยู่ 2B
1. Be the first
2. Be better
.
1. Be the first ทำสิ่งนั้นเป็นคนแรก
.
ไม่ต้องบอกเลยว่า คนที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เป็นคนแรกจะรวยแค่ไหน
ผลิตไอโฟนคนแรก ผลิตเครื่องบินลำแรก
ขายรองเท้าคนแรกของประเทศ
ขายหมูกระทะคนแรกของโลก
ถ้าคุณเป็นคนแรกยังไงก็รวย
.
2. Be better ถ้าคุณเป็นคนแรกไม่ได้
คุณต้องทำให้ดีกว่าคนก่อน
.
Facebook ไม่ได้เป็นคนแรก
ที่ทำ Social Platform
แต่เค้าทำได้ดีกว่า Platform อื่นๆ
เช่นดีกว่า Hi5 และ Myspace ของ Msn
.
และไม่ได้ดีกว่าแค่ช่วงเวลาหนึ่ง
แต่ดีกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา
และมีการพัฒนาตนเองตลอด
เพื่อไม่ให้คู่แข่งไล่ทัน ซึ่งตอนนี้ Tiktok
ก็เริ่มทำได้ดีกว่า Facebook แล้ว
.
มาดูชีวิตจริงบ้านเราบ้าง
เช่น มีคนขายผัดไทอยู่แล้ว
แต่ถ้าคุณทำได้ดีกว่า อร่อยกว่า
สะอาดกว่า บริการดีกว่า
คุณก็สามารถรวยได้
.
แต่หากคุณสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง
คือ Be the first และ Be better
รอเป็นมหาเศรษฐีเช่นเดียวกับ
บริษัท iPhone apple ได้เลยครับ
.
แต่ไม่มีมหาเศรษฐีคนไหน
ร่ำรวยมาจากการทำธุรกิจที่เป็น
Be cheaper คือการขายถูกกว่า
.
ส่วนใหญ่จะยอมขายขาดทุนช่วงแรก
เพื่อเอารีวิวเท่านั้นหรือเป็นทุนจีนสีเทา
ที่ขายขาดทุน เพื่อฟอกเงินสีเทาให้เป็นสีขาว
.
โดยเฉพาะใน Market Place
เช่น Shopee Lazada
.
ผมแนะนำให้เราทำถูกกฎหมาย
เพราะจะสบายใจกว่า
อย่าไปแข่งราคากับเขาครับ
เพราะยังไงเราก็แพ้
.
คนที่กำลังจะเริ่มขายของออนไลน์
กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะเริ่มที่คำถามนี้
.
และติดอยู่ที่คำถามนี้ จนบางครั้ง
ไม่ได้ขาย ไม่ได้เริ่มสักที ก็เพราะคำถามนี้
คำถามนี้ก็คือ ??? ขายอะไรดี ???
.
วันนี้มาเจาะลึกเรื่องการหาสินค้ากันครับ
ตลาดของสินค้าถูกแบ่งเป็น 2 ตลาดหลักๆ
1.สินค้าตลาดหลัก (Mass Market)
2.สินค้าตลาดรอง (Niche Market)
.
ถ้าคุณอยากขายของออนไลน์
คุณต้องเลือก สินค้าจาก
ตลาดรองเท่านั้น !
(Niche Market)
ย้ำอีกครั้งครับ
.
ตลาดรองเท่านั้น!
สินค้าตลาดหลัก
และสินค้าตลาดรองคืออะไร?
.
ตลาดหลักคือสินค้า
ที่มีมานานแล้ว 20-30 ปีขึ้นไป
ตลาดรอง คือสินค้า
ที่มีมาประมาณ 5-10 ปี
บางคนเรียก ตลาดเฉพาะกลุ่ม
.
แบบฝึกหัดง่ายๆ สำหรับ
การหาสินค้าตลาดรองก็คือการนำชื่อ
สินค้าจากตลาดหลัก มา เติมคำต่อท้าย
.
ตัวอย่าง เช่น
สินค้าตลาดหลัก = กางเกงใน
สินค้าตลาดรอง = กางเกงใน…
.
ได้แก่อะไรบ้าง?
กางเกงใน…เกย์…
กางเกงใน…ไร้ขอบ…
กางเกงใน…มือสอง…
เป็นต้น
.
เพราะอะไร?? ทำไมเราถึงต้องเลือก
สินค้าจากตลาดรองเท่านั้น
เพราะถ้าเราขายสินค้าตลาดหลัก
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องมาซื้อออนไลน์
เค้าไปซื้อที่ไหนก็ได้
.
กางเกงใน ที่ไหนก็มีขาย
ตลาดนัดก็มี ห้างก็มี
เค้าไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่เรา
ทำให้สินค้าตลาดหลักขายไม่ดี
และเราต้องแข่งกับเจ้าใหญ่ๆ อีกด้วย
.
แต่ถ้าเราขายเกงในเกย์
แน่นอน หาซื้อไม่ได้ทั่วไป
ถ้าเราอยากซื้อแทบจะเป็น
ตัวเลือกเดียวคือ การซื้อออนไลน์
.
[แค่ยกตัวอย่างนะครับ
ผมไม่เคยซื้อ ไม่เคยใส่
และผมไม่ใช่เกย์ครับ]
.
ขอยกตัวอย่างที่ชัดเจนอีก 1 ตัวอย่าง
คือ กิมจิ สินค้าของผมเอง
กิมจิ (ผักกาดขาว) = สินค้าตลาดหลัก
เพราะใครๆ ก็ขาย จะซื้อที่ไหนก็ได้
ทำให้ผมเลือกที่จะขายสินค้าตลาดรอง
.
ได้แก่
กิมจิ เห็ดเข็มทอง
กิมจิ มะละกอ
กิมจิ ต้นหอม
กิมจิ สูตรคีโต
และอื่นๆ อีกมากมาย
.
ไม่อยากพิมพ์เยอะ
เดี๋ยวหาว่าโฆษณาอีก (เนียนม่ะ?)
.
ถ้าคุณอยากกิน กิมจิเห็ดเข็มทอง
หรือ กิมจิต้นหอม แน่นอน!
ถ้าคุณไปหาซื้อในห้าง
.
ไม่มีขายให้คุณหรอก
คุณก็ต้องมาซื้อที่ผม
มิสเตอร์เค กิมจิ
.
นี้แหละคือเคล็ดลับที่ทำให้
สินค้าที่ผมขายส่วนใหญ่ work
เพราะผมคิดวิเคราะห์
ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้าแล้ว
.
แล้วสินค้าที่คุณกำลังขาย
หรืออยากจะขายเป็นสินค้าตลาดไหน?
.
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากแบบฝึกหัด
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะฝึก
วิเคราะห์สินค้าไว้ให้เพื่อนๆหัดทำกันครับ
.
โดยผมจะพิมพ์สินค้า
จากตลาดหลักส่วนเพื่อนๆ
พิมพ์ชื่อสินค้าจากตลาดรองครับ
.
1.หมอน 2.ตู้เย็น 3.พัดลม
4.แอร์ 5.รองเท้า 6.เสื้อผ้า
7.กิมจิ 8.ครีม 9.เก้าอี้ 10.โต๊ะ
.
ยิ่งฝึก เราจะยิ่งเก่ง
ถ้าฝึกกับแบบฝึกหัดแล้ว
ไปฝึกกับของรอบๆ ตัวบ่อยๆนะครับ
.
หากคุณเห็นว่าโพสนี้เป็นประโยชน์
ฝากแชร์และคอมเมนต์ “ขอบคุณ”
เพื่อเป็นกำลังใจให้ผม
ในการเขียนโพสครั้งถัดไป
ขอบคุณมากครับ
.
9K
โฆษณา