ขนของใช้รถอะไรดี ? รถกระบะ 4 ล้อ 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ แบบไหนคุ้มกว่า

การย้ายบ้านหรือย้ายหอเป็นงานที่หลายคนคิดว่าแค่จ้างรถมาขนของก็จบ แต่พอถึงวันย้ายจริงกลับพบว่าของเยอะกว่าที่คิด ทั้งกล่องเสื้อผ้า โต๊ะทำงาน ตู้เย็น เตียง และของใช้ที่ค่อย ๆ โผล่ออกมาระหว่างเก็บห้อง จากที่ตั้งใจใช้รถกระบะคันเดียว กลายเป็นว่าต้องขนสองเที่ยวหรือเปลี่ยนไปใช้รถที่ใหญ่กว่าเดิม
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการเลือกผู้ให้บริการผิดเสมอไป แต่เกิดจากการประเมินปริมาณของก่อนย้ายไม่ครบตั้งแต่แรก โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยจ้างรถขนของมาก่อนและยังไม่รู้ว่ารถแต่ละขนาดรองรับงานแบบไหน
ทำไมรถที่ดูเหมือนจะพอ ถึงขนของไม่หมด ?
เวลาประเมินของ หลายคนมักนับเฉพาะของชิ้นใหญ่ที่มองเห็น เช่น ตู้ เตียง หรือโซฟา แต่ลืมนับของที่อยู่ตามลิ้นชัก ห้องครัว ห้องน้ำ และพื้นที่เก็บของ
พอเก็บของทั้งหมดลงกล่องจริง ๆ ปริมาณอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ ของบางชิ้นยังไม่สามารถวางซ้อนกันได้ หรือจำเป็นต้องเผื่อพื้นที่สำหรับป้องกันการกระแทก ทำให้ใช้พื้นที่บนรถมากกว่าขนาดของสินค้าเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือห้องที่มีเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน และตู้เย็น แม้จะมีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น แต่ก็อาจใช้พื้นที่รถมากกว่ากล่องเสื้อผ้าหลายสิบใบเสียอีก
รถกระบะหรือรถ 6 ล้อ ไม่ได้เลือกจากจำนวนห้องเพียงอย่างเดียว
บางคนเข้าใจว่าย้ายหอต้องใช้รถกระบะ ส่วนย้ายบ้านต้องใช้รถ 6 ล้อ แต่ความจริงแล้วควรดูจากของที่จะขนมากกว่า เพราะหอพักบางห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด ขณะที่บ้านบางหลังอาจมีเพียงของใช้ส่วนตัวและกล่องไม่กี่ใบ
ลองแยกจากลักษณะงานแบบง่าย ๆ ดังนี้
1. ย้ายหอหรือย้ายห้องที่มีของไม่มาก
หากมีเสื้อผ้า กล่องของใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก และเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น รถกระบะอาจเพียงพอ โดยต้องตรวจสอบขนาดของชิ้นใหญ่ก่อนว่าจัดวางลงรถได้หรือไม่
2. ย้ายคอนโดที่มีเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น
กรณีนี้อาจต้องพิจารณารถกระบะขนาดใหญ่หรือรถ 4 ล้อใหญ่ เพราะมีของทั้งขนาดเล็กและใหญ่ผสมกัน อีกทั้งต้องตรวจสอบข้อจำกัดเรื่องความสูงของอาคารและจุดจอดรถขนย้ายด้วย
3. ย้ายบ้านที่มีของครบทั้งหลัง
เมื่อมีทั้งตู้ เตียง โซฟา โต๊ะอาหาร เครื่องซักผ้า และกล่องจำนวนมาก รถ 6 ล้อเป็นอีกประเภทที่ควรนำมาเปรียบเทียบ เพราะมีพื้นที่บรรทุกเพิ่มขึ้นและอาจช่วยลดจำนวนเที่ยวในการขนย้าย
4. ขนสินค้าหรือของจำนวนมาก
หากเป็นงานขนส่งสินค้าล็อตใหญ่หรือย้ายของที่ต้องใช้พื้นที่มาก รถ 10 ล้ออาจเหมาะกับงานมากกว่า แต่ต้องตรวจสอบทางเข้าหน้างานและพื้นที่จอดก่อนด้วย
การตัดสินใจจึงไม่ใช่แค่ดูว่ารถคันไหนมีค่าเช่าต่ำที่สุด แต่ต้องดูด้วยว่ารถคันนั้นรองรับของทั้งหมดได้จริงหรือไม่
รถเล็กสองเที่ยว กับรถใหญ่เที่ยวเดียว แบบไหนประหยัดกว่า ?
สมมติว่าต้องย้ายบ้านไปอีกจังหวัดหนึ่ง หากเลือกรถกระบะแล้วพบว่าขนของไม่หมดจนต้องกลับมารับของรอบสอง ก็อาจมีค่าใช้จ่ายด้านระยะทางและเวลาเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน หากของมีไม่มากแต่เลือกรถ 6 ล้อหรือ 10 ล้อตั้งแต่แรก ก็อาจต้องจ่ายค่ารถสูงเกินความจำเป็นโดยไม่ได้ใช้พื้นที่บรรทุกทั้งหมด
ก่อนตัดสินใจจองรถจึงควรประเมินทั้งขนาดของ จำนวนเที่ยว ระยะทาง และข้อจำกัดของสถานที่ร่วมกัน โดยสามารถใช้ แนวทางเลือกรถขนของให้เหมาะกับปริมาณและลักษณะงาน จาก MoveHomeThailand ประกอบการเปรียบเทียบรถกระบะ 4 ล้อใหญ่ รถ 6 ล้อ และรถ 10 ล้อ ก่อนเลือกใช้บริการจริง
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือจำนวนคนช่วยยก เพราะบางงานแม้จะใช้รถขนาดเล็ก แต่มีเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องยกลงบันไดหรือเคลื่อนย้ายผ่านพื้นที่แคบ ก็อาจใช้เวลาและแรงงานมากกว่างานที่มีกล่องจำนวนมากแต่ขนขึ้นลงได้ง่าย
เรทราคารถแต่ละประเภท
ก่อนจองรถขนของ เตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อม
การแจ้งรายละเอียดให้ผู้ให้บริการทราบตั้งแต่แรก จะช่วยให้ประเมินประเภทรถและลักษณะงานได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น
  • 1.
    ถ่ายภาพของทั้งหมด โดยเฉพาะตู้ เตียง โซฟา และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
  • 2.
    แจ้งจำนวนกล่องโดยประมาณ รวมถึงของที่ยังไม่ได้แพ็ค
  • 3.
    ระบุต้นทางและปลายทาง เพื่อประเมินระยะทางขนย้าย
  • 4.
    บอกชั้นของอาคารและการใช้ลิฟต์ เพราะมีผลต่อการขนของขึ้นลง
  • 5.
    แจ้งข้อจำกัดของพื้นที่ เช่น ซอยแคบ ทางลาด หรืออาคารที่รถใหญ่เข้าไม่ได้
  • 6.
    สอบถามค่าบริการรวม ทั้งค่ารถ คนช่วยยก และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น
หากยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้รถขนาดไหน การส่งภาพให้ผู้ให้บริการประเมินก่อนจองมักช่วยลดความคลาดเคลื่อนได้ดีกว่าการคาดเดาจากจำนวนห้องหรือจำนวนกล่องเพียงอย่างเดียว
สรุป เลือกรถพอดีกับของ ประหยัดได้มากกว่าที่คิด
การย้ายบ้านไม่จำเป็นต้องเลือกรถใหญ่ที่สุด และไม่ควรเลือกรถที่ราคาต่ำที่สุดโดยไม่ดูปริมาณของ เพราะความคุ้มค่าที่แท้จริงอยู่ที่การขนย้ายได้ครบภายในจำนวนเที่ยวที่เหมาะสม โดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนรถหรือกลับมารับของเพิ่ม
ก่อนถึงวันย้าย ลองใช้เวลาสำรวจของให้ครบ ถ่ายภาพชิ้นใหญ่ และแจ้งรายละเอียดหน้างานให้ชัดเจน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การเลือกรถขนของเป็นเรื่องง่ายขึ้น และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวันขนย้ายจริง
โฆษณา