•
22 ก.ย. เวลา 16:31 • อาหาร

หมูสะเต๊ะ : จากอาหารต่างถิ่น สู่รสชาติที่คนไทยคุ้นเคย

เคยสงสัยไหมว่า “หมูสะเต๊ะ” เป็นอาหารไทยแท้หรือเปล่า?
ลองมองบนจานดูดี ๆ หมูชิ้นเล็ก ๆ ถูกเสียบด้วยไม้ไผ่ ย่างบนเตาถ่านจนหอม มีน้ำจิ้มถั่วรสหวานมัน และอาจาดแตงกวารสเปรี้ยวหวานวางอยู่ข้าง ๆ ภาพนี้เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยจนแทบไม่รู้สึกว่าเป็นอาหารที่มีเรื่องราวการเดินทางข้ามวัฒนธรรมซ่อนอยู่
เพราะก่อนจะกลายมาเป็น “หมูสะเต๊ะ” ที่เรารู้จัก อาหารชนิดนี้มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการกินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและพื้นที่โลกมลายู
จาก “สะเต๊ะ” สู่ประเทศไทย
สะเต๊ะ หรือ Satay เป็นอาหารประเภทเนื้อเสียบไม้แล้วนำไปย่าง ซึ่งพบได้ในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์
แม้แต่ละพื้นที่จะมีสูตรแตกต่างกัน แต่แนวคิดสำคัญคล้ายกัน คือ นำเนื้อสัตว์มาหมัก เสียบไม้ และย่างไฟ ก่อนรับประทานคู่กับน้ำจิ้มหรือเครื่องเคียง เมื่อวัฒนธรรมอาหารเดินทางเข้ามาในประเทศไทย อาหารก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่สูตรเดิม แต่เริ่มปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัตถุดิบและผู้คนในพื้นที่ และสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ…
เนื้อสัตว์ที่ใช้
ทำไมต้องเป็น “หมู”?
สะเต๊ะในพื้นที่ที่มีชุมชนมุสลิมจำนวนมากมักใช้เนื้อสัตว์อย่างไก่ เนื้อวัว หรือแพะ เพราะหมูไม่ใช่เนื้อที่ชาวมุสลิมบริโภค แต่เมื่อสะเต๊ะเข้ามาอยู่ในบริบทของสังคมไทย ซึ่งมีการบริโภคเนื้อหมูอย่างแพร่หลาย หมูจึงกลายเป็นวัตถุดิบที่เหมาะกับผู้บริโภคไทยมากขึ้น การเปลี่ยนจากเนื้อชนิดหนึ่งมาเป็นหมูจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเรื่องรสชาติ แต่เกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรม ศาสนา ความคุ้นเคย และวัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่
นี่คือสิ่งที่น่าสนใจของอาหารต่างวัฒนธรรม เพราะเมื่ออาหารเดินทางไปถึงบ้านใหม่ มันมักจะถูกปรับให้เข้ากับคนที่อยู่บ้านนั้น
แล้วรสชาติเปลี่ยนไปอย่างไร?
นอกจากเนื้อแล้ว เครื่องหมักและรสชาติ ของสะเต๊ะในไทยก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง หมูสะเต๊ะมักหมักด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร เช่น ขมิ้น ตะไคร้ กระเทียม รวมถึงส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความหอมและความนุ่ม ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่าน เมื่อย่าง ความหอมของเครื่องหมักจะผสมกับกลิ่นควัน ทำให้หมูสะเต๊ะมีเสน่ห์ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ชิม
แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ น้ำจิ้ม
น้ำจิ้มสะเต๊ะแบบที่คนไทยคุ้นเคยมักมีรสหวาน มัน เค็ม และหอมถั่ว ขณะที่อาจาดช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวหวานและความสดชื่น ทำหน้าที่ตัดความมันของหมูและน้ำจิ้ม
เครื่องเคียงที่ทำให้สะเต๊ะ “เป็นแบบไทย”
ถ้าพูดถึงหมูสะเต๊ะ สิ่งที่ทำให้จานนี้มีเอกลักษณ์ไม่ได้มีแค่หมูย่างกับน้ำจิ้ม แต่ยังรวมถึง เครื่องเคียง เครื่องเคียงที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดคือ อาจาด ซึ่งประกอบด้วยแตงกวา หอมแดง และพริก นำมาคลุกหรือแช่ในน้ำปรุงรสที่มีรสเปรี้ยว หวาน และเค็ม
เหตุผลที่อาจาดเข้ากับหมูสะเต๊ะได้ดีมากก็เพราะมันช่วย ตัดความมันและความเข้มข้น ของหมูหมักและน้ำจิ้มถั่ว ทำให้เมื่อกินต่อกันแล้วรสชาติไม่หนักจนเกินไป อีกอย่างที่มักพบคู่กับหมูสะเต๊ะในประเทศไทยคือ ขนมปังปิ้ง นำไปย่างจนด้านนอกกรอบเล็กน้อย แต่ด้านในยังนุ่ม แล้วนำมารับประทานคู่กับหมูสะเต๊ะและน้ำจิ้ม
ขนมปังไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพิ่มความอิ่ม แต่ยังช่วยรับน้ำจิ้มถั่วที่เข้มข้น ทำให้เกิดอีกหนึ่งสัมผัสในมื้ออาหาร
เมื่อรวม หมูย่างหอม ๆ + น้ำจิ้มถั่วหวานมัน + อาจาดเปรี้ยวหวาน + ขนมปังปิ้ง เข้าด้วยกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มเครื่องเคียง แต่เป็นการสร้าง “วิธีกิน” แบบที่คนไทยคุ้นเคยขึ้นมานี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เมื่ออาหารเดินทางเข้าสู่วัฒนธรรมใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนอาจไม่ได้มีแค่ วัตถุดิบหรือรสชาติ แต่รวมถึงสิ่งที่กินคู่กันด้วย
ลองสังเกตดู จะเห็นว่าหนึ่งจานมีทั้ง หวาน มัน เค็ม และเปรี้ยว อยู่ด้วยกัน พร้อมกับความกรอบ นุ่ม และหอมจากการย่าง นี่เป็นอีกจุดที่สะท้อนวิธีคิดเรื่องรสชาติและการกินของคนไทยได้เป็นอย่างดี
จากอาหารต่างถิ่น สู่ของกินที่คุ้นเคย
เมื่อเวลาผ่านไป หมูสะเต๊ะกลายเป็นอาหารที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่ร้านริมทาง ตลาด ไปจนถึงร้านอาหาร
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อคนไทยกินสะเต๊ะ เราไม่ได้รู้สึกว่ากำลังกิน “อาหารต่างชาติ” อีกแล้ว
เพราะอาหารจานนี้ถูกปรับให้เข้ากับทั้งวัตถุดิบ รสชาติ เครื่องเคียง และพฤติกรรมการกินของคนไทย จนเกิดเป็นรูปแบบที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง นี่จึงทำให้เห็นว่า อาหารไม่ได้มีรูปแบบตายตัว เมื่อเดินทางจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง มันสามารถเปลี่ยนเนื้อ เปลี่ยนเครื่องปรุง เพิ่มเครื่องเคียง และเปลี่ยนวิธีกินได้
แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือแนวคิดเดิมของการนำเนื้อมาหมัก เสียบไม้ และย่าง
ดังนั้น ครั้งหน้าที่เห็นหมูสะเต๊ะ ลองมองให้มากกว่าแค่คำถามว่า “ไม้ละกี่บาท?”
ลองมองไปที่อาจาด น้ำจิ้ม และขนมปังที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วถามต่อว่า…
“สิ่งที่เรากินคู่กันวันนี้ เกิดขึ้นเพราะวัฒนธรรมไหน และถูกปรับให้เข้ากับคนไทยอย่างไร?”
เพราะหมูสะเต๊ะหนึ่งจาน อาจไม่ได้เล่าแค่เรื่องของหมูย่าง
แต่มันกำลังเล่าเรื่องของ การเดินทาง การแลกเปลี่ยน และการปรับตัวของอาหารจากวัฒนธรรมหนึ่งสู่อีกวัฒนธรรมหนึ่ง
จากสะเต๊ะในต่างแดน สู่หมูสะเต๊ะที่อยู่ในความทรงจำของคนไทย
โฆษณา