Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ
นายกฯ ชวนญี่ปุ่นเปลี่ยนจาก "ผลิตให้" เป็น "ผลิตร่วมกัน" เพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่น วันที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรม Imperial Tokyo ภายใต้หัวข้อ "ทิศทางความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น: จากความสัมพันธ์ที่หยุดนิ่งสู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีพลวัต"
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ระบุคำสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์
ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นจึงต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเปลี่ยนจาก "การผลิตให้" เป็น "การผลิตร่วมกัน" และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของกันและกัน
นายกฯ กล่าวว่า ญี่ปุ่นลงทุนและสร้างระบบงานในไทยมาหลายทศวรรษ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
ปัจจุบันไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและเชื่อมโยงกับตลาดโลกมากขึ้น จึงดูเหมือนพึ่งพาญี่ปุ่นลดลงในบางด้าน ซึ่งสะท้อนว่าไทยมีแหล่งลงทุนและเทคโนโลยีหลากหลายขึ้น และพัฒนาขีดความสามารถในประเทศเพิ่มขึ้น
ไทยสร้าง Supply Chain ยานยนต์ร่วมกับญี่ปุ่นมาหลายทศวรรษ แต่การเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปภายในสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ผู้ลงทุนจากประเทศอื่นมีบทบาทมากขึ้นในแบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์
ดังนั้นจากนี้ไป ความร่วมมือกับญี่ปุ่นคงต้องเข้ามาในรูปแบบของ Direct Investment พร้อมเสนอให้ต่อยอดฐานการผลิตเดิมไปสู่ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
โดยรัฐบาลตั้งเป้าลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานชีวภาพ พร้อมเปิดให้ภาคเอกชนและประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop เข้าระบบ และขายไฟส่วนเกินคืนให้รัฐได้
ซึ่งไทยต้องเตรียมกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งเงินทุนให้พร้อมรองรับกติกาใหม่ของโลก
แล้วญี่ปุ่น สำคัญกับไทยแค่ไหน ?
- ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทย รองจากจีนและสหรัฐฯ
- มูลค่าการค้ารวมกว่า 53,204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 คิดเป็น 7.77% ของมูลค่าการค้าของไทยกับต่างประเทศทั้งหมด
1
- ไทยส่งออกไปญี่ปุ่น 23,549 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนต่างชาติที่มียอดลงทุนสะสมในไทยเป็นอันดับ 1
- ปี 2568 BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่น 248 โครงการ มูลค่ารวม 67,158 ล้านบาท อยู่อันดับ 5 ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด
- สาขาลงทุนหลัก ได้แก่ เครื่องจักรและยานยนต์ อุตสาหกรรมโลหะและวัสดุ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ นายกฯ ย้ำนโยบายปราบสแกมเมอร์ ธุรกิจผิดกฎหมาย อาชญากรรมออนไลน์ และยาเสพติด
ซึ่งปัจจุบันยึดทรัพย์แล้วมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท
โดยรัฐบาลยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐาน ปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ ทำให้ล่าสุด บริษัทจัดลำดับความน่าเชื่อถือ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย จากระดับ Negative เป็น Stable และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ระดับ BBB สะท้อนทิศทางและแนวโน้มที่ดีขึ้นของไทย ที่สถาบันต่างประเทศเป็นผู้ให้การรับรอง
ขณะที่นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ที่ได้ร่วมคณะ Roadshow กับนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พัฒนาการของตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมานับเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน
เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ไทยมีเงินทุนไหลเข้าสวนทางกับภูมิภาค และให้ผลตอบแทนดีกว่าค่าเฉลี่ยตลาดโลก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อ New Growth Engine ของประเทศ
สอดรับกับทิศทางการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนไทย ที่กำลังก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพนี้ ตลาดทุนไทยได้กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง
ส่วนนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับขึ้นสร้างมูลค่าตลาดเพิ่มหลายล้านล้านบาทนับตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาล
สำหรับความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์ผ่านความร่วมมือในหลายด้าน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ มี DR อ้างอิงหลักทรัพย์ญี่ปุ่น และมีโครงการ BOI-to-IPO ให้บริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในไทยระดมทุนในตลาดหุ้นไทยได้
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเน้นการส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทจดทะเบียนไทยกับประเทศญี่ปุ่นให้เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
12 บันทึก
19
1
16
12
19
1
16
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย