วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ

LEGO ธุรกิจครอบครัวรายได้ 400,000 ล้านบาท ที่มีโรงเรียนสอน วิธีเป็นเจ้าของกิจการ ให้ทายาท

ความผิดพลาดของหลายธุรกิจครอบครัว คือการไม่ได้เตรียมพร้อมทายาทให้ขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ อย่างเป็นระบบ
ราวกับว่าความสามารถในการบริหารธุรกิจ บารมี และความเข้าใจในบทบาทของการเป็นเจ้าของกิจการนั้น สามารถส่งต่อกันได้โดยสายเลือด
ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่..
นั่นคือสิ่งที่ LEGO บริษัทตัวต่อของเล่น ที่คนทั่วโลกต้องรู้จัก ซึ่งปี 2025 ที่ผ่านมาก็เพิ่งทำรายได้ไปกว่า 426,590 ล้านบาท นั้นตระหนักดี
1
เพราะพวกเขาก็เป็นธุรกิจครอบครัวที่ผ่านมรสุมหลากหลาย แต่ก็ส่งต่อกันมาได้ถึงรุ่นที่ 4 และกำลังจะมีรุ่นที่ 5 เข้ามารับช่วงในอนาคต
จนทำให้ทายาทรุ่นที่ 4 ของกิจการ นำโดยคุณ Thomas Kirk Kristiansen ประธานบอร์ด LEGO Group คนปัจจุบัน
ตัดสินใจตั้งสิ่งที่เรียกว่า “LEGO School” ขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมทายาทรุ่นต่อไป ในการเข้าสู่กิจการ
แล้วโรงเรียนแห่งนี้ สอนอะไรให้กับทายาทรุ่นที่ 5 บ้าง และจะช่วยในการส่งต่อธุรกิจของ LEGO อย่างไร ?
ก่อนหน้านั้น ธุรกิจครอบครัวของ LEGO ก็เหมือนการส่งต่อธุรกิจครอบครัวทั่วไป คือการให้ทายาทคนใดคนหนึ่งขึ้นมาเป็นผู้บริหาร
โดยคุณ Godtfred Kirk Christiansen รุ่นที่ 2 ผู้เปลี่ยนทิศทางของ LEGO จากการขายของเล่นไม้ มาเป็นการขายตัวต่อพลาสติก ที่อยู่มาถึงปัจจุบัน
ก็รับช่วงต่อจากคุณ Ole Kirk Kristiansen ผู้ก่อตั้ง จากการเข้ามารับตำแหน่งบริหารตั้งแต่อายุเพียงแค่ 30 ปี
จากนั้นคุณ Godtfred ก็ใช้วิธีส่งต่อกิจการให้กับรุ่นที่ 3 อย่างคุณ Kjeld Kirk Kristiansen ด้วยวิธีคล้าย ๆ กัน คือให้ลูกเข้ามาฝึกงานในกิจการก่อนจะขึ้นบริหาร
และได้มีการใช้ผู้บริหารคนนอก คือคุณ Vagn Holck Andersen ให้มาเป็น Managing Director คั่นกลาง ในตอนที่คุณ Kjeld ยังเรียนรู้การบริหารอยู่
รวมถึงมีการตั้งบริษัท KIRKBI ซึ่งเป็นบริษัท Holdings ของครอบครัว และ LEGO Foundation เพื่อเข้ามาถือหุ้น LEGO Group เป็นสัดส่วน 75% และ 25% ตามลำดับ
แทนการให้สมาชิกครอบครัว ถือหุ้น LEGO Group อย่างกระจัดกระจายกันเอง
จนกระทั่งปี 2004 คุณ Kjeld ได้ลงจากตำแหน่ง CEO ในช่วงที่บริษัทขาดทุนถึง 9,600 ล้านบาท หนักที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา
พร้อมให้คุณ Jørgen Vig Knudstorp เข้ามารับตำแหน่ง CEO แทน จนสามารถกอบกู้บริษัทกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง
ทำให้ถึงจุดนี้ LEGO ได้เปลี่ยนจากธุรกิจครอบครัวแบบเดิม ที่สมาชิกในครอบครัวต้องช่วยกันดูแลเท่านั้น
กลายเป็นธุรกิจครอบครัวมืออาชีพ ที่กำลังแยก ความเป็นเจ้าของสำหรับคนในตระกูล และอำนาจในการบริหารธุรกิจจากผู้บริหาร ออกจากกันอย่างชัดเจน
เห็นได้ชัดจากที่คุณ Thomas รุ่นที่ 4 นั้น ได้ถูกเลือกให้เป็น Most Active Owner เพื่อเข้ามารับช่วงต่อกิจการในปี 2016
ก่อนจะรับตำแหน่งของประธานบริษัท ซึ่งมีหน้าที่กำหนดทิศทางของธุรกิจ ผ่านบอร์ดบริหาร ในปี 2020
ส่วนคนที่เข้ามารับตำแหน่ง CEO ที่ทำหน้าที่บริหารธุรกิจในแต่ละวัน ตามทิศทางและเป้าหมายของบอร์ดบริหาร ต่อจากคุณ Jørgen อย่างคุณ Bali Padda และคุณ Niels B. Christiansen ผู้เป็น CEO คนปัจจุบัน ต่างก็เป็นคนนอกตระกูล Kristiansen ทั้งสิ้น
เมื่อความเป็นเจ้าของและการบริหารธุรกิจ ถูกแบ่งกันแบบนี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้สมาชิกครอบครัว Kristiansen รุ่นที่ 4 ตัดสินใจตั้งสิ่งที่เรียกว่า LEGO School ขึ้นมา
เพื่อไว้ใช้สอนสมาชิกครอบครัวรุ่นที่ 5 ซึ่งจะขึ้นมาเป็นผู้ดูแลธุรกิจ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้รับตำแหน่ง
สิ่งที่ LEGO School สอนนั้น จะถูกแบ่งให้เหมาะสมตามแต่ละช่วงวัยของสมาชิกรุ่นที่ 5 ไม่ต่างกันกับการศึกษาที่แบ่ง ประถม, มัธยม และมหาวิทยาลัย
โดยสมาชิกครอบครัวในวัยเด็ก จะเน้นไปที่การเล่น โดยเฉพาะเล่นกับเหล่าเซตตัวต่อใหม่ ๆ ของ LEGO
เพื่อเป็นการเรียนรู้หนึ่งในค่านิยมที่สำคัญของธุรกิจ อย่าง “เล่นให้ดี” หรือ Leg Godt ที่เป็นที่มาของชื่อบริษัทอย่าง LEGO นั่นเอง
อีกทั้งทางบริษัทก็จะได้ Feedback จากลูกค้าเด็กตัวจริงเสียงจริง ก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ท้องตลาดด้วย
สำหรับสมาชิกที่เริ่มเป็นวัยรุ่นขึ้นมา ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูล และปรัชญาในการทำธุรกิจที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นแรกอย่างเข้มข้น
รวมถึงเรียนรู้เรื่องวิธีใช้ความมั่งคั่งที่ตัวเองมีอย่างรับผิดชอบ ต่อธุรกิจ สังคม และครอบครัวด้วย
ส่วนสมาชิกที่เริ่มเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ถึงจะได้เรียนรู้บทบาทการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ด้วยการเข้าสังเกตการณ์การประชุมบอร์ดบริหาร
เพื่อเรียนรู้บทบาทของบอร์ดบริหาร และกระบวนการตัดสินใจของธุรกิจ
ซึ่งสมาชิกครอบครัวรุ่นที่ 5 จะถูกสอนโดย LEGO School ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวสายที่จะต้องขึ้นมารับช่วงต่อหรือไม่ก็ตาม
เพราะสำหรับสมาชิกครอบครัว ที่เป็นผู้ถือหุ้นเฉย ๆ ไม่ได้ขึ้นมารับช่วงต่อดูแลกิจการ ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะไม่สนใจไยดีธุรกิจของตัวเองเลย
สุดท้ายการเป็นเจ้าของ ก็ยังหมายถึงการมีสิทธิออกเสียงในการตัดสินใจต่าง ๆ ของธุรกิจครอบครัว ผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้นอยู่ดี
และยิ่งเป็นการได้รับสืบทอดหุ้นมา ถ้าไม่ปลูกฝังให้สมาชิกเห็นคุณค่า ก็มีความเสี่ยงที่คนรุ่นใหม่จะไม่อยากรักษาธุรกิจครอบครัวไว้ในมือ
จะเห็นได้ว่า LEGO School ไม่ได้สอนวิธีเป็น CEO ให้กับสมาชิกครอบครัว เพราะหน้าที่นั้น ตระกูล Kristiansen ได้ยกให้เป็นของผู้บริหารมืออาชีพไปแล้ว
สิ่งที่โรงเรียนนี้สอน คือวิธีการเป็นผู้ถือหุ้นที่ดี คือ ต้องรู้ปรัชญาของธุรกิจ และคุณค่าของหุ้นที่ตัวเองมี รวมทั้งการตัดสินใจต่าง ๆ ในธุรกิจ
เนื่องจาก LEGO ในปัจจุบัน ไม่ได้ฝากความหวังว่าทายาทที่เก่งกาจสักคน จะลุกขึ้นมาบริหารธุรกิจทั้งหมดด้วยตัวเองอีกต่อไป
แต่คาดหวังให้ ลูกหลานทุกคนนั้นเห็นคุณค่าของธุรกิจที่ตัวเองมี และส่งต่อเจตนารมณ์ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ผู้ก่อตั้งต่อไป ผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้นและบอร์ดบริหาร
ซึ่งสิ่งที่ว่ามานั้น ย่อมเกิดขึ้นได้จากการปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย หาใช่การถ่ายทอดทางสายเลือด
นั่นจึงไม่แปลกใจที่คุณ Thomas และทายาทรุ่นที่ 4 ของ LEGO จะตัดสินใจตั้ง LEGO School ขึ้นมา
เพื่อให้ลูกหลานรุ่นที่ 5 รู้บทบาทและความรับผิดชอบของตนเอง ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะโตและได้เป็นเจ้าของกิจการเสียอีก..
#WealthTransfer
#ธุรกิจครอบครัว
#LEGO
โฆษณา