Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
8 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 37
คำถาม 1
ไม่ประสงค์ออกนาม : เราได้ยินมานานแล้วว่า กินปลาทำให้ฉลาด มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไหม? กินปลาทำให้ฉลาดจริงหรือ?
วินทร์ เลียววาริณ : ความจริงเรื่องนี้ควรถามผู้รู้จริงมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ดังที่ผมเคยบอก หากผมไม่รู้เรื่องใด ก็จะรีเสิร์ชมาให้อ่าน แต่ผู้อ่านก็ควรตรวจสอบและศึกษาเพิ่มเติม เพราะผมไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์
ข้อมูลคือมีการวิจัยเด็กชายและเด็กหญิงในเมืองจีน อายุ 9-11 จำนวน 500 คน ผู้วิจัยคือนักวิจัยจาก School of Nursing มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
งานวิจัยก็ไม่ได้เจาะประวัติครอบครัว สถานะทางสังคมของครอบครัว ขนาดครอบครัว กิจกรรมที่เด็กทำ กีฬา ไปจนถึงยีน ฯลฯ ทำให้วิจัยนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต
แต่ดูเหมือนมีความเชื่อมโยงระหว่างกินปลากับไอคิวและการนอนหลับ
งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคปลากับการทดสอบไอคิว เด็กที่กินปลาเป็นประจำมีคะแนนสอบไอคิวสูงกว่าเด็กไม่กินปลาราว 4.8 จุด
เด็กที่กินปลาบ้าง มีคะแนนสูงกว่าราว 3.31 จุด
การวิจัยไม่ได้บ่งว่าเป็นปลาชนิดไหน อาจเป็นปลาทั่วไป หรือปลาที่มีโอเมกา-3 สูง ซึ่งเชื่อว่ากรดไขมันโอเมกา-3 ช่วยเรื่องเนื้อเยื่อในสมอง
ปลาแต่ละชนิดมีโอเมกา-3 ไม่เท่ากัน แซลมอน เทราต์ ซาดีน แฮร์ริง แมคเคอเรล ให้โอเมกา-3 มากกว่าชนิดอื่น
เรารู้ว่ากรดไขมันโอเมกา-3 เกี่ยวข้องกับพัฒนา gray matter ในสมอง
มีการวิจัยคนที่ไม่เป็นโรคความจำเสื่อม (dementia) และไม่เคยเป็นสโตรค พบว่าการบริโภคโอเมกา-3 เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสมองส่วน hippocampus ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ การใช้เหตุผล การเข้าใจเรื่องยากๆ โอเมกา-3 ยังช่วยเรื่องสมองของคนอายุมากด้วย
ผลวิจัยยังชี้ความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคปลากับการนอนหลับดีในวัยเด็ก แต่มันก็ไม่ได้สรุป เพราะ ‘นอนหลับดี’ ของแต่ละคนไม่เหมือนกันเท่าไร ฝันหรือเปล่า
ผลวิจัยคือคนที่รับโอเมกา-3 น้อยมักมีปัญหา
อย่างไรก็ตามการวิจัยมีข้อจำกัดหลายอย่าง เพราะเราไม่สามารถใช้ปัจจัยกินหรือไม่ปลาอย่างเดียววัดความฉลาดของคน ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเลี้ยงดู การเข้าสังคมของเด็ก หนังสือที่อ่าน เกมที่เล่น ฯลฯ
1
นี่ทำให้ไม่สามารถสรุปว่าคนกินปลาแล้วฉลาดกว่าคนไม่กินปลา มันเป็นเพียงการสังเกตเท่านั้น การกินปลาแม้จะดี ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนาสมองเด็ก
2
สรุปคือข้อมูลไม่ฟันธง 100 เปอร์เซ็นต์ว่ากินปลาทำให้ฉลาดไว่าไม่กินปลา แต่การกินปลาน่าจะดี
คำถาม 2
Krisada : ทำไมอายุเยอะขึ้น ถึงหางานยาก ยุคนี้ประสบการณ์ไม่ช่วยเลย ใช่ไหมครับ ผมส่งพอร์ตงานที่เป็นปัจจุบัน และเรียกเงินเดือนต่ำกว่าอายุ แต่ก็ไม่เคยเรียกสัมภาษณ์
วินทร์ เลียววาริณ : ประสบการณ์ช่วยหรือไม่ช่วย น่าจะขึ้นกับสายงาน และกรอบคิดของคนว่าจ้าง
ผมเชื่อว่าประสบการณ์ช่วย เช่นสายงานแพทย์ ประสบการณ์สูงช่วยให้ได้งานง่ายกว่า เวลาเราไปหาหมอเฉพาะทาง เราอยากได้หมอที่มีประสบการณ์ เพราะเราเชื่อว่าหมอที่ผ่านประสบการณ์มามากย่อมดีกว่าหมอที่เพิ่งจบใหม่
1
คนออกแบบเก่งๆ ที่ทำงานมานาน ก็ย่อมได้เปรียบกว่า
แต่การที่ไม่ได้งานหรือไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์อาจเพราะปัจจัยที่สองคือกรอบคิดของคนว่าจ้าง
1
กรอบคิดแรกคือคนอายุเยอะตามยุคไม่ทัน ล้าสมัย ไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ
กรอบคิดที่สองคือเงินเดือน หลายคนมีภาพว่าหากทำงานมานาน เงินเดือนก็ต้องสูง แต่ไม่มีใครว่าหมอที่ทำงานมานานรับเงินเดือนสูงไป
สำหรับกรอบคิดแรก ผู้สมัครก็ต้องโน้มน้าวใจคนว่าจ้างว่า ประสบการณ์ของเรามีประโยชน์อย่างไร เรามีความคิดสร้างสรรค์แค่ไหน
หากพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถที่เรามีนั้นสำคัญ และเราไม่ตกยุค เรื่องเงินเดือนมากก็ไม่เกี่ยง
อายุเป็นเรื่องที่เราทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ก็คือหาทางพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า อายุเป็นเรื่องบวก ไม่ใช่ลบ
ที่แปลกคือในบรรดางานสายต่างๆ สายที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ดูเหมือนจะติดกับดักของกรอบคิดเสียเอง
ผมเคยสมัครงานในบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ แต่พอบอกว่าไม่ได้จบนอกมา ผู้สัมภาษณ์ก็ตัดบท ยุติการสัมภาษณ์เพียงนั้น
1
นานปีหลังจากนั้น เมื่อผมนั่งในตำแหน่งผู้สัมภาษณ์ ก็พบว่าเด็กบางคนไม่ได้จบสายทางเฉพาะมา แต่มีความคิดสร้างสรรค์ดี ใบปริญญาบอกแค่ว่าเขาเรียนอะไรมา แต่จะมีความคิดสร้างสรรค์หรือไม่ ต้องดูที่ผลงาน
ปัญหาคือผู้สมัครหลายคนอาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะแสดงผลงานให้ดู ถูกฆ่าตัดตอนตั้งแต่แรก ในหลายบริษัท จดหมายสมัครงานไปไม่ถึงโต๊ะผู้สัมภาษณ์โดยตรง ต้องผ่านเจ้าหน้าที่คัดกรองก่อน บ่อยครั้งคนคัดกรองก็มีกรอบคิด เช่น หากคะแนนตอนเรียนจบไม่ถึง 3 ก็โยนใบสมัครทิ้งเลย
จุดนี้ผมนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร แต่เคยมีผู้สมัครบางคนส่งใบสมัครตรงถึงบ้านผู้สัมภาษณ์ หรือวางใบสมัครแบบสร้างสรรค์บนกระจกรถของผู้สัมภาษณ์
นี่ก็คือเหตุผลที่ผมบอกเสมอมาว่า เราต้องตรวจสอบตัวเองเป็นระยะว่า เรายืนอยู่ตรงไหน ความรู้ที่เรามีล้าสมัยแล้วหรือไม่ ถ้าล้าสมัย เราจะแก้อย่างไร
เราต้องหาจุดขายให้ตัวเอง หากไม่พอ ก็ต้องหามาเพิ่ม หรืออาจต้องเข้าเรียนใหม่
1
6 บันทึก
12
6
6
12
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย