Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
บริษัทก่อตั้งยุค ร.4 ที่รวยเงียบ อยู่เบื้องหลังจอ Samsung และ Apple
สงครามระหว่างสาวก Apple และ Samsung มีมาตลอด แม้แต่การเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้ครั้งแรกของ Apple ที่ Samsung ทำได้มานานแล้ว
แต่รู้ไหมว่า ไม่ว่าจะเป็นจอ Samsung หรือ Apple ก็มีบริษัทหนึ่งที่ก่อตั้งสมัย ร.4 กำลังรวยเงียบ ๆ เพราะอยู่เบื้องหลังสงครามนี้
บริษัทที่ว่านี้คือใคร ทำไมถึงรวยเงียบจากหลังจอของทั้งคู่ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2394 แผ่นดินประเทศไทยเพิ่งเข้าสู่รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งหลังจากนั้นอีก 4 ปีถัดมา เรามีการลงนามสนธิสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ
ปีนั้นในอีกซีกโลก อย่างสหรัฐอเมริกา ประเทศที่เพิ่งก่อตั้งมาได้เพียง 75 ปี
Amory Houghton พ่อค้าชาวอเมริกันลงทุนในโรงงาน Bay State Glass Company ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกระจกในรัฐแมสซาชูเซตส์
ก่อนที่ต่อมาจะเข้าซื้อธุรกิจโรงหล่อแก้ว Brooklyn Flint Glass Company ในรัฐนิวยอร์ก และย้ายโรงงานไปยังเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกที่ชื่อว่า Corning
Corning จึงเป็นทั้งชื่อเมืองและชื่อของบริษัทจนถึงปัจจุบัน
แรกเริ่มเดิมที Corning เป็นบริษัทเล็ก ๆ ทั่วไปที่แสนธรรมดา จนกระทั่งชายที่ชื่อว่า Thomas Alva Edison มาพลิกอนาคตบริษัทเล็ก ๆ ให้เปลี่ยนไปตลอดกาล
ชายคนนี้เราคงรู้จักกันอย่างดี เขาคือคนที่ค้นหาวัสดุไส้หลอดไฟที่ทำให้ใช้งานได้หลายหมื่นชั่วโมง จนค้นพบไส้คาร์บอนและนำมันมาสร้างหลอดไฟ
แต่หลอดไฟไส้คาร์บอนก็ต้องมีฝาครอบ และคนที่ทำฝาครอบให้หลอดไฟของ Edison ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบริษัท Corning นั่นเอง
นับจากวันนั้น Corning เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ในการผลิตแก้วและกระจกอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นมาตรฐานให้กับหลาย ๆ วงการทั่วโลก
วัสดุแก้วทนความร้อน หรือ Pyrex กลายเป็นมาตรฐานของห้องแล็บและเครื่องครัวทั่วโลก
ตัวกรองเซรามิกดักจับมลพิษจากไอเสียรถยนต์ ที่กลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
นอกจากการสร้างสินค้าที่เป็นมาตรฐานของวงการทั่วโลกแล้ว Corning ยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่เปลี่ยนโลก ไม่แพ้ Apple ที่ออกผลิตภัณฑ์อย่าง iPhone เลยแม้แต่น้อย
สิ่งนั้นคือ เส้นใยแก้วนำแสง ที่กลายเป็นรากฐานให้กับอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรคมนาคมทั้งหมด
1
Corning ทำให้โลกทั้งใบที่กว้างใหญ่ไพศาล หดเล็กลงภายในไม่กี่วินาที ด้วยการสื่อสารจากเส้นใยแก้วนำแสงให้กับคนห่างไกลแม้จะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม
และแม้ไม่ได้เป็นคนสร้างความยิ่งใหญ่หรือเปลี่ยนโลกโดยตรง แต่ Corning ยังอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติสมาร์ตโฟนของ Apple อย่าง iPhone ในปี พ.ศ. 2550 ด้วย
ในวันที่ Steve Jobs พัฒนา iPhone รุ่นแรก หลังจากที่เขาเอามันเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ เขากลับพบว่า หน้าจอมันกลับเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน
Steve Jobs รีบไปบอกทีมงานให้พัฒนากระจกใหม่ แต่ทีมงานกลับตอบว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ปี ซึ่งไม่ทันการเปิดตัวของ iPhone รุ่นแรกแน่ ๆ
Corning เลยได้รับการติดต่อจาก Steve Jobs เพื่อให้ผลิตกระจกใหม่ให้ กลายเป็นที่มาของ Gorilla Glass กระจกแข็งแกร่งที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้
Corning ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอีกหนึ่งวงการ เพราะมันกลายเป็นมาตรฐานของสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากหลายสิบแบรนด์ทั่วโลก
ซึ่งปัจจุบัน นอกจาก Corning จะผลิตกระจกนี้ให้กับ Apple แล้ว แม้แต่ Samsung ก็ยังเป็นหนึ่งในลูกค้าของบริษัทอีกด้วย
เรียกได้ว่า ภายใต้สงครามการแข่งขันระหว่าง Apple และ Samsung บริษัทนี้กลายเป็นผู้ที่รวยเงียบ ๆ ท่ามกลางการแข่งขันของทั้งสองแบรนด์นี้
ถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่า Corning คงรวยจากรายได้ขายแก้วและกระจกให้กับแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
แต่เรื่องจริงคือ ไม่ใช่เลย เพราะสิ่งที่ทำให้บริษัทนี้กำลังรวยขึ้น มาจาก AI ต่างหาก
สิ่งที่ Corning มี และโลก AI ต้องการ นั่นก็คือ ใยแก้วนำแสง ที่ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลใน Data Center
นอกจากใยแก้วนำแสงแล้ว ความรู้เรื่องแก้วและกระจกที่บริษัทมีมานานหลายร้อยปี ก็เป็นประโยชน์กับโลก AI ด้วย
ตัวอย่างเช่น GlassBridge ตัวเชื่อมที่ทำให้แสงจากเส้นใยแก้วนำแสงวิ่งเข้าหาชิปโดยตรง แทนที่จะต้องแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าเข้าสู่ชิปอีกทอดหนึ่ง
การทำแบบนี้ ทำให้ระบบทำงานได้ไวขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับการส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงความร้อนที่น้อยลง เพราะไม่ต้องแปลงสัญญาณข้อมูลกลับไปกลับมา
ซึ่งถ้าให้ลองนึกภาพง่าย ๆ มันก็คงเหมือนเราสร้างทางด่วนพิเศษแบบมีช่องทาง Easy Pass ที่ทำให้รถสามารถวิ่งผ่านไปได้เลย แทนที่จะต้องหยุดรถก่อน
แม้การจราจรอาจติดขัดบ้างหากรถเยอะ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการทำช่องทางจ่ายปกติ ที่ทำให้การจราจรอาจติดขัดมากกว่าเดิมแทน
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของบริษัทที่รวยเงียบหลังหน้าจอ Samsung และ Apple ท่ามกลางสงครามการแข่งขันระหว่างสองแบรนด์นี้
และยังอยู่เบื้องหลังของโลก AI ที่กำลังเติบโตขึ้น
จากความรู้เรื่องแก้วและกระจกของตัวเอง ที่สามารถนำไปต่อยอดกับการรับส่งข้อมูลในวงการนี้
ซึ่งจะว่าไป จริง ๆ แล้ว Corning ก็ให้บทเรียนธุรกิจที่ล้ำค่าว่า บริษัทหนึ่งอาจไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงโด่งดัง หรือมีแสงสปอตไลต์จากสังคมที่ส่องมาถึง
เราไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกหรือนางเอกในโลกธุรกิจ
แต่สามารถเป็นตัวประกอบ ที่พระเอกหรือนางเอกในโลกธุรกิจขาดไม่ได้
เหมือนอย่างที่ Corning อยู่เบื้องหลังตัวเอกในวงการ
สมาร์ตโฟนอย่าง Apple หรือ Samsung โดยที่คนทั่วไป ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีบริษัทนี้อยู่บนโลก..
สำหรับคนที่สนใจ Corning ตอนนี้มีกองทุนไทยที่ลงทุนใน Photonics หรือเทคโนโลยีการใช้แสง ใครสนใจดูได้ด้านล่าง
กองทุน PHOTONICS แรกในไทย มาแล้วที่ WealthX
ดาวน์โหลดแอปได้ที่
wealthx.co/getapp
✅กองทุนแรกในไทย ลงทุนธีมโฟโทนิกส์
✅ผู้นำเทคโนโลยีแสงขั้นสูง EUV และโฟโทนิกส์
✅แก้คอขวด การส่งข้อมูลในชิป เติบโตอีกทศวรรษ
✅อยู่ในซีรีส์ X ค่าจัดการต่ำ ซื้อได้ที่ WealthX
✅ยกเว้นภาษี Capital Gain สูงสุด 35%
✅ไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
✅ซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ลด 20% ค่าธรรมเนียมซื้อ (12 มิ.ย. - 30 ก.ย. 69)
วันนี้อุตสาหกรรมชิปกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยน
เมื่อสายไฟทองแดงแบบเดิมเริ่มส่งข้อมูลไม่ทัน
นวัตกรรมโฟโทนิกส์จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้..
โอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมชิปในทศวรรษหน้า
จึงอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครออกแบบชิปได้เก่งกว่ากัน
แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถควบคุมโฟโทนิกส์ได้ก่อน
LHPHOTONICS กองทุนแรกในไทยที่ลงทุนใน EUV ETF ที่ลงทุนผู้นำเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ (Photonics) ระดับโลก และผู้นำการผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยีแสงขั้นสูง (EUV)
ถือหุ้นผู้ชนะที่เป็นกระดูกสันหลังของวงการเทคโนโลยีด้านแสงเพียงไม่กี่บริษัทของโลกนี้ผ่านกองทุนค่าจัดการต่ำซีรีส์ X ใน WealthX
ไฮไลต์สำคัญของกองทุนนี้ คือการเทน้ำหนัก ไปที่บริษัทที่เป็นผู้ผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดในห่วงโซ่อุปทาน
โดยเฉพาะบริษัทกลุ่มโฟโทนิกส์ที่เป็นหัวใจของการเชื่อมต่อ AI
หากเราลองมาดูหน้าหุ้นจะพบกับบริษัทระดับโลก เริ่มจาก
-Marvell Technology ผู้สร้างชิปซิลิคอนโฟโทนิกส์ที่เป็นหัวใจสำคัญในการรับส่งข้อมูล
-Lumentum Holdings ผู้เชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนออปติคอล อยู่เบื้องหลังการผลิตชิ้นส่วนเครือข่ายใยแก้วนำแสงและสวิตช์แสงความเร็วสูง
-Corning เป็นผู้ลิตชิ้นส่วนกระจก และเลนส์ความแผ่นยำสูง สำหรับเครื่องพิมพ์ชิป
-Ciena สมองกลควบคุมการส่งข้อมูลผ่านแสง เปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลเป็นลำแสงความถี่สูง ยิงทะลุสายไฟเบอร์ออปติกไปได้ไกลและเร็วที่สุด
-Coherent ผู้นำเทคโนโลยีเลเซอร์และเทคโนโลยีโฟโทนิกส์แแปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสง ทำให้ศูนย์ข้อมูลทั่วโลกพูดคุยกันได้ด้วยความเร็วแสง
-Fabrinet รับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนออปติคอลที่มีความซับซ้อนระดับไมครอน
โอกาสในการร่วมปลดล็อกพลังของ AI ให้ก้าวไปอีกขั้น
กองทุน LHPHOTONICS ซีรีส์ X บริหารโดย LH Fund กองทุนธีมโฟโทนิกส์ กองแรกในไทย
ค่าจัดการ 0.79% ค่าใช้จ่ายรวม TER 0.98% ซื้อได้ที่ WealthX
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก จึงอาจเหมาะสำหรับการลงทุนในสัดส่วนเสริมของพอร์ต และไม่ควรใช้เป็นสัดส่วนหลักในพอร์ตลงทุน กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 6 มิ.ย. 2569
References
-
https://s203.q4cdn.com/212458750/files/doc_financials/2025/ar/2677c1db-5f49-4514-8812-4e5cb80725fe.pdf
-
https://www.corning.com/worldwide/en/innovation/materials-science.html
-
https://www.corning.com/gorillaglass/worldwide/en/products-with-gorilla-glass/smartphones/samsung.html
หุ้น
การลงทุน
ธุรกิจ
2 บันทึก
8
5
2
8
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย