23 ก.ย. เวลา 00:00 • ธุรกิจ

บทที่ 196 : สถาปัตยกรรมของความรู้ — ต้นทุนเพิ่ม 4% เพื่อขึ้นราคา 30% — Yara วางขวดสารสกัดชุดใหม่ลงตรงหน้า Fuji ...

เขาสูดดมกลิ่นแล้ว แต่ยังมีความกังวลเนื่องจาก M4 ที่เคยทำให้เนื้อขนมปังแข็งจนลูกค้าบ่น ร้านค้าที่เป็นกลุ่มทดลอง 47 แห่งกำลังรอผลการทดสอบของเดือนหน้า
ถ้าโมดูล (M) ตัวต่อไปที่กำลังจะทดสอบให้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ จะทำให้งานสะดุดทั้งระบบ
กลิ่นยีสต์ในห้องวิจัยกลางของ Vale Bakery กำลังเริ่มทำงาน...
กลิ่นยีสต์ที่กำลังทำงานตลบอบอวลผสมปนเปกับกลิ่นสารสกัดเข้มข้นภายในห้องวิจัยกลางของ Vale Bakery เป็นสัญญาณของการเข้าสู่เดือนที่ 4 ในโครงการระบบการผลิตแบบแยกส่วน (Modular System) บนโต๊ะกลางห้องมีกองแฟ้มสะสมงานหนาเตอะเรียงซ้อนกัน มุมบนของแฟ้มแต่ละเล่มติดป้ายระบุผลการทดสอบเดือนที่ 1 ถึง 3 ไว้อย่างชัดเจน
Yara หัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนายืนพลิกเปิดหน้ากระดาษในแฟ้มอยู่ข้างโต๊ะ ขณะที่ Fuji กำลังยกถาด Baguette ออกจากเตาอบร้อนๆ แรงระอุของความร้อนแผ่ออกมาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่น ส่วน Elsa ยืนเคาะชอล์กอยู่หน้ากระดานสีเขียวขี้ม้าที่มีตัวเลข แผนภาพ และตารางการทดสอบที่ถูกขีดฆ่าและแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายเดือน
Yara หยิบขนมปังร้อนๆ ขึ้นมาหนึ่งก้อน สายตาเพ่งมองผิวสัมผัสภายนอกก่อนเอ่ยถามว่านี่คือสูตรที่ใช้ตัวเสริมความกรอบ เวอร์ชันล่าสุด M1 ใช่ไหม
Fuji พยักหน้ารับพลางบิขนมปังออกเป็นสองซีก เสียงเปลือกแตกดังกรอบชัดเจนภายในห้องวิจัย
Fuji ยื่นชิ้นขนมปังให้ทุกคนดูพลางอธิบายว่าเขาลดอุณหภูมิเตาลง 5 องศาเซลเซียส เนื่องจากเวอร์ชันแรกของ M1 ไวต่อความร้อนเกินไป ทำให้เปลือกไหม้ก่อนเนื้อด้านในจะเซ็ตตัว แต่ตอนนี้การเกิดปฏิกิริยาให้สีน้ำตาล (Maillard Reaction) เกิดในจุดที่เหมาะกว่า โครงสร้างโปรตีนจึงเสถียรกว่าเดิม
Yara ถามถึงการทดสอบอายุการเก็บรักษา (Shelf-Life Test) ซึ่ง Fuji ยืนยันว่าวันที่ 5 ยังกรอบอยู่ แต่เป้าหมายคือ 7 วัน จึงต้องรอผลอีก 2 วัน
Yara พยักหน้าพลางเปิดแฟ้มผลการทดสอบดูรายงานก่อนหน้า ทั้งภาพก้อนแป้งที่ยุบตัวหลังอบ ขนมปังผิวแตกร้าว และผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าทดลองที่บ่นว่าแข็งเกินไป กลิ่นหายเร็ว หรือไม่คุ้มราคา
Fuji หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นภาพเหล่านั้นแล้วเปรยว่ายังจำวันที่ต้องทิ้งขนมปังทั้งล็อตได้ Yara จึงวางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วบอกว่าความล้มเหลวที่บันทึกไว้ คือค่าใช้จ่ายที่จ่ายครั้งเดียวแต่ให้ผลตอบแทนตลอดไป
Elsa หันไปเขียนข้อความใหม่บนกระดานเป็นรหัส M4 ใยอาหารผสม (Fiber Blend) และ M5 สารเสริมคุณภาพ (Fat Emulsion) ก่อนจะหันกลับมาบอกว่าถึงเวลาของระยะที่สองแล้ว เพราะสองส่วนนี้ยังไม่ผ่านการทดสอบเมื่อนำไปใช้ร่วมกับ M1 เมื่อ Fuji ถามถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับ M1 Elsa ก็ตอบทันทีว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 4% แต่ราคาขายสามารถเพิ่มได้ราว 30%
Fuji ถามด้วยความกังวลว่าลูกค้ายอมจ่ายจริงหรือ Elsa จึงเปิดรายงานอีกฉบับชี้แจงว่าจากการทดสอบกับร้านตัวอย่าง 12 แห่ง มี 9 แห่งยอมรับราคาที่สูงขึ้น อีก 3 แห่งปฏิเสธ แต่เมื่อคำนวณกำไรต่อหน่วยแล้ว ผลตอบแทนเฉลี่ยยังเพิ่มขึ้นประมาณ 18%
คุณภาพที่ลูกค้ารับรู้ได้ชัดเจนมักสร้างมูลค่าได้มากกว่าการลดต้นทุนเพียงเล็กน้อย
Yara หยิบขวดสารสกัดขวดใหม่ขึ้นมาอธิบายว่านี่คือ M2 ธัญพืชและเมล็ดพันธุ์ ที่เปลี่ยนขนาดอนุภาคให้เล็กลงเพื่อกักเก็บน้ำมันหอมระเหยให้กลิ่นหอมอยู่ได้นานขึ้น ก่อนจะส่งอีกขวดให้ Fuji ซึ่งเป็น M3 หัวเชื้อนมหมักที่ผ่านการตรวจสอบจุลินทรีย์แล้ว
Fuji เปิดฝาสูดกลิ่นแล้วยอมรับว่ากลิ่นนิ่งกว่าชุดแรกมาก แต่ยังห่วง M4 ที่เคยทำให้เนื้อขนมปังแข็งจนลูกค้าบ่น Yara จึงชี้แจงว่าเวอร์ชัน 2 นี้ถูกบดละเอียดกว่าเดิม 40% เพื่อลดผลกระทบต่อการขยายตัวของก้อนแป้ง
Elsa เดินกลับไปที่กระดานแล้วเขียนตัวเลข 3 ฐานคูณ 7 โมดูล ไว้ตรงกลาง จากนั้นลากเส้นแตกแขนงสูตรหนึ่งสูตรสองออกไปจนเต็มพื้นที่กระดาน
Fuji มองภาพตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วบ่นว่าไม่มีใครจำสูตรพวกนี้ได้หมด Elsa ยิ้มแล้วเคาะชอล์กลงบนกระดานเสียงดัง ปัง เธออบอกว่าไม่ได้ออกแบบให้คนจำ แต่ออกแบบให้ระบบจำแทนคน
ห้องวิจัยเงียบเสียงลงชั่วขณะ Elsa กล่าวต่อว่าสิ่งที่ลูกค้าเห็นคือขนมปังหนึ่งก้อน แต่สิ่งที่พวกเขากำลังสร้างจริงๆ คือโครงสร้างเบื้องหลังที่ทำให้ขนมปังก้อนนั้นถูกผลิตซ้ำได้เป็นพันครั้งโดยได้คุณภาพใกล้เคียงกัน
Yara เสริมทันทีพลางชี้ไปที่สูตรตัวอย่างว่าถ้าลูกค้าต้องการขนมปังธัญพืชสไตล์ฝรั่งเศส ก็แค่เลือกแป้งชนิดแข็ง (Hard Core) ผสมกับ M1 และ M2 ราคาขายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 45% แต่ต้นทุนเพิ่มเพียง 12% และสูตรนี้ผ่านการทดสอบซ้ำแล้วถึง 3 รอบ
Elsa อธิบายต่อว่าส่วนขนมปังโฮลวีทเนื้อนุ่มจะใช้แป้งชนิดนุ่ม (Soft Core) ผสมกับ M3, M4 และ M7 แต่ M7 ยังต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยก่อน
Fuji มองตารางแล้วถามย้ำด้วยความกังวลถึงการทดสอบนำร่อง (Pilot Test) ในเดือนหน้าเพราะยังเหลือ M6 กับ M7
Yara ยืนยันหนักแน่นว่าต้องเริ่มตามกำหนดเนื่องจากร้านค้าทดลอง 47 แห่งกำลังรอผลอยู่ หากเลื่อนออกไปทุกอย่างจะสะดุด และคู่แข่งก็ไม่ได้หยุดพัฒนา
Fuji ถอนหายใจยาวกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นแล้วถามว่าหาก M4 หรือ M5 ไม่ผ่านจะทำอย่างไร
Yara ตอบอย่างเรียบง่ายว่าก็ถือว่าซื้อข้อมูลเพิ่ม ความล้มเหลวที่พบได้เร็วคือกำไร หน้าที่ของ Fuji ไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างสำเร็จ แต่คือการหาจุดที่มันล้มเหลวให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ไข ต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาหลุดเข้าไปในกระบวนการผลิตจริง
Fuji ก้มมองแฟ้มงานในมือที่เต็มไปด้วยตารางเกณฑ์วัดผลงาน ทั้งเวลาอบ อุณหภูมิ ค่าความชื้น อัตราการคืนตัว และอายุการเก็บรักษา ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา เขาเปรยว่าทุกคนทำงานหนักมากแต่เริ่มมองเห็นปลายทางแล้ว
Elsa มองไปยังซอง Premix หลายสิบซองบนชั้นที่ติดหมายเลขการทดลองและผลลัพธ์ไว้อย่างเป็นระบบ
Elsa พูดช้าๆ ว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมาธุรกิจเบเกอรี่พึ่งพาคนเก่ง แต่คนเก่งลาออกได้
Yara เงยหน้าขึ้นมองทันที Elsa หยิบซอง Premix ขึ้นมาหนึ่งซองแล้วเคาะเบาๆ พลางบอกว่าสิ่งที่คุณกำลังสร้างไม่ใช่แค่สูตรขนมปัง แต่คือวิธีเก็บรักษาความรู้ขององค์กร ต่อให้ช่างฝีมือที่เก่งที่สุดหายไป คุณภาพก็ยังอยู่
Fuji มองซอง Premix ในมือเธอด้วยความเงียบงัน ตลอดชีวิตเขาเชื่อว่าความเชี่ยวชาญอยู่ในมือของช่างฝีมือ แต่วันนี้เขาเข้าใจแล้วว่าความเชี่ยวชาญที่มีค่าที่สุดไม่ใช่สิ่งที่คนคนหนึ่งทำได้ดีเพียงลำพัง
หากเป็นระบบที่ทำให้คนอีกนับร้อยทำได้ดีใกล้เคียงกัน เขาปิดแฟ้มลงแล้วให้คำมั่นว่าสองเดือนหลังจากนี้จะทุ่มเทให้กับการทดสอบ M4 และ M5 หากผลออกมาไม่ดีจะแจ้งทันทีตั้งแต่สัปดาห์แรก ไม่ปล่อยให้เสียเวลา
Yara ยิ้มบางๆ สายตาคู่นั้นสะท้อนความเชื่อมั่นก่อนจะบอกว่าความซื่อสัตย์ต่อผลลัพธ์มีค่ามากกว่าความพยายามที่บิดเบือนความจริง
ซึ่งคำพูดนั้นทำให้ Elsa ที่ยืนฟังอยู่หันกลับไปเขียนบนกระดานทันที เธอหยิบชอล์กขึ้นมาขีดเขียนระบุแผนงานของสัปดาห์ที่ 17 ถึง 24 สำหรับการทดสอบระยะสุดท้ายเพื่อตอกย้ำเป้าหมายที่ทุกคนต้องไปให้ถึง
Fuji มองตามลายเส้นชอล์กบนกระดาน ก่อนจะวางแฟ้มลงบนโต๊ะข้างตัวแล้วพยักหน้ารับเงียบๆ
📖 [เบื้องหลังงานเขียน —บทที่ 196 : สถาปัตยกรรมของความรู้]
#เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#ธุรกิจ
#พัฒนาตัวเอง
#นิยายธุรกิจ
#การบริหารจัดการ
#วิจัยและพัฒนา
โฆษณา