8 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

[Vision Exclusive] TKT รับโอกาสอีวีหนุน มุ่งลดต้นทุน รักษากำไร

หุ้นวิชั่น - TKT มองมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้า EV เป็นโอกาสหนุนการใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ ส่งผลดีต่อธุรกิจพลาสติกและแม่พิมพ์ ขณะที่พอร์ต EV ปัจจุบันยังอยู่ช่วงเริ่มต้นราว 1% ของรายได้รวม พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิมและเดินหน้ารับโมเดลใหม่ ด้านรายได้ปีนี้คาดใกล้เคียงปีก่อน เร่งบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รับมืออุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัว
นายวรพงษ์ โพนเมืองหล้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า บริษัทฯ มองแนวทางการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ จะสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์ภายในประเทศ เนื่องจากค่ายรถยนต์อาจเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อและจ้างผลิตชิ้นส่วนจากผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น จากเดิมที่มีการนำเข้าชิ้นส่วนบางรายการเข้ามาประกอบในไทย
ปัจจัยดังกล่าวจึงถือเป็นโอกาสในการเพิ่มคำสั่งซื้อ (Order) ให้แก่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ รวมถึง TKT ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
*พอร์ต EV ยังอยู่ช่วงเริ่มต้น
ปัจจุบัน TKT มีสัดส่วนรายได้จากชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประมาณ 1% ของรายได้รวม โดยบริษัทรับงานในฐานะ Tier 2 ผ่านผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier 1 ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์กับค่ายรถยนต์ EV แบรนด์จีน และปัจจุบันมีการส่งมอบชิ้นส่วนให้กับค่ายรถ EV จีนประมาณ 1-2 ราย
ทั้งนี้มองโอกาสจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน แม้จะเป็นตลาดที่มีศักยภาพจากการเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย แต่ยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ผลิตรถ EV จีนมีโครงสร้างต้นทุนที่สามารถแข่งขันด้านราคาได้สูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานต้องเร่งบริหารต้นทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ขณะเดียวกันค่ายรถ EV ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยบางรายแม้จะวางเป้าหมายการผลิตในระดับสูง แต่ยอดจดทะเบียนรถ EV ในประเทศที่เกิดขึ้นจริงยังอยู่ในระดับประมาณ 40,000-50,000 คัน ส่งผลให้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนในตลาด EV ยังเติบโตไม่สูงเท่ากับเป้าหมายการผลิตที่ผู้ผลิตรถยนต์วางไว้
อย่างไรก็ตาม TKT ยังคงมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิม ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) และ EV ด้วยการให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า การส่งมอบตรงเวลา และการให้บริการลูกค้า พร้อมเปิดรับโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต
*รายได้ปีนี้ทรงตัว รับอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอ
บริษัทฯ คาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปี แม้ยังคงเผชิญกับภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากภาพสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 จากเดิม 1.5 ล้านคัน เหลือประมาณ 1.45 ล้านคัน ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศถูกปรับลดจากเป้าหมายเดิม 500,000 คัน เหลือประมาณ 400,000-450,000 คัน
พร้อมกันนี้ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก สี และสารเคมี TKT จึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการปัจจัยภายในที่สามารถควบคุมได้ โดยให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
แนวทางสำคัญประกอบด้วย
บริหารต้นทุนวัตถุดิบและผลักดัน Cost Recovery บริษัทเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้าในรายการที่สามารถดำเนินการได้ตามโครงสร้างต้นทุน หรือ Cost Plus ขณะที่รายการที่ไม่สามารถปรับราคาได้ จะพิจารณาหาซัพพลายเออร์รายใหม่ รวมถึงวัตถุดิบทางเลือกที่มีต้นทุนเหมาะสม เพื่อช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
ควบคุม Standard Cost อย่างละเอียด TKT ให้ความสำคัญกับการบริหารโครงสร้างต้นทุน โดยเฉพาะปริมาณการใช้วัตถุดิบและวัสดุต่อชิ้นงาน เพื่อให้ต้นทุนการผลิตมีความสอดคล้องกับราคาขายและคำสั่งซื้อที่ได้รับ
เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรและลดของเสีย บริษัทเดินหน้าลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร พร้อมควบคุมและลดอัตราของเสียในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วย
พัฒนาศักยภาพบุคลากร ในช่วงที่คำสั่งซื้อและยอดขายชะลอตัว บริษัทใช้โอกาสดังกล่าวในการจัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงาน ทั้งด้านการแก้ไขปัญหาภายในกระบวนการผลิต ตลอดจนการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision
โฆษณา