20 ก.ย. เวลา 00:26 • หุ้น & เศรษฐกิจ

📢 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร? ใครต้องจ่าย? แล้วได้เงินคืนเท่าไหร่?

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 จะเริ่มเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง และสงสัยว่า
ต้องถูกหักเงินเดือนเท่าไหร่? บริษัทต้องจ่ายด้วยไหม? แล้วเงินที่จ่ายไปจะได้คืนหรือเปล่า?
🛡️ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีฐานอยู่ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แต่สิ่งที่กำลังเริ่มในปี 2569 คือการจัดเก็บ เงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้าง ตามระบบใหม่ เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินให้ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน
ลูกจ้างออม → นายจ้างสมทบเพิ่ม → เมื่อสิ้นสุดการจ้าง มีเงินก้อนกลับมา
🏢 ใครบ้างที่ต้องเข้ากองทุน?
โดยหลักคือสถานประกอบการที่มี ลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายกำหนด
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทที่มี 10 คนขึ้นไปจะต้องเข้ากองทุนทั้งหมด เพราะมีข้อยกเว้น เช่น
🔹 นายจ้างที่จัดให้ลูกจ้างเป็นสมาชิก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
🔹 นายจ้างที่จัดให้มีการสงเคราะห์ลูกจ้างกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
🔹 กิจการบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้น เช่น งานประมง งานบ้านที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย กิจการที่ไม่ได้แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ และโรงเรียนเอกชนในส่วนของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เป็นต้น
📌 จุดที่ต้องระวัง: บริษัทมี PVD ไม่ได้แปลว่าลูกจ้างทุกคนจะได้รับยกเว้นโดยอัตโนมัติ หากมีลูกจ้างบางคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก PVD อาจต้องพิจารณาสิทธิของลูกจ้างกลุ่มนั้นแยกต่างหาก
📅 เริ่มเก็บเงินเมื่อไหร่?
✅ เริ่มจัดเก็บจริง 1 ตุลาคม 2569
ดังนั้น หากอยู่ในกลุ่มที่ต้องเข้ากองทุน จะเริ่มเห็นเงินสะสมถูกหักจากค่าจ้างตั้งแต่ช่วงที่ระบบเริ่มจัดเก็บ
💰 ต้องจ่ายเท่าไหร่?
แบ่งเป็น 2 ช่วง
📍 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574
👤 ลูกจ้างจ่าย 0.25% ของค่าจ้าง
🏢 นายจ้างจ่าย 0.25% ของค่าจ้าง
📍 ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป
👤 ลูกจ้างจ่าย 0.50% ของค่าจ้าง
🏢 นายจ้างจ่าย 0.50% ของค่าจ้าง
💡 ตัวอย่าง
ถ้าค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ในช่วง 5 ปีแรก
▪️ ลูกจ้างจ่าย 0.25% = 50 บาท/เดือน
▪️ นายจ้างสมทบอีก = 50 บาท/เดือน
รวมมีเงินเข้าสู่กองทุน 100 บาท/เดือน
📌 การคำนวณใช้ฐาน “ค่าจ้าง” ตามกฎหมายแรงงาน ไม่ใช่รายได้ทุกประเภทที่ได้รับในแต่ละเดือน ดังนั้นยอดที่นำมาคำนวณอาจไม่เท่ากับเงินรับรวมทั้งหมดในสลิปเงินเดือน
🎯 แล้วเงินที่จ่ายไป ได้คืนเมื่อไหร่?
จุดสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องถูกเลิกจ้างเท่านั้น
เมื่อสิ้นสุดความเป็นลูกจ้างตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ
เงินสะสมของลูกจ้าง + เงินสมทบของนายจ้าง + ดอกผล
คืนเป็นเงินก้อนตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
และกรณีเสียชีวิต ผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ก็สามารถรับเงินได้
รัฐบาลระบุว่า เมื่อสิ้นสุดการจ้าง ลูกจ้างจะได้รับเงินดังกล่าว ภายใน 25 วัน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
📌 กองทุนนี้ไม่ใช่เงินชดเชย
เรื่องนี้สำคัญ เพราะหลายคนอาจเข้าใจผิด
เงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ≠ ค่าชดเชยเลิกจ้าง
ถ้าถูกเลิกจ้างและมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามสิทธิ
ส่วนเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็น อีกส่วนหนึ่ง
เงินส่วนนี้ไม่ได้หายไป แต่ถูกสะสมไว้เป็นหลักประกันเมื่อสิ้นสุดการจ้าง ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
📌 สรุป
✔️ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีฐานกฎหมายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541
✔️ เริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบรูปแบบใหม่ 1 ต.ค. 2569
✔️ ช่วงแรก ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง
✔️ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป เพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.50%
✔️ โดยหลักครอบคลุมกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่เข้าข่ายข้อยกเว้น
✔️ บริษัทที่มี PVD ต้องดูต่อว่า ลูกจ้างทุกคนเป็นสมาชิกและได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขหรือไม่
✔️ เมื่อสิ้นสุดการจ้าง มีสิทธิได้รับ เงินสะสม + เงินสมทบ + ดอกผล ตามหลักเกณฑ์
✔️ เงินกองทุนเป็น คนละส่วนกับค่าชดเชยเลิกจ้าง
ดังนั้น ถ้าเดือนตุลาคม 2569 เห็นรายการหัก 0.25% ในสลิปเงินเดือน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเงินที่ถูกหักไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมา
เพราะนายจ้างต้อง สมทบให้อีก 0.25% และเงินที่สะสมจะกลายเป็นเงินก้อนเมื่อสิ้นสุดการจ้างตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
รู้ไว้ก่อน จะได้เข้าใจว่าเงินที่ถูกหักคืออะไร และสิทธิของเรามีอะไรบ้าง
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง #สิทธิแรงงาน #กฎหมายแรงงาน #การเงินส่วนบุคคล #ลูกจ้าง #นายจ้าง #วางแผนการเงิน
โฆษณา