Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แตงโม สกลนคร
•
ติดตาม
23 ก.ย. เวลา 01:36 • หนังสือ
โมเดลแก้จน ที่เหมาะสมกับการเงิน 3 ระดับ
การแก้จนใน มิติเศรษฐกิจ เป้าหมายคือการเงิน การสร้างรายได้ คำถามตามมาคือ “แล้วต้องการรายได้เท่าไหร่” คำตอบดูที่รายจ่ายจำเป็นครัวเรือน ปฏิบัติการแก้จนมีโจทย์ใหญ่ คือ ต้องหารายได้เพิ่มเท่าไหร่ถึงจะพอต่อการดำรงชีพ พอจ่าย หรือพอเหลือเก็บออม
1
จากกรณีศึกษา ระบบการเงินคนจน ที่อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร สำรวจข้อมูล ปี 2568 กลุ่มเป้าหมาย 132 ครัวเรือน มีสมาชิกเฉลี่ย 3 คน พบว่า
●
รายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 14,116 บาทต่อเดือน โดย ร้อยละ 30 มีรายได้ระหว่าง 5,001 - 10,000 บาท
●
รายจ่ายครัวเรือนเฉลี่ย 7,928 บาทต่อเดือน โดย ร้อยละ 38.6 มีรายจ่ายระหว่าง 5,001 - 10,000 บาท
หากนำรายได้ลบกับรายจ่าย ครัวเรือนจะมีเงินคงเหลือ 5,188 บาทต่อเดือน แต่อย่าพึ่งยินดีไปเพราะครัวเรือน ร้อยละ 80 ยังมีหนี้คงค้างเฉลี่ย 167,036 บาท เมื่อหักลบกับเงินคงเหลือในแต่ละเดือนรวมกันตลอดทั้งปี ครัวเรือนจะมีรายได้ติดลบประมาณ -92,780 บาทต่อปี
รู้สึกท้อเลยใช่ไหมครับ แต่ครัวเรือนยังมีทางออก ร้อยละ 75 มีทักษะการเงิน คือ มีเงินออมฉุกเฉิน มูลค่าเฉลี่ย 114,520 บาท ในรูปแบบ เงินฝากธนาคาร ทองคำ สลากออมทรัพย์ กองทุน ประกันสะสมทรัพย์ ที่พอมาหมุนเวียนในครัวเรือน เช่น การลงทุน ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ลงทุน การศึกษา รักษาสุขภาพ
อย่างไรก็ตามจำนวนเงินฉุกเฉินอยู่ใน สถานะที่เปราะบางมาก หากนำไปหักกับรายได้ที่ติดลบ ประกอบกับรายได้ในแต่ละเดือนไม่สม่ำเสมอกันขึ้นอยู่กับฤดูกาล ถ้าครัวเรือนได้รับความเสี่ยงเกิดขึ้น อาจส่งผลให้ฉุดรั้งความยากจนลงไปอีก
นี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโมเดลจน SLF ที่ออกแบบออกแบบ “ระบบรายได้” ให้สัมพันธ์กับ “ระบบรายจ่าย” ของครัวเรือนยากจน 4 กลุ่ม ได้แก่ อยู่ลำบาก อยู่ยาก พออยู่ได้ และอยู่ดี แบ่งออกเป็น 3 ระบบ โดยไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ต้องทำเหมือนกันทั้งหมด แต่ละพื้นที่ต้องปรับใช้ตามทุนชีวิต ทรัพยากร และโอกาสของตนเอง
#ระบบแรก คือ โมเดลเศรษฐกิจครัวเรือน
เป็นระบบที่ช่วยให้ครัวเรือนดำรงชีพอยู่ได้ในแต่ละวัน ผ่านการหาอาหารหรือผลิตอาหารเอง เช่น ปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงสัตว์ หาอาหารจากทรัพยากรในชุมชน เพื่อลดรายจ่ายและสร้างรายได้เล็กน้อย ระบบนี้อาจไม่ได้ทำให้ครัวเรือนร่ำรวย แต่ช่วยลดความกังวลเรื่องปากท้อง อาจไม่ต้องพึ่งเงินสดทุกมื้อ
#ระบบสอง คือ โมเดลธุรกิจชุมชน
เป็นการรวมกลุ่มผลิตและบริหารจัดการมีทุนหมุนเวียน โดยต่อยอดจากวัตถุดิบทรัพยากรและความรู้ในพื้นที่ เช่น สมุนไพร ปลา ป่า ข้าว ทอผ้า สร้างรายได้หรือทีเงินปันผลจากกลุ่ม จะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายรายเดือน เช่น ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมัน และของใช้จำเป็น หัวใจของระบบนี้คือการมีกติการ่วม ระบบบัญชี การบริหารทุน และการแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
#ระบบสาม คือ โมเดลอุตสาหกรรมตำบล
ระบบนี้คือการจัดการห่วงโซ่เศรษฐกิจหลักของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา หรืออ้อย เพื่อให้คนจนมีส่วนร่วมตั้งแต่การผลิต การรวบรวม การแปรรูป จนถึงการตลาด คนจนมีส่วนในการรับจ้างรายวันหรือผู้ขายวัตถุดิบ หากจัดการให้มีราคาสูงมีส่วนแบ่งที่เป็นธรรม จะมีรายได้เป็นเงินเก็บก้อนใหญ่หรือมีเงินสำรองฉุกเฉิน สำหรับใช้กับภาระรายปี เช่น หนี้สิน การศึกษา การรักษาพยาบาล ประกันภัย หรือการซ่อมแซมบ้าน
อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ระบบเศรษฐกิจครัวเรือนช่วยให้ “อยู่รอดวันนี้” ระบบธุรกิจชุมชนช่วยให้ “หมุนเวียนทั้งเดือน” และระบบอุตสาหกรรมตำบลช่วยให้ “มีโอกาสวางแผนชีวิตในระยะยาว” กล่าวคือ โมเดลอุตสาหกรรมตำบล เป็นปัจจัยสำคัญในการเลื่อนระดับทางสังคมพ้นจากความยากจนได้
นอกจากนี้ คนจนยังต้องการเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านอื่น ๆ อาทิ ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ความมั่นคงทางการเงิน และสุขภาพที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
.
.
อ่านบทความ "เสน่ห์การแก้จน “SLF โมเดล” เครื่องมือที่เหมาะสมกับการเงินครัวเรือน 3 ระดับ" เพิ่ม -->
https://www.1poverty.com/2026/09/OM-SakonNakhon.html
///
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
#โมเดลแก้จน
#สกลนคร
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย