•
22 ก.ย. เวลา 17:11 • อาหาร

ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง : จากขนมต่างแดน สู่ขนมมงคลแบบไทย

ถ้ามีคนถามว่า “ขนมไทยมีอะไรบ้าง?”
ชื่อที่หลายคนนึกถึงอาจเป็น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ขนมสีเหลืองทองที่มักปรากฏในงานมงคล และเป็นภาพจำของขนมไทยที่เราคุ้นเคย
แต่ลองหยุดคิดสักนิด…
แล้วถ้าขนมเหล่านี้ไม่ได้มีรากมาจากไทยทั้งหมดล่ะ?
เรื่องราวของทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทองเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสยามกับโปรตุเกส โดยเฉพาะในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างของอาหารที่เดินทางข้ามประเทศ แล้วถูกปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินของไทย
จากโปรตุเกสสู่สยาม
โปรตุเกสเป็นหนึ่งในชาติตะวันตกที่เข้ามาติดต่อกับสยามตั้งแต่สมัยอยุธยา การเดินทางเข้ามาของชาวต่างชาติไม่ได้ทำให้เกิดเพียงการแลกเปลี่ยนสินค้าและการค้าเท่านั้น แต่ยังนำเอาวัฒนธรรมการกินเข้ามาด้วย
ขนมหวานของโปรตุเกสหลายชนิดมีการใช้ ไข่ โดยเฉพาะไข่แดง และน้ำตาล เป็นส่วนประกอบสำคัญ เมื่อแนวคิดการทำขนมเหล่านี้เข้ามาในสยาม ก็เกิดการนำมาปรับใช้กับวัตถุดิบและรสนิยมของคนในท้องถิ่น
ชื่อที่มักถูกพูดถึงเมื่อเล่าเรื่องนี้คือ ท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ ผู้มีเชื้อสายโปรตุเกสและญี่ปุ่น และมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำขนมในราชสำนักอยุธยา อย่างไรก็ตาม ต้นกำเนิดของขนมแต่ละชนิดมีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน จึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่าขนมทั้งหมดถูกคิดค้นขึ้นโดยบุคคลเพียงคนเดียว
สิ่งที่เห็นได้ชัดกว่าคือ การนำความรู้ด้านขนมจากต่างวัฒนธรรมมาปรับและพัฒนาในสังคมสยาม
แล้วคนไทยเปลี่ยนอะไร?
เมื่อขนมเดินทางมาถึงประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่าง วัตถุดิบสำคัญอย่าง ไข่แดงและน้ำตาล ยังคงเป็นหัวใจของขนม แต่รูปแบบ วิธีทำ และการนำเสนอถูกพัฒนาให้เข้ากับวัฒนธรรมขนมของไทย จากส่วนผสมพื้นฐานเดียวกัน จึงเกิดรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน
ฝอยทอง ถูกทำให้เป็นเส้นไข่แดงละเอียด
ทองหยอด ถูกหยอดเป็นเม็ดลงในน้ำเชื่อม
ส่วน ทองหยิบ ถูกจัดเป็นกลีบคล้ายดอกไม้
เห็นไหมว่า บางครั้งการเปลี่ยนอาหารไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนวัตถุดิบทั้งหมด แต่เป็นการนำของเดิมมา ตีความใหม่ให้เข้ากับวัฒนธรรมของผู้กิน
ทำไมรสชาติถึงหวานมาก?
เมื่อมองจากวัตถุดิบหลัก ทั้งไข่แดงและน้ำตาล เราจะเห็นว่าขนมกลุ่มนี้มีรสหวานที่ค่อนข้างชัดเจน น้ำตาลไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพิ่มความหวาน แต่ยังช่วยสร้างลักษณะของขนมและทำให้เกิดสีทองสวยเมื่อรวมกับไข่แดง เมื่อขนมเหล่านี้เข้ามาอยู่ในสังคมไทย สีทองก็ได้รับความหมายใหม่ไปด้วยคนไทยนำขนมเหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับ ความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล
ชื่อของขนมเองก็มีความหมายที่น่าสนใจ
“ทองหยิบ” และ “ทองหยอด” ฟังแล้วเชื่อมโยงกับทองและความมั่งคั่ง ส่วน “ฝอยทอง” ก็มีลักษณะเป็นเส้นยาว จึงถูกนำไปเชื่อมโยงกับความต่อเนื่องและความยืนยาวในบริบทของงานมงคล
นี่คือจุดที่ทำให้ขนมไม่ได้เป็นเพียง “ของหวาน” อีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมและความเชื่อ
จากขนมต่างแดน สู่ขนมไทย
วันนี้เมื่อเราเห็นทองหยิบ ทองหยอด หรือฝอยทองในงานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ หรือโอกาสมงคล เราแทบไม่รู้สึกเลยว่าขนมเหล่านี้เคยมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการเดินทางของวัฒนธรรมจากต่างประเทศ
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป อาหารไม่ได้เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป มันถูกนำมาปรับ ถูกนำมาสร้างความหมาย และถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง สุดท้ายขนมที่มีรากจากการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ ก็กลายเป็น “ขนมไทย” ในความรู้สึกของผู้คน
นี่จึงเป็นเสน่ห์ของอาหาร เพราะบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องถามว่า “อาหารนี้เป็นของประเทศไหน?”
แต่อาจถามว่า
“ระหว่างทาง อาหารจานนี้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?”
ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทองจึงไม่ได้เล่าแค่เรื่องของไข่กับน้ำตาล
แต่เล่าเรื่องของ การเดินทาง การปรับตัว และการสร้างความหมายใหม่ให้กับอาหาร
และบางที ขนมสีทองหนึ่งชิ้น อาจมีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิด
โฆษณา