18 ก.ย. เวลา 12:00 • การศึกษา

เปลี่ยนโจทย์สุขภาพและการศึกษา สู่การแก้ปัญหาด้วย AI ผ่านความร่วมมือจาก OpenAI x MHESI AI Accelerator

🤖 จากเดิมที่ AI อาจเป็นเพียงเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก แต่วันนี้เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา
การใช้งาน AI ของคนไทยในปัจจุบันมีตั้งแต่การแก้ปัญหาเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงการพัฒนาแนวคิดและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ภาพนี้สะท้อนชัดผ่านรายงาน Thai Consumer AI Adoption 2026 ของ SCBX ที่ระบุว่าคนไทยกว่า 80% รู้จักและเคยใช้งาน AI ในเรื่องต่างๆ โดยจุดที่น่าสนใจของข้อมูลคือในขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มคนประมาณ 5% ที่นำ AI มาใช้งานในฐานะ “เพื่อนคู่คิด” โดยการดึงศักยภาพของเทคโนโลยีมาช่วยวางแผน วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพในการตัดสินใจไปพร้อมกับตนเอง
🧩 เมื่อมองในระดับประเทศ การสร้างขีดความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดจึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศนวัตกรรมไทย โดย NIA ทำหน้าที่เป็น Focal Conductor ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยมองว่า AI เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับการประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตร สุขภาพ พลังงาน ไปจนถึงธุรกิจสร้างสรรค์
ทั้งนี้ การพัฒนา AI สำหรับประเทศไทยนั้น อาจไม่จำเป็นต้องสร้างเองทุกอย่าง เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงต้องอาศัยความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังประมวลผลข้อมูล บุคลากร และองค์ความรู้จำนวนมาก เพื่อนำความรู้ความเชี่ยวชาญ มาผสานกับความเข้าใจในบริบทและโจทย์เฉพาะของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็ว “ความร่วมมือ” จึงมีบทบาทสำคัญ
🤝 ภาพของแนวทางนี้เริ่มเห็นชัดขึ้นผ่านโครงการ “OpenAI x MHESI AI Accelerator” ความร่วมมือระหว่าง OpenAI และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสนับสนุนสตาร์ตอัปไทยในการเปลี่ยนต้นแบบนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้ โดยมี NIA มหาวิทยาลัยมหิดล และ Techsauce ร่วมดำเนินงานคัดเลือกสตาร์ตอัปไทย 10 ราย จาก 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ Health & Wellness และ Education เข้าสู่ Accelerator เป็นเวลา 8 สัปดาห์
บทบาทสำคัญของ NIA ในความร่วมมือครั้งนี้ คือการคัดเลือกและเสนอชื่อ (Nominate) สตาร์ตอัปไทยที่มีศักยภาพเข้าสู่โครงการ พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงกับนักลงทุนและพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยจากสตาร์ตอัปทั้ง 10 ราย เป็นผู้ประกอบในมี 3 ธุรกิจจากเครือข่ายของ NIA 3 ราย ซึ่งอยู่ ในกลุ่มนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ได้แก่ EasyKids Robotics, Floaino และ Globish ที่ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ ก่อนนำศักยภาพของแต่ละธุรกิจมาต่อยอดผ่านเทคโนโลยี AI
• EasyKids Robotics
ผู้ให้บริการด้านการเรียนรู้ Coding และ Robotics สำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อถ่ายทอดความรู้ และส่งเสริมให้เด็กสร้างหุ่นยนต์ นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ตามความสนใจ โดยมีหลักสูตรตั้งแต่การเขียนโปรแกรม ไปจนถึงการทำ Project และ STEAM เพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี และการคิดอย่างสร้างสรรค์
• Globish
แพลตฟอร์ม EdTech ด้านการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการสื่อสาร โดยมีทั้งคลาสตัวต่อตัวกับโค้ชชาวต่างชาติ พร้อมหลักสูตรที่หลากหลายตั้งแต่การใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อการทำงาน เช่น Business English และ English for Tech Talents
• Floaino
แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้าน AI, IoT และ Physical AI ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น ผู้เรียนสามารถวางคำสั่งและทดลองสร้างโปรเจกต์ของตัวเอง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้งานผ่านอินเทอร์เฟซแบบลากวาง พร้อมเชื่อมต่อกับไมโครคอนโทรลเลอร์สากล จึงช่วยประหยัดต้นทุนในการพัฒนาสำหรับผู้เรียน
⚙️แต่การได้เข้าร่วม Accelerator ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำ AI เข้ามาใช้ในผลิตภัณฑ์ เพราะตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ แต่ละทีมจะได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหลายมิติ ตั้งแต่ Product Design, Engineering, Testing, Evaluation, Responsible AI, Privacy & Security ไปจนถึง Growth และ Fundraising พร้อมได้รับเครดิตสำหรับการใช้งาน OpenAI และการเข้าถึงโมเดล AI รุ่นล่าสุด
หัวใจสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมจึงอยู่ที่การทำสร้างผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานและสร้างคุณค่าจริง เพราะผลลัพธ์ของโครงการ ไม่ได้มองว่าแต่ละทีมสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้มากน้อยแค่ไหน แต่ต้องมีหลักฐานจากผู้ใช้ ผลการประเมิน และแผนการขยายผลต่อไป ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของ Accelerator ที่ต้องการพาสตาร์ตอัปก้าวกระโดดจากการมี Prototype ไปสู่ Implementation
🌏 ปลายทางของกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นใน Demo Day วันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ที่สตาร์ตอัปทั้ง 10 รายจะต้องนำเสนอผลลัพธ์จากการใช้งานต่อนักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงเรียน และพันธมิตรที่สามารถช่วยต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่การใช้งานต่อเนื่อง
NIA จึงชวนติดตามต่อไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าว่า ทั้ง 10 ทีมสตาร์ตอัปจะสามารถเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จริงได้อย่างไร และจะมีนวัตกรรมรูปแบบไหน ที่สามารถก้าวต่อจากการทดลองไปสู่การใช้งาน พร้อมสำหรับการนำมาใช้ขยายผลแก้ไขปัญหาระดับประเทศ
โฆษณา