Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ThaiPFA Thai Professional Finance Academy
•
ติดตาม
21 ก.ย. เวลา 10:18 • การศึกษา
รูปคู่คนดังหนึ่งรูป ควรซื้อความไว้ใจจากเราได้แค่ไหน?
กรณีที่ถูกเรียกว่า “สาวหล่อตีเนียน” โผล่ข้าง “หนุ่ม กรรชัย” มีเรื่องให้คิดมากกว่าแค่ว่าเข้าไปยืนตรงนั้นได้อย่างไร เพราะหลังจากมีภาพร่วมวงสัมภาษณ์ กรรชัยได้ชี้แจงว่าไม่ได้รู้จักบุคคลดังกล่าวเป็นการส่วนตัว ขณะที่ทนายกุ้งเล่าว่า ตอนแรกตนเข้าใจว่าเป็นคนสนิทของกรรชัย หรือมากับทนายคนอื่นในกลุ่ม ต่างฝ่ายจึงอาจเข้าใจความสัมพันธ์ไม่ตรงกับความเป็นจริงตั้งแต่ต้น.
วันที่ 21 กันยายน เจ้าตัวออกมาขอโทษกรรชัยและผู้เกี่ยวข้องเรื่องการเข้าไปร่วมเฟรม พร้อมบอกว่าจะไม่ทำอีก และชี้แจงว่าการถ่ายรูปกับคนดังมาจากความชื่นชอบ ไม่ได้มีเจตนานำไปแสวงหาประโยชน์.
แต่เรื่องก็มีอีกด้าน เมื่อมีผู้มาร้องเรียนในรายการโหนกระแส กล่าวหาว่ามีการนำภาพคนดังไปใช้ข่มขู่ ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธ ส่วนข้อความประกอบภาพหนึ่งที่อ้างว่าอีกฝ่ายเปิดทางให้โทรหาได้นั้น เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นข้อความที่ตนเขียนขึ้นเอง ไม่ใช่คำพูดจริง ประเด็นที่ยอมรับแล้วกับข้อกล่าวหาที่ยังโต้แย้งกันจึงต้องแยกออกจากกัน.
**ตรงนี้ต่างหากที่เกี่ยวกับพวกเราชาวบ้าน—ภาพอาจเป็นภาพจริง แต่ความสัมพันธ์ที่เราเข้าใจจากภาพนั้น อาจไม่จริงตามไปด้วย**
ลองนึกถึงวันที่มีคนมารับงานจากเรา ชวนทำธุรกิจ หรืออ้างว่าช่วยประสานเรื่องเดือดร้อนได้ แล้วเปิดรูปที่ถ่ายกับคนมีชื่อเสียงให้ดู เราจะถามรายละเอียดน้อยลงไหม? เราจะเกรงใจมากขึ้นหรือเปล่า? และถ้าเขาพูดว่า “ผมรู้จักคนนี้” เราเผลอแปลต่อเองหรือไม่ว่า “คนนี้รับรองเขาแล้ว”?
การได้ถ่ายรูปกับคนที่ชื่นชอบไม่จำเป็นต้องมีอะไรแอบแฝง การรู้จักกันผ่านคนอื่นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสดี ๆ ถ้าเราระแวงทุกความสัมพันธ์จนหมด สังคมก็คงอยู่ยาก แต่ระหว่าง **“เคยพบกัน” “รู้จักกัน” และ “ได้รับมอบหมายให้ทำเรื่องนี้”** เราควรใช้หลักฐานเท่ากันหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่ต้องวางลงไปไม่ใช่แค่ความรู้สึกดี แต่เป็นเงิน งาน หรือความปลอดภัยของเรา?
สำหรับคนธรรมดา คำถามก่อนตกลงอะไรจึงอาจไม่ใช่แค่ “คุณรู้จักใคร” แต่เป็น **“คนที่คุณอ้างถึง ยืนยันบทบาทของคุณในเรื่องนี้หรือยัง?”** ต่อให้รู้จักกันจริง ก็ยังมีอีกคำถามว่า สิ่งที่เสนอให้เรานั้นตรวจสอบได้และมีเงื่อนไขอย่างไร ความสนิทกับใครสักคนไม่ได้ตอบคำถามเหล่านี้แทนเรา
แล้วสังคมควรรับมือกับข่าวแบบนี้อย่างไร?
ด้านหนึ่ง การเปิดเผยเรื่องราวทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีโอกาสชี้แจง และในกรณีนี้ก็มีผู้ที่กล่าวอ้างว่าได้รับความเสียหายออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม นี่อาจเป็นประโยชน์ที่มากกว่าความบันเทิง. แต่อีกด้าน ถ้าเราเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นมุก หรือขยายจากการตรวจสอบพฤติกรรมไปเป็นการเหยียดรูปลักษณ์และรุมประณาม เราจะได้ความจริงเพิ่มขึ้น หรือแค่ได้คนหนึ่งคนมาเป็นเป้าระบายอารมณ์?
เราอาจไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “ขำแล้วปล่อยผ่าน” กับ “ตัดสินว่าเขาผิดทุกเรื่อง” การรับฟังคำชี้แจงกับการตรวจสอบข้อกล่าวหาสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เช่นเดียวกับการเคารพคนคนหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด
**เรื่องนี้จึงชวนถามว่า เรากำลังสร้างสังคมที่ให้ความน่าเชื่อถือจากสิ่งที่ตรวจสอบได้ หรือให้ภาพว่า “รู้จักคนสำคัญ” เป็นทางลัดผ่านคำถามที่คนอื่นต้องตอบ?**
และก่อนจะถามว่า คนในข่าวทำให้คนอื่นเชื่อได้อย่างไร ลองถามตัวเราเองสักข้อ—
**ถ้าลบคนดังออกจากรูป เราจะยังเชื่อคนคนเดิม ด้วยเหตุผลอะไร?**
เพราะความไว้ใจของคุณมีค่า ไม่ต่างจากเงินทุกบาทที่หามาด้วยความเหนื่อย ThaiPFA ไม่ได้อยากให้คุณระแวงทุกคน แต่อยากให้คุณมีข้อมูลเพียงพอก่อนฝากเงิน ฝากความหวัง หรือฝากอนาคตไว้กับใคร ให้โอกาสคนได้ พร้อมกับตรวจสอบให้แน่ใจได้เช่นกัน อย่าให้ภาพเดียวทำให้เราเชื่อทุกอย่าง หรือใช้ภาพเดียวตัดสินใครทั้งชีวิต ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA
#หนุ่มกรรชัย #รูปคู่คนดัง #ความน่าเชื่อถือ #รู้เท่าทันสื่อ #ตรวจสอบก่อนเชื่อ #ประเด็นสังคม #คุณอยู่ฝั่งไหน #ThaiPFA
แนวคิด
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย