•
21 ก.ย. เวลา 08:04

สว่านกระแทก ไม่ได้ตอกเหมือนค้อน แล้ว ทำไมถึงเจาะปูนได้?

ถ้าเคยใช้ สว่านกระแทก เจาะผนังปูน หลายคนน่าจะเคยสงสัยเหมือนกันว่า เครื่องมือหน้าตาคล้ายสว่านธรรมดาแบบนี้เอาชนะแผ่นปูน อิฐ หรือวัสดุก่อสร้างที่แข็งได้อย่างไร เพราะตอนเปิดสว่านกระแทก เราก็ไม่ได้เห็น ลูกสูบขนาดใหญ่คอยทุบผนัง เหมือนกับโรตารี่ และดอกสว่าน ก็ดูเหมือนแค่หมุนอยู่ตลอดเวลา แม้เปลี่ยนจากโหมดเจาะธรรมดาไปที่สัญลักษณ์รูปค้อน เสียงของเครื่องอาจเปลี่ยนเล็กน้อย พร้อม ดอกสั่น แต่ทำไม รูที่ก่อนหน้านี้เจาะอย่างเชื่องช้ากลับค่อย ๆ เจาะลึกเข้าไปในผนังได้เร็วกว่าเดิม?
คำว่า “กระแทก” ใน สว่านกระแทก ไม่ได้หมายความว่าภายในมีค้อนขนาดเล็กคอยตอกดอกสว่านแบบที่หลายคนจินตนาการครับ กลไกของสว่านกระแทก นี้ จริง ๆ แล้วอาศัยการสร้างการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และถอยหลังขนาดเล็กมาก ด้วยความถี่สูง ขณะที่ดอกสว่านกำลังหมุนอยู่ ผลลัพธ์คือปลายดอกช่วยกระแทก และทำให้วัสดุเปราะบริเวณปลายรูแตกออกทีละน้อย ก่อนที่การหมุนของดอกจะพาเศษออกจากรู
ฟังดูเป็นกลไกง่าย ๆ แต่เบื้องหลังของมันอธิบายได้ดี ว่า
  • ●
    ทำไม สว่านกระแทกเจาะปูนได้
  • ●
    ทำไมต้องใช้ดอกเจาะปูนโดยเฉพาะ
  • ●
    ทำไมเวลาเจาะต้องออกแรงกดพอสมควร
  • ●
    ทำไมเมื่อเจอคอนกรีตแข็งมาก ๆ สว่านกระแทก จึงเริ่มเสียเปรียบสว่านโรตารี่
ก่อนอื่น สว่านธรรมดาเจาะวัสดุ ยังไง?
เพื่อจะเข้าใจระบบของสว่านกระแทก เรามาเริ่มจากสว่านธรรมดากันก่อนครับ หลักการพื้นฐานของสว่าน คือการใช้มอเตอร์หมุนหัวจับ และดอกสว่านด้วยความเร็ว พอคมของดอกสัมผัสชิ้นงาน คมตัดจะค่อย ๆ เฉือน ขูด หรือกัดวัสดุออก แล้วร่องบนตัวดอกจะช่วยนำเศษวัสดุออกจากรู
กับไม้ หลักการนี้ทำงานได้ดีมาก เพราะดอกเจาะไม้ตัดเส้นใยไม้ออกเป็นเศษได้ กับโลหะก็คล้าย ๆ กัน ดอกเจาะเหล็กมีคมตัดที่เฉือนเนื้อโลหะออกเป็นเศษเล็ก ๆ เมื่อใช้ความเร็ว และแรงกดเหมาะสม
แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นอิฐ ปูน หรือวัสดุก่อสร้าง เนื้อวัสดุไม่ได้ตอบสนองต่อคมตัดแบบเดียวกัน เพราะะวัสดุ มีลักษณะแข็งแต่เปราะ การพยายามใช้คมดอกหมุนขูดอย่างเดียว อาจกินเนื้อวัสดุได้ช้า เกิดความร้อน และทำให้ผู้ใช้ต้องออกแรงกดเครื่องมากขึ้น ตรงนี้เองที่ระบบกระแทกเข้ามาช่วย
สว่านกระแทก ไม่ได้ “ตอก” แรง ๆ แต่กระแทกสั้น ๆ จำนวนมาก
เมื่อเปิดโหมดกระแทก ใน สว่านกระแทก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่การหมุนดอกสว่าน ดอกยังมีการเคลื่อนที่ตามแนวแกนเข้า และออกด้วยระยะที่สั้น อย่างรวดเร็วมาก
ลองนึกภาพว่าระหว่างที่มือกำลังหมุนไขควงอยู่ มีใครบางคนคอยเคาะด้านหลังไขควงเบา ๆ หลายร้อยครั้งต่อวินาที แนวคิดจะใกล้เคียงกัน แม้กลไกจริงภายในเครื่องจะมีรายละเอียดมากกว่านั้น
สว่านกระแทกหลายรุ่นใ ช้ชุดชิ้นส่วนที่มีผิวเป็นฟัน หรือร่องประกบเข้าหากัน เมื่อดันตัวเครื่องเข้าหาชิ้นงาน ชุดกลไกเหล่านี้ จะกดเข้าหากัน ขณะที่หัวสว่านหมุน สันและร่องจะเคลื่อนผ่านกันต่อเนื่อง
การขยับแต่ละครั้งไม่ได้มีระยะทางยาว และแรงกระแทกแต่ละครั้ง ก็ไม่ได้สูงเหมือนการใช้ค้อนจริง ๆ จุดเด่นอยู่ที่มันเกิดซ้ำด้วยความถี่สูง จึงเป็นเหตุผลที่เวลาเปิดโหมดกระแทกเราจะได้ยินเสียงดัง “ครืด” หรือ “แกร็ก” ต่อเนื่อง แทนที่จะได้ยินเสียงตอกเป็นจังหวะชัดเจน แบบค้อน
นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เข้าใจ หลักการทำงานของสว่านกระแทก ได้ง่ายขึ้น เพราะมันพึ่งแรงกระแทกขนาดเล็กจำนวนมากทำงานร่วมกับการหมุนของดอก
แรงกระแทกเล็ก ๆ ทำให้ปูนแตก ได้ยังไง?
ปูน อิฐ และวัสดุก่อสร้างหลายชนิดสามารถรับแรงกดได้ดี แต่มีลักษณะเปราะเมื่อได้รับแรงกระแทกเฉพาะจุด การกระแทกซ้ำ ๆ ที่ปลายดอกจึงสร้างรอยแตกร้าวขนาดเล็กในบริเวณสัมผัส ทำให้วัสดุแตกออกทีละน้อย
ลองคิดถึงเวลาเอาก้อนน้ำแข็งมาใช้มีดเฉือน ถ้าพยายามลากคมมีดไปบนผิวอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลมาก แต่ถ้าเคาะลงบริเวณเดิมซ้ำ ๆ จะเริ่มเกิดรอยร้าว และชิ้นส่วนแตกออก แม้วัสดุก่อสร้างจะไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนน้ำแข็งทั้งหมด แต่ภาพนี้ช่วยให้เข้าใจหลักการของการใช้แรงกระแทก กับวัสดุแข็งและเปราะได้ง่ายขึ้น
เมื่อ สว่านกระแทก ทำงาน ปลายดอกทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน ด้านหนึ่งรับแรงกระแทกเพื่อทำลายเนื้อวัสดุบริเวณก้นรู อีกด้านหนึ่งหมุน เพื่อให้คมดอกเปลี่ยนตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้กระแทกอยู่แค่จุดเดิม
หลังจากวัสดุแตกแล้ว ก็ยังมีอีกปัญหา ถ้าเศษปูนยังค้างอยู่ก้นรู ดอกก็ต้องบดเศษเดิมซ้ำอยู่ตลอด นั่นจึงเป็นหน้าที่ของร่องเกลียวบนดอกเจาะที่ช่วยพาเศษ และฝุ่นออกมาตามรู
ดังนั้นการเจาะปูนของสว่านกระแทก ไม่ได้เกิดจาก “แรงกระแทก” อย่างเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง การหมุน การกระแทก รูปทรงของปลายดอก และการระบายเศษออกจากรู
ใช้ สว่านกระแทก ต้องกดเครื่องเข้าหาผนัง
ใครที่เคยใช้ สว่านกระแทกเจาะผนัง น่าจะสังเกตว่า ถ้าวางดอกแตะผนังเบาเกินไป ประสิทธิภาพของระบบกระแทกอาจไม่เต็มที่ แต่พอใช้แรงกดกับสว่านกระแทก ในระดับเหมาะสม สว่านกระแทกจะทำงานกับผนังได้ดีขึ้น
เหตุผลเกี่ยวข้องกับกลไกกระแทกในเครื่องนั่นเอง สว่านกระแทก แบบกลไก ต้องอาศัยแรงจากผู้ใช้ช่วยให้ชุดกระแทกสัมผัส และทำงานกันอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าเราควรใช้แรงทั้งตัวผลักสว่านกระแทกเข้ากำแพง ยิ่งกดไม่ได้แปลว่ายิ่งเจาะเร็วเสมอไป เพราะแรงกดมากไปอาจทำให้ดอกร้อน เครื่องรับภาระมากขึ้น และควบคุมแนวเจาะ ยากกว่าเดิม
แรงกดควรเป็นระดับที่ทำให้เครื่องเดินหน้าได้ต่อเนื่องและระบบกระแทกทำงาน โดยไม่ถึงกับทำให้รอบเครื่องตก อย่างเห็นได้ชัด ถ้าเจาะไปนานแล้วแทบไม่ลึก การเพิ่มแรงกดขึ้นเรื่อย ๆ อาจไม่ใช่คำตอบ สิ่งที่ควรตรวจกลับเป็นประเภทของวัสดุ ดอกที่ใช้ สภาพคมดอก หรือแม้กระทั่งว่า สว่าน ที่กำลังใช้อยู่นั้นเหมาะกับงานหรือไม่
จำนวนครั้งกระแทกเยอะ หมายความว่าแรงกว่าเสมอ หรือเปล่า?
ในสเปกของ สว่านกระแทก เราอาจเห็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับอัตรากระแทกต่อนาที ซึ่งมีตัวเลขหลายหมื่นครั้งต่อนาที แต่ตัวเลขจำนวนครั้งกระแทกไม่ควรตีความว่าเป็น “แรงตอก” อย่างเดียวครับ
สว่านกระแทก ทำงานด้วยการกระแทก ที่มีระยะเคลื่อนที่ค่อนข้างสั้น และเกิดถี่ ส่วนแรงที่ปลายดอกส่งถึงวัสดุยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างเครื่อง ความเร็วรอบ กลไกภายใน แรงกดของผู้ใช้ ขนาดดอก รวมถึงวัสดุที่กำลังเจาะ
เพราะฉะนั้น สว่านกระแทก ที่มีตัวเลขกระแทกสูงกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเจาะคอนกรีตได้ เหนือกว่าเครื่องอื่นทุกสถานการณ์ ตัวเลขเหล่านี้ควรดูร่วมกับกำลังเครื่อง ความเร็วรอบ ความสามารถในการเจาะที่ผู้ผลิตระบุ และประเภทงานที่เครื่องได้รับการออกแบบมา
ฝุ่นปูน มีผลต่อการเจาะ ด้วย สว่านกระแทก
ระหว่างการทำงาน ไม่ว่าจะเจาะวัสดุแบบไหน สว่านทุกประเภท ไม่ได้แค่สร้างรู แต่กำลังผลิตเศษวัสดุจำนวนมาก อยู่ในรูด้วย หากฝุ่นนี้ระบายออกไม่ทัน มันจะสะสมอยู่บริเวณปลายดอก ทำให้ปลายดอกไม่ได้สัมผัสกับเนื้อวัสดุใหม่เต็มที่ และต้องเสียพลังงานไปกับการบดเศษเดิมซ้ำ ๆ
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมดอกเจาะปูนจึงมีร่องสำหรับลำเลียงเศษ และทำไมในการเจาะรูลึก ผู้ใช้มักถอนดอกออกเป็นระยะเพื่อช่วยนำฝุ่นออกจากรู
ถ้าเจาะต่อเนื่องโดยไม่ปล่อยให้เศษออกเลย นอกจากงานจะช้าลงแล้ว ยังสร้างความร้อนบริเวณดอกมากขึ้นด้วย
บางครั้งอาการที่ดูเหมือน สว่านกระแทกแรงไม่พอ ไม่ได้มาจากมอเตอร์ แต่เป็นเพราะรูเต็มไปด้วยฝุ่น ดอกเริ่มทื่อ หรือร่องดอกระบายเศษออกไม่ดีแล้ว
เข้าใจกลไกแล้ว จะใช้ สว่านกระแทก ได้ดีขึ้น
เมื่อรู้แล้วว่าภายในสว่านกระแทกไม่ได้มีค้อนตัวเล็ก ๆ วิ่งมาตอกดอกสว่าน เราจะเริ่มเข้าใจพฤติกรรมหลายอย่างของ สว่านกระแทก ได้ง่ายขึ้น
  • ●
    ทำไมต้องออกแรงกดเครื่องในระดับหนึ่ง? เพราะแรงนั้นช่วยให้กลไกกระแทกทำงาน
  • ●
    ทำไมดอกเจาะปูนจึงสำคัญ? เพราะปลายดอกต้องเป็นส่วนที่รับแรงกระแทกและบดวัสดุ
  • ●
    ทำไมต้องถอนดอกเป็นครั้งคราวเมื่อเจาะลึก? เพราะเศษปูนต้องมีทางออก
เราจะไม่แปลกใจเมื่อสว่านกระแทกเริ่มทำงานหนัก เมื่อเจอกับคอนกรีตแข็ง เพราะนั่นอาจเป็นงานที่เครื่องมืออีกประเภทอย่างสว่านโรตารี่เหมาะสมกว่า
ที่สำคัญ เราจะไม่ใช้คำว่า “แรง” เป็นเกณฑ์เดียวในการเลือกเครื่องมืออีกต่อไป
สว่านกระแทกที่กำลังสูงแต่ใช้ดอกผิดประเภทก็อาจเจาะช้า และ สว่านกระแทกที่ดี แต่ผู้ใช้กดหนักเกินไปก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
สว่านกระแทก ที่เหมาะกับงานติดตั้งทั่วไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ สามารถใช้แทนสว่านโรตารี่ ในงานคอนกรีตหนัก
สรุป สว่านกระแทก เจาะปูนได้ เพราะ “หมุนและกระแทก” พร้อมกัน
สว่านกระแทก ไม่ได้ตอกแรง ๆ เหมือนค้อน แต่สร้างแรงกระแทกตามแนวแกน ขนาดเล็กจำนวนมากขณะที่ดอกกำลังหมุน แรงกระแทกนี้ช่วยให้ปลายดอกเจาะปูนสร้างรอยแตก และบดวัสดุออก ส่วนการหมุนช่วยเปลี่ยนตำแหน่งคมดอก และพาเศษปูนออกมาตามร่องของดอก
เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดทำงานพร้อมกัน สิ่งที่ดูเหมือนสว่านธรรมดา จึงค่อย ๆ กินเนื้ออิฐและปูนเข้าไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีค้อนขนาดใหญ่ตอกอ ยู่ภายในเครื่อง
แต่ประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นได้เต็มที่ ก็ต่อเมื่อส่วนอื่นถูกต้องด้วย ตั้งแต่เลือก ดอกเจาะปูน ให้เหมาะกับวัสดุ ใช้แรงกดในระดับพอดี ระบายเศษออกจากรู และรู้ขีดจำกัดของเครื่องมือ หากงานเปลี่ยนจากเจาะผนังทั่วไปไปเป็นการเจาะคอนกรีตแข็งจำนวนมาก การเปลี่ยนไปใช้สว่านโรตารี่ ที่มีกลไกกระแทกสำหรับงานหนักโดยตรง ก็อาจเหมาะสมกว่า
ดังนั้น ถ้าเปิดโหมดรูปค้อน แล้วได้ยินสว่านส่งเสียงดังขึ้น อย่าเพิ่งนึกว่ามีค้อนเล็ก ๆ กำลังทุบอยู่ข้างในครับ สิ่งที่เกิดขึ้น คือกลไก ที่เปลี่ยนการหมุนธรรมดา ให้มีการเคลื่อนตัวตามแนวแกนอย่างรวดเร็ว
และแรงเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำหลายครั้งนี่เอง ที่ช่วยให้ สว่านกระแทก เจาะปูนได้ แม้สิ่งที่เราเห็นจากภายนอก จะดูเหมือนดอกสว่านกำลังหมุนอยู่เฉย ๆ ก็ตาม
หาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่อง สว่่านกระแทก ได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้
โฆษณา