Live Larger in a Work of Art in Ari..."ศิลปะไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเชยชมบนผืนผ้าใบ หรือเพียงแค่จัดแสดงในมิวเซียม แต่มันคือสุนทรียภาพที่สามารถสอดแทรกอยู่ในทุกลมหายใจของการใช้ชีวิต" คำกล่าวนี้คงไม่เกินจริงนัก หากเรากำลังพูดถึงการได้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่หลอมรวมสถาปัตยกรรมเข้ากับจิตวิญญาณของย่านเก่าแก่อย่าง "อารีย์"
ย่านที่อบอวลไปด้วย Heritage Vibe อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งความสงบร่มรื่น รสนิยมที่ประณีต และวิถีชีวิตคนเมืองที่เรียบง่าย การได้ใช้ชีวิตในบริบท "Live Larger in a Work of Art in Ari" จึงไม่ใช่แค่การมีที่พักอาศัย แต่คือการได้เสพงานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมโอบกอดเราไว้ในทุกๆ วัน เป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและเติมเต็มความหมายของคำว่า 'บ้าน' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ย้อนกลับไปเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว โครงการ Via Ari (เวีย อารีย์) ได้สร้างปรากฏการณ์ระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์ จนเรียกได้ว่าเป็นคอนโดเปิดใหม่ที่มีกระแสแรงที่สุดแห่งปี ภาพของผู้คนที่ไปตั้งตารอคิวจองข้ามวันข้ามคืนในงาน Museum of YOU เพื่อแย่งชิงสิทธิ์ครอบครองห้องขนาดใหญ่แบบ Pets Allowed ใจกลางอารีย์
ถือเป็นภาพที่สวนกระแสตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงวิกฤตโรคระบาดอย่างสิ้นเชิง เพราะในห้วงเวลานั้น ผู้ซื้อกลุ่ม Real Demand ส่วนใหญ่มักเทใจให้กับการซื้อบ้านแนวราบที่พร้อมอยู่มากกว่า แต่ผลลัพธ์ที่ Via Ari กวาดยอดขายไปได้กว่า 60% คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อประสบการณ์การพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ของแสนสิริ ที่โดดเด่นทั้งงานดีไซน์และมาตรฐานการดูแลหลังการขาย
ปฐมบทแห่ง Via สู่การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ ส่งมอบ 3 โครงการพร้อมอยู่ในปีเดียว!
แบรนด์ Via (เวีย) คือหนึ่งในความภาคภูมิใจของแสนสิริ ในฐานะแบรนด์ลักซ์ชัวรี่คอนโดมิเนียมที่เริ่มสร้างปรากฏการณ์มาตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน นำร่องด้วยโครงการ Via 49 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอคอนโด Low Rise ในซีรีส์ Aesthetic Collection งานออกแบบทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิด LIVE IN A WORK OF ART
โดยแสนสิริตั้งใจปั้นให้ Via เป็นคอนโดที่มอบความรู้สึกอบอุ่นเสมือนอยู่บ้านแนวราบ ทุกรายละเอียดถูกคราฟต์ขึ้นอย่างละเมียดละไมผ่านแรงบันดาลใจจากงานศิลปะ มีการแทรกซึมบริบทของธรรมชาติเข้าไปในทุกอณู ตั้งแต่งานแลนด์สเคปที่เน้นต้นไม้ใหญ่ การออกแบบ Facade ที่ใช้ความอสมมาตรผสานกับวัสดุโทนสีธรรมชาติอย่างไม้และหิน
ไปจนถึงการใช้หน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดฝ้าเพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านความสูงของคอนโด Low Rise ความพิเศษของ Via ในยุคแรก คือการวางตำแหน่งสระว่ายน้ำและพื้นที่ส่วนกลางไว้ชั้นล่าง เพื่อมอบประสบการณ์ดั่งการพักผ่อนใน "บ้านพักตากอากาศ" ผลลัพธ์คือคอนโดทั้ง 3 โครงการแรกอย่าง Via 49, Via Botani และ Via 31 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนกลายเป็น Top of Mind ในฐานะคอนโด Low Rise ที่น่าอยู่ที่สุดในย่าน Mid Sukhumvit ณ เวลานั้น
จนถึงเมื่อ 3 ปีก่อน แสนสิริได้ปลุกปั้นแบรนด์ Via ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง เริ่มต้นด้วย Via Ari ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมสู่รูปแบบคอนโด High Rise เป็นครั้งแรก ตามมาด้วยโครงการ Via 61 และล่าสุดคือ Via 34 ซึ่งความน่าตื่นเต้นคือทั้ง 3 โครงการนี้ล้วนสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ในปีนี้ทั้งหมด
ส่งผลให้ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ Via มีรวมกันถึง 6 โครงการ มูลค่ารวมเฉียด 10,000 ล้านบาท การที่ซีรีส์ใหม่ทั้ง 3 โครงการเผยโฉมพร้อมกันในปีนี้ จึงนับเป็นการตอกย้ำการกลับมาทวงบัลลังก์ของแบรนด์ Via ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
โดยนำทั้ง Element , Space , Greenery , Form , Mood & Material เพื่อให้เกิดสถาปัตยกรรมแบบที่เคารพอดีต แต่ก็ยังโอบกอดปัจจุบันเอาไว้ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาแบรนด์ Via ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในย่านชุมชน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และ “VIA ARI” ยังทำหน้าที่เป็น "Live in a Work of Art" ที่คุณจะได้สัมผัสความงามของการใช้ชีวิตบนย่านที่อบอวลไปด้วยวิถีชีวิตคนเมืองที่เรียบง่าย ประณีต
ในฝั่งของพื้นที่ส่วนกลาง แสนสิริยังคงจัดเต็มด้วยความหรูหราเหนือระดับ นอกเหนือจากสวนร่มรื่นที่ชั้น G และ Lobby ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยหินอ่อน BLUE VELVET ส่งตรงจากอิตาลีพร้อมเฟอร์นิเจอร์นำเข้าทั้งหมด อาทิ
โซฟาที่เป็นไอคอนิกออกแบบตั้งแต่ปี 1970 จาก de Sede ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, อาร์มแชร์ผลงานชิ้นแรกที่ Antonio Citterio ออกแบบให้กับแบรนด์ Cassina และ PH Artichoke โคมไฟยุค Midcentury ระดับตำนานที่ทำมือในทุกขั้นตอน พื้นที่ส่วนกลางหลักยังถูกยกระดับขึ้นไปไว้บนชั้น 21, 22, 23 และ Rooftop เพื่อให้ลูกบ้านได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของกรุงเทพฯได้อย่างไร้ขีดจำกัด
โดยชั้น 23 จะเป็น The Sky Lounge ห้องรับรองพร้อมโต๊ะพูลจากแบรนด์ Teckell ที่มีเพียง 2 ตัวในประเทศไทยเปรียบเสมือนของสะสมที่หายาก, The Dining สำหรับการจัด Private Party, The Gym และ The Body Studio ที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Technogym
และอุปกรณ์ Red Light Therapy รับเทรนด์ Longevity สำหรับคนรุ่นใหม่, สระว่ายน้ำระบบ Ozone ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวกับพื้นที่ Pool Party เหมือนได้อยู่ท่ามกลาง Beach Club ใจกลางอารีย์ และยังมีพื้นที่สีเขียวสำหรับผ่อนคลายบน Rooftop อย่าง The Sunset Lounge สำหรับลูกบ้านและสัตว์เลี้ยงแสนรักอีกด้วย
และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ตอกย้ำจุดแข็งของแสนสิริในการมอบการดูแลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คือการยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้เหนือไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘À La Carte Service’ และ ‘Neighbourhood Notes’ เป็นครั้งแรก
ท้ายที่สุดนี้ Via Ari จึงไม่ใช่เพียงแค่โครงการคอนโดมิเนียมหรู แต่คือการสร้างสรรค์ศิลปะแห่งการอยู่อาศัย ที่พร้อมเชิญชวนให้เราก้าวเข้ามาใช้ชีวิตท่ามกลางงานศิลป์ชิ้นเอกใจกลางอารีย์ ในแบบที่ยากจะหาได้จากคอนโดอื่นครับ