•
20 ก.ย. เวลา 07:31 • ความคิดเห็น

ผมเพิ่งกลับจากการถูกเชิญไปดื่มกาแฟกับน้อง ๆ ตำรวจกลุ่มหนึ่ง

มีตั้งแต่ผู้การ รองผู้การ ไปจนถึงผู้กำกับและสารวัตร
แม้แต่ละคนจะมียศ มีตำแหน่ง และมีหน้าที่รับผิดชอบต่างกัน
แต่สำหรับผมซึ่งอายุ 67 ปี ทุกคนคือน้อง และเวลาพูดกับตำรวจทุกระดับ ผมแทนตัวเองว่า “พี่”
……….
เรื่องที่คุยกันไม่ใช่เรื่องเล็ก
น้อง ๆ นำพฤติกรรมและคำพูดของอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 10 ล้านคน มาให้ผมช่วยพิจารณา
ผมนั่งฟังอยู่นานประมาณหนึ่งชั่วโมง
ก่อนจะพูดกับน้อง ๆ เพียงประโยคเดียวว่า
“พี่ว่าอินฟลูเอ็นเซอร์คนนี้บริหารความดังไม่เป็น”
………..
ผมเป็นคอลัมนิสต์ไทยรัฐมาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 จนถึงวันนี้ก็เกือบ 30 ปีแล้ว
ตลอดสามทศวรรษ
ผมเห็นคนดังขึ้นมาเป็นร้อย และเห็นคนดังตกลงไปอีกเป็นร้อย
บางคนขึ้นเร็วมาก
แต่ลงเร็วยิ่งกว่า
เพราะความดังเหมือนการเดินขึ้นไปยืนบนที่สูง
ยิ่งสูง คนยิ่งมองเห็นเรา
ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในวันที่ยังไม่มีชื่อเสียง อาจไม่มีใครสนใจ
แต่เมื่อมีผู้ติดตามเป็นล้าน
ความผิดพลาดเดียวกันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ภายในไม่กี่ชั่วโมง
……….
ดังนั้น เมื่อดังแล้ว สิ่งที่ต้องเรียนรู้ต่อไปไม่ใช่การทำให้ตัวเองดังขึ้น
แต่คือ “การบริหารความดัง”
ต้องสะสมความรู้ เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงวิ่งเร็วกว่าความสามารถ
ต้องสะสมข้อมูล ให้ทุกคำพูดและทุกการตัดสินใจตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง
ต้องสะสมคนดีไว้รอบตัว เพราะเพื่อนที่ดีที่สุดไม่ใช่คนที่ปรบมือให้เราทุกเรื่อง แต่คือคนที่กล้าดึงแขนเราไว้ แล้วพูดว่า
“เรื่องนี้คุณผิดนะ”
ต้องสะสมความน่าเชื่อถือ เพราะความน่าเชื่อถืออาจใช้เวลาสร้างสิบปี ยี่สิบปี แต่พังได้ภายในวันเดียว
ต้องสะสมความอ่อนน้อม ยิ่งมีคนยกมือไหว้เรามากเท่าไร
เรายิ่งต้องรู้จักยกมือไหว้คนอื่นมากขึ้นเท่านั้น
ต้องสะสมความเมตตา
วันที่เราอยู่สูง อย่าลืมว่า ครั้งหนึ่งเราก็เคยเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก
ต้องสร้างเครือข่ายของคนดี ไม่ใช่เครือข่ายของคนประจบ
ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ใช่สร้างความกลัว
ต้องสร้างศรัทธาจากการกระทำ ไม่ใช่สร้างศรัทธาจากจำนวนผู้ติดตาม
และสิ่งสำคัญที่สุด
ต้องสะสม “สติ”
เพราะเมื่อเราดังขึ้น เสียงชมจะดังขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เสียงเตือนจะค่อย ๆ เบาลง
นั่นคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของคนดัง
……….
น้อง ๆ ตำรวจเปิดคำพูดหลายช่วงของอินฟลูเอนเซอร์คนนี้โดยเฉพาะถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ
จากนั้นน้องคนหนึ่งบอกผมว่า
“พี่ช่วยเขียนเรื่องนี้ให้ตำรวจหน่อยครับ“
ผมตอบทันทีว่า
1
“พี่ไม่เขียนหรอกครับ”
“พี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว“
แล้วผมก็บอกน้อง ๆ ว่า
“น้อง ๆ ไปกินข้าวเที่ยงกันก่อน พี่ไปด้วยไม่ได้ เพราะพี่เป็นวีแกน“
“ขอเวลาพี่ไม่ถึงชั่วโมง พี่จะตรวจสอบข้อมูลบางอย่างก่อน พี่จะไม่แนะนำน้องๆ โดยไม่มีข้อมูล”
“เที่ยงครึ่งน้อง ๆ กลับมาหาพี่ พี่ขอตรวจสอบให้แน่ใจก่อน”
………..
เที่ยงครึ่ง น้อง ๆ ตำรวจก็กลับมา
ผมบอกน้อง ๆ ว่า
“พี่ใช้เทคโนโลยีตรวจและแยกประเด็นให้แล้ว”
“จากประเด็นทั้งหมด พี่เห็นว่ามีหลายเรื่องที่น้อง ๆ ควรตรวจสอบต่ออย่างจริงจัง”
“แต่พี่ขอเตือนน้อง ๆ ไว้อย่างหนึ่ง”
“หน้าที่ของตำรวจไม่ใช่โกรธแทนตำรวจ”
“ใครพูดไม่ดีกับตำรวจ ใครด่าตำรวจ หรือใครทำให้น้อง ๆ ไม่พอใจ“
”ไม่ได้หมายความว่าน้อง ๆ จะใช้กฎหมายไปเอาคืนเขาได้”
“กฎหมายไม่ใช่อาวุธสำหรับแก้แค้น”
“ถ้าน้อง ๆ จะดำเนินการกับใคร ต้องดำเนินการเพราะมีข้อเท็จจริง มีพยานหลักฐาน และมีกฎหมายรองรับ”
“เขาจะมีผู้ติดตามสิบคน สิบล้านคน หรือร้อยล้านคน ไม่ใช่เรื่องที่น้อง ๆ ต้องสนใจ”
“เขาจะมีแบ็กใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่น้อง ๆ ต้องกลัว”
“หน้าที่ของน้องคือดูข้อเท็จจริง ดูหลักฐาน แล้วทำทุกอย่างตามกฎหมาย”
จากนั้นผมบอกน้อง ๆ ว่า
“ข้อมูลที่พี่ค้นได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง“
”พี่แยกไว้ให้น้อง ๆ แล้ว เอาไปตรวจสอบต่อ”
“น้องเป็นตำรวจ น้องต้องตรวจสอบอีกครั้งด้วยตัวเอง”
เพราะท้ายที่สุด คนที่จะบอกว่าใครผิดหรือไม่ผิดไม่ใช่ผม
และไม่ใช่ตำรวจ
แต่คือกระบวนการยุติธรรม
เรื่องทั้งหมดทำให้ผมนึกถึงประโยคเดิมอีกครั้ง
คนดังจำนวนไม่น้อยไม่ได้ล้มเพราะมีศัตรูมาก
แต่ล้มเพราะวันหนึ่งเริ่มเชื่อว่า ตัวเองใหญ่กว่าคำเตือน
ใหญ่กว่าความผิดพลาด
และใหญ่กว่ากติกาที่ทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน
ผู้ติดตาม 10 ล้านคนทำให้คนคนหนึ่ง “ดัง” ได้
แต่ไม่ได้ทำให้คนคนนั้น “ถูก” ทุกเรื่อง
เสียงปรบมือหนึ่งล้านครั้งก็ไม่อาจเปลี่ยนเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก
และชื่อเสียงไม่ใช่บัตรผ่านที่ทำให้ใครอยู่เหนือกติกาของสังคม
คนที่บริหารความดังเป็น จึงไม่ใช่คนที่ทำให้ตัวเองดังขึ้นทุกวัน
แต่คือคนที่ยิ่งดัง ยิ่งระวังตัว
ยิ่งมีคนรู้จัก ยิ่งอ่อนน้อม
ยิ่งมีคนฟัง ยิ่งระวังคำพูด
ยิ่งมีอำนาจ ยิ่งต้องฟังคำเตือน
และยิ่งมีคนเรียกเราว่า “คนดัง” มากเท่าไร
เรายิ่งต้องเตือนตัวเองทุกเช้าว่า
เรายังเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
ยังผิดได้
ยังพลาดได้
และยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมากมาย
เพราะการปีนขึ้นไปถึงยอดเขาว่ายากแล้ว
แต่การยืนอยู่บนนั้นให้นาน โดยไม่หลงคิดว่า
“เพราะเราอยู่สูงกว่า เราจึงใหญ่กว่าคนข้างล่าง”
ยากยิ่งกว่า
โฆษณา