•
22 ก.ย. เวลา 01:44 • การตลาด

แบรนด์ส่วนใหญ่พยายามหนีจากความขัดแย้ง แต่ Heinz 🍅 กลับวิ่งเข้าใส่มัน พร้อมกับถือซองหนึ่งซองไปด้วย

หลังเกิดเหตุการณ์ที่ถูกมองว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และได้รับเสียงวิจารณ์จากสาธารณชนอย่างหนัก Heinz ไม่ได้ออก Press Release 📰 มาชี้แจง ไม่ได้พยายามแก้ตัว และไม่ได้ถอยออกจากบทสนทนา
พวกเขาสร้าง “Penalty Packet” หรือ “ซองลงโทษ” ขึ้นมา สำหรับลงโทษสิ่งที่เรียกว่า “Food Fouls” การทำผิดกติกาเรื่องอาหาร
นี่คือความแตกต่างระหว่างแบรนด์ที่เอาแต่บริหารความเสี่ยง กับแบรนด์ที่กล้าเล่นกับไฟ 🫳🏻🔥
เมื่อบริษัทส่วนใหญ่ได้ยินเสียงวิจารณ์ สิ่งแรกที่คิดคือ “เราต้องออกห่างจากเรื่องนี้” แต่ Heinz กลับคิดว่า “แล้วถ้าเราเอาเรื่องนี้มาเล่นต่อเสียเลยล่ะ? 😆”
พวกเขาหยิบพลังงานของเสียงวิจารณ์มาเปลี่ยนทิศทาง จากคนที่กำลังหัวเราะเยาะแบรนด์ กลายเป็นคนที่กำลังเล่นมุกเดียวกับแบรนด์ และจาก Critics ก็กลายเป็น Co-conspirators คนที่เข้ามาร่วมเล่นเกมด้วยกัน 🫂
นี่คือสิ่งที่แบรนด์เก่งๆ เข้าใจ
ความยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการหลบหนีบทสนทนา แต่มันเกิดจากการเดินเข้าไปอยู่ในบทสนทนานั้น 🫳🏻💬 แล้วเปลี่ยนพลังของมันให้กลายเป็นบางอย่างที่ผู้คนอยากมีส่วนร่วม 🫱🏻‍🫲🏼
เพราะในโลกที่ทุกแบรนด์พยายามพูดให้ดูดี ปลอดภัย และเหมือนกันไปหมด หนึ่งในสิ่งที่แย่ที่สุดที่แบรนด์ทำได้ คือ การจริงจังกับตัวเองมากเกินไป
มีประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก
“You can't sneak up on greatness.”
“คุณไม่มีทางแอบย่องเข้าไปหาความยิ่งใหญ่ได้”
ความยิ่งใหญ่ต้องกล้าให้คนเห็น ต้องกล้าเล่น ต้องกล้ารับแรงกระแทก และบางครั้งต้องกล้าหัวเราะไปกับเรื่องที่กำลังหัวเราะเราอยู่ 😎
เพราะฉะนั้น ครั้งต่อไปที่แบรนด์ของคุณกำลังเจอวิกฤต อย่าเพิ่งถามว่า “เราจะทำอย่างไรให้เรื่องนี้หายไป❓”
ลองถามใหม่ว่า…
“เราจะเปลี่ยนเรื่องนี้ให้กลายเป็น Campaign ได้อย่างไร❓”
เพราะ Crisis ครั้งต่อไปของคุณ อาจเป็น Campaign ครั้งต่อไปของคุณก็ได้
คุณแค่ยังหาวิธีเล่นกับมันไม่เจอเท่านั้นเอง 👾
Credit: David Brier
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
โฆษณา